จริงๆแล้วบริษัทใหญ่ๆน่าจะแบ่งงานให้พนักงานเท่าๆกัน

กระทู้นี้จริงๆแล้วตั้งใจจะเอาลงกระทู้สนทนา แต่เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนได้ ก็เลยต้องเอาลงกระทู้คำถามไปก่อนนะครับ จขกท เคยทำงานอยู่ธนาคารสีฟ้าแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 21 โดยการทำงานนี้จะเเบ่ง 3 กล่อง คือ กล่อง 1, 2, เเละ 3 โดยกล่อง 1 จะมีหน้าที่ตรวจเอกสารของคนที่จองรถผ่านธนาคาร ซึ่งเอกสารเหล่านี้ marketing ที่ขายรถจะเป็นคนส่งมาให้ตรวจ เอกสารประกอบด้วย 1. ใบ application 2. checklist 3. สำเนาบัตรประชาชน 4. สำเนาทะเบียนบ้าน 5. ใบ NCB 6. สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ โดยกล่อง 1 เราจะเริ่มตรวจจากใบ application ว่าลูกค้าเขียนข้อมูลมาครบหรือเปล่า จากนั้นก็ตรวจเอกสารตั้งแต่ข้อ 1-6 ว่าครบเเละลายเซ็นลูกค้าเหมือนใบ application หรือเปล่า ซึ่งถ้าเอกสารเรียบร้อยเเละถูกต้องเราก็จะส่งงานไปกล่อง 2 เพื่อให้กล่อง 2 คีย์ข้อมูลลูกค้าลงระบบ เเต่ถ้าไม่ก็ส่งงานคืนให้ marketing แก้ไข จากนั้นกล่อง 2 ก็จะคีย์ข้อมูลลูกค้าลงระบบ แล้วก็ส่งต่อให้กล่อง 3 ซึ่งจะตรวจซ้ำจากกล่อง 1 อีกทีเพื่อดูว่ามีตรงไหนที่หลุดหรือเปล่า และตรวจข้อมูล car blacklist จากนั้นจึงส่งงานอนุมัติซึ่ง จขกท ทำอยู่กล่อง 1 ครับ

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องเอกสารที