ปลายฟ้ากับปริศนาฆาตกรรม [Case 1 : ฆาตกรรมที่พิพิธภัณฑ์] - ตอนที่ 5 ห้องนิทรรศการเปิดโลกเทคโนโลยี

สวัสดีครับทุกท่าน ในที่สุดเรื่องก็เข้าสู่คดีหลักแล้วนะครับ ตอนนี้จะพาคนอ่านไปเก็บข้อมูลที่เกิดเหตุกันครับ แล้วท้ายตอนมีอะไรนิดๆหน่อยๆ

โปรดทราบก่อนอ่าน

******สำหรับคนที่ติดตามอ่านการสืบคดีของปลายฟ้าในระบบเรื่องสั้น [ปลายฟ้ากับคดีปริศนา] ที่ผมลงให้อ่านกันในถนนนักเขียนอยู่ตอนนี้  ต้องแจ้งก่อนว่าตัวเรื่องนี้เป็นเรื่องราวก่อนคดีที่ 1 ฆาตกรรมกลางทะเล ของชุดนั้นเลยแหละครับ  (และต่อจากชุด "ปลาย นักสืบจำเป็น" ที่เคยตีพิมพ์เมื่อนานมาแล้ว) โดยตัวเรื่องนี้มีลักษณะเป็นแบบนิยายเรื่องยาวหลายตอนจบอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยเขียนเรื่องยาวๆเท่าไร ลองอ่านกันดูครับ ส่วนใครที่เคยอ่านแล้วก็ลองอ่านอีกรอบก็ได้นะครับ*******


ลิ้งตอนที่ผ่านมาครับ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่ 5 : ห้องนิทรรศการเปิดโลกเทคโนโลยี


    ปลายฟ้าได้เจอกับสารวัตรวิทยาผู้ดูแลคดีนี้ตัวจริง ซึ่งสารวัตรวิทยาก็รู้จากสารวัตรสรวุทธ ไม่สิ.. รองผู้กำกับการสรวุทธว่า นักวิชาการหนุ่มคนนี้มีความสามารถด้านการสืบสวน จึงได้ขอให้ช่วยเหลือในการสืบคดีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้วย

    “คุณสารวัตรคงมาดูที่เกิดเหตุสินะครับ” หนุ่มผมตั้งว่า

    “ใช่ แต่ฉันยังไม่ได้ดูเลย เห็นแต่ภาพถ่ายกับรายงานเท่านั้น” นายตำรวจตอบ “แต่..ปลายฟ้า..เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าสารวัตรหรอกนะ เรียกพี่ดีกว่า”

    เรียกพี่ได้ไหมสินะ… ปลายฟ้ามองหน้าเขา คลี่ยิ้มเล็ก ๆ

    “อ้อ.. ได้ครับสารวัตร.. เอ้ย พี่วิทยา” นักวิชาการหนุ่มตอบ หันมองเด็กสาวเยาว์วัยที่กำลังเล่นอยู่ “แล้วพี่พาลูกมาด้วย ไม่ยุ่งเหรอครับ?”

    “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวแม่เค้าก็มา ..นั่นไง มานู้นแล้ว” สารวัตรวิทยาพูดพลางมองหญิงวัยเดียวกันกับตัวเองที่กำลังเดินเข้ามา

    เมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงสารวัตรวิทยาก็พูดกับเธอว่า “แม่.. ฝากดูลูกก่อนนะ พ่อขอทำงานก่อน”

    “อืม... ตามสบาย” หญิงวัยกลางคนพยักหน้า “..เป็นเมียตำรวจต้องเข้าใจอยู่แล้ว”

    พูดเสร็จเธอก็เดินไปหาลูกสาวที่กำลังเล่นเครื่องเล่นทางวิทยาศาสตร์ด้านนอกอาคารพิพิธภัณฑ์

    ปลายฟ้ามองตาม แล้วหันมาหาสารวัตรวิทยา “แฟนพี่นี่ดีเนอะ เข้าใจด้วย”

    “คงงั้นแหละ เอ่อ... แล้ววันนี้เธองานยุ่งหรือเปล่าล่ะ?”

    “พอมีเวลาอยู่ครับ มีอะไรเหรอ?”

    “ช่วยพาไปห้องนิทรรศการที่เกิดเหตุได้ไหม?”

         ปลายฟ้ายิ้มตอบว่า “ได้ครับ ไม่มีปัญหา ผมก็กำลังจะไปดูพอดี”



        เมื่ออาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ปิดบริการ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลนิทรรศการทั้งหลายต้องเปลี่ยนไปช่วยงานที่อาคารสำนักงานแทนก่อน เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ที่เหลืออยู่ จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ต้องประจำที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าอาคาร

        ทันทีที่ปลายฟ้าเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วเห็นหน้ากนกวรรณเพื่อนสาวผู้น่ารัก เขาก็พูดกับเธอว่า

       “ปุ้ย.. วันนี้จะมาดูนิทรรศการเปิดโลกเทคโนฯน่ะ มีใครเบิกกุญแจไปเปิดห้องหรือเปล่า?”

       “คงไม่มั้ง น่าจะไม่มีใครไปเบิก” หญิงสาวตอบ

      “งั้นฉันจะได้ไปเบิกมาเปิดห้อง” ปลายฟ้าว่าแล้วหันไปหาสารวัตรวิทยาที่อยู่ข้าง ๆ “เดี๋ยวผมขอไปเอากุญแจก่อนนะครับ”

       “อือ” สารวัตรวิทยาพยักหน้ารับ เดินไปนั่งลงตรงที่นั่งด้านหน้าอาคาร

       ปลายฟ้าตรงไปยังป้อม รปภ. ที่อยู่ทางมุมขวาด้านหน้าใกล้ประตูทางเข้าพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลนิทรรศการทุกคนต้องมาเบิกกุญแจห้องนิทรรศการที่นี่ โดยกุญแจแต่ละห้องจะถูกเก็บภายในตู้ที่มีการปิดล็อกอย่างดี ต้องแจ้ง รปภ. ที่ถือกุญแจก่อนและต้องลงชื่อในสมุดเบิก ถึงจะสามารถเบิกกุญแจมาใช้ได้

       นักวิชาการหนุ่มแจ้ง รปภ. ผู้ถือกุญแจและเซ็นชื่อเบิกกุญแจ ก่อนเซ็นชื่อนั้นเขาได้ดูรายชื่อผู้เบิกกุญแจห้องนิทรรศการต่าง ๆ ในวันที่เกิดเหตุด้วย ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะนายปรีชาเซ็นชื่อคืนกุญแจตอน 4.20 น. ตามเวลาเดิมเหมือนทุกวัน แต่ก็มีคนส่งกุญแจคืนหลังจากเขาอยู่คือ ดิเรก และปรเมศที่เวลา 4.40 น และ 5.00 น. ตามลำดับ

       เมื่อปลายฟ้าได้กุญแจห้องนิทรรศการมาจึงเดินกลับไปหาสารวัตรวิทยาที่นั่งคอยอยู่

       “ไปกันครับพี่วิทยา”

       นายตำรวจพยักหน้ารับ ลุกขึ้นตาม

        แต่ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปข้างใน กนกวรรณก็เอ่ยเรียกปลายฟ้าไปคุยที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หนุ่มผมตั้งจึงปล่อยให้สารวัตรวิทยายืนรอสักครู่

        “มีอะไรหรือปุ้ย?” ปลายฟ้าถาม

        “จะไปดูนิทรรศการเปิดโลกเทคโนโลยีสินะ..” หญิงสาวบอก

         หนุ่มผมตั้งพยักหน้ารับ

         “นายจะสืบคดีนี้เหรอ?” เธอถาม

         “คงงั้นแหละ เลยอยากดูอะไรเพิ่มเติมนิดหน่อย”

         “ก็ดี สืบให้ได้เร็ว ๆ ล่ะ อยากเห็นตอนนายสรุปคดีเหมือนกัน เมื่อก่อนตอนเรียนมหา’ลัย ฉันเคยได้ยินแต่คนพูดถึง อยากเห็นเองจริง ๆ สักครั้ง”

          “เหอ..  เห็นการสืบคดีของฉันเป็นสุริยุปราคาหรือไงเนี่ย แต่ก็นะ อยากดูก็ได้  รู้เรื่องเมื่อไรจะจัดให้ชมเอง เอาที่นั่งริงไซด์เลยไหมล่ะ” ปลายฟ้าบอกอย่างกวน ๆ “เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนละกัน ไม่อยากให้เค้ารอ”

          “โอ๊ะ โอ..” กนกวรรณยิ้ม เหลือบมองไปทางสารวัตรวิทยา “เมื่อวานควงสาวสวย วันนี้เปลี่ยนแนวเล่นหนุ่มใหญ่เลยนะปลาย”

          “บ้า! แซวไปได้ เห็นหนุ่มเจ้าชู้อย่างข้าพเจ้าเป็นเกย์หรือ เค้าเป็นตำรวจมาสืบคดีวุ้ย! ไปดีกว่า ไม่อยากโดนแซวต่อ” นักวิชาการหนุ่มว่ากลับ เขาสนิทกับประชาสัมพันธ์สาวอยู่แล้ว แซวกันแบบนี้จึงไม่เป็นอะไร

           กนกวรรณยิ้ม ๆ มองหนุ่มผมตั้งที่เดินออกไป ค่อยหันมาพูดกับวิลาวัลย์ สาวแว่นผู้เคร่งขรึมที่ก้มหน้าทำงานอยู่

           “พี่วิว่าปลายเป็นไงบ้าง?”

           วิลาวัลย์ไม่ตอบไปทันที ค่อย ๆ เงยหน้าจากงานที่ทำ “อาจารย์ปลายฟ้าเป็นคนเก่ง หัวดี แม้ดูไม่ค่อยขยันทำงานมากนัก แอบอู้อยู่บ่อย ๆ แต่ก็ทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา แถมดีเยี่ยมด้วย เสียอย่างเดียว...”

           “อะไรพี่?” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สาวสงสัย

          “ขี้หลี ชอบเจ๊าะแจ๊ะกับผู้หญิงไปหน่อย”

          “ฮ่ะ นั่นสิ ชัดเลย” กนกวรรณหัวเราะเล็ก ๆ

          “แล้วปุ้ยถามทำไมล่ะ?” วิลาวัลย์จ้องเธอ

         “มะ..ไม่มีอะไรหรอกพี่ เอ่อ... เอ! ตรงนี้ยังไม่ได้ทำเลย เดี๋ยวปุ้ยขอทำงานก่อนนะพี่วิ” หญิงสาวรีบหยิบเอกสารงาน เปลี่ยนประเด็นโดยทันที

           ปลายฟ้าและสารวัตรวิทยาเข้าไปในอาคารพิพิธภัณฑ์ ผ่านนิทรรศการวิทยาศาสตร์มหัศจรรย์และนิทรรศการระบบสุริยะที่ปิดอยู่ จนมาถึงหน้าประตูใหญ่ทางเข้าของนิทรรศการเปิดโลกเทคโนโลยี

           แน่นอนว่านิทรรศการนี้ปิดอยู่ ปลายฟ้าจึงเดินผ่านประตูใหญ่และประตูข้างอีกบานไปที่ประตูบานที่สามทางเข้าห้องกิจกรรม โซนหลังของนิทรรศการเปิดโลกเทคโนโลยีนี้

           “ทำไมไม่ไขเข้าทางประตูหน้าล่ะ?” สารวัตรวิทยาเอ่ยถาม เพราะเห็นปลายฟ้าตรงมาที่ประตูที่สามที่อยู่ในสุดก่อน

            “มันไขเปิดไม่ได้หรอกครับ” นักวิชาการหนุ่มบอกพร้อมโชว์กุญแจให้ดู “มันมีกุญแจเพียงดอกเดียว เป็นกุญแจที่ใช้ไขประตูห้องกิจกรรมนี้ครับ แล้วค่อยเข้าไปเปิดประตูอื่น ๆ ภายในห้องทีหลัง”

             แล้วเขาก็ไขประตูบานนี้เข้าไปข้างใน

             หนุ่มผมตั้งเปิดระบบไฟฟ้าที่แผงวงจรด้านในห้องกิจกรรม แล้วจึงค่อยปลดล็อกเปิดประตูเชื่อมระหว่างห้องกิจกรรมกับส่วนนิทรรศการ
สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเข้าสู่โซนนิทรรศการคือ แผ่นบอร์ดเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี โดยที่นี่แบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ตามเนื้อหาดังนี้

             โซนแรกอยู่ตรงทางเข้าด้านหน้าขวามือ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การสแกนรอยนิ้วมือ เซ็นเซอร์ตรวจจับโลหะ รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ของอุปกรณ์ของใช้ใกล้ตัว เช่น เตาไมโครเวฟ เครื่องปิ้งขนมปัง โทรทัศน์ วิทยุ เครื่องซักผ้า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ชุดแสดงเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่ ผู้ชมสามารถกดปุ่มทดลองได้

             ถัดมาเป็นโซนเทคโนโลยีล้ำยุค โซนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำยุคที่อาจเป็นไปได้ในอนาคต ซึ่งได้แก่ หุ่นยนต์แบบต่าง ๆ เครื่องจักรในโรงงาน ยานพาหนะในอนาคต ยานอวกาศ รวมทั้งเทคโนโลยีด้านทหารด้วย โซนนี้อยู่ทางซ้ายมือของทางเข้าด้านหน้า ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นบอร์ดเนื้อหา และโมเดลต่าง ๆ ให้ศึกษา

             โซนที่สามเป็นโซนเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี อยู่ถัดมาจากโซนเทคโนโลยีล้ำยุค ใกล้กับประตูข้าง โซนนี้จะมีบอร์ดเนื้อหาและสิ่งของต่าง ๆ ที่พัฒนาด้วยนาโนเทคโนโลยี เช่น เสื้อแบบนาโนที่ใช้คุณสมบัติแบบใบบัวสามารถกันน้ำได้ เทปนาโนที่ยึดเกาะได้แนบสนิทที่พัฒนามาจากอุ้งตีนตุ๊กแก เสื้อเกราะกันกระสุนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กที่พัฒนาจากใยแมงมุม เสื้อฉนวนกันความร้อนที่ให้มนุษย์อวกาศใส่ไปดาวอังคาร เป็นต้น

             ซึ่งใกล้ ๆ โซนนาโนเทคโนโลยีนี้จะมีเคาน์เตอร์ที่ปรีชานั่งอยู่ประจำ ใกล้เคียงกับประตูเชื่อมต่อกับห้องกิจกรรม

             และโซนที่สี่เป็นโซนเกี่ยวกับแสงสีและเลเซอร์ มีลักษณะเป็นห้องมีทางเข้าสู่ด้านใน ภายในค่อนข้างมืด เพราะต้องการให้ผู้เข้าชมได้เห็นแสงต่าง ๆ ชัดเจน เนื้อหาในโซนนี้ได้แก่ การผสมสีจากแสงต่าง ๆ การปล่อยแสงสีจากหลอดประจุไฟฟ้า ลวดลายและรูปทรงจากแสงเลเซอร์ ฟ้าแลบฟ้าผ่า แสงชนิดต่าง ๆ เลเซอร์ อินฟราเรดที่จับความร้อนในร่างกาย

(มีต่อครับ)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่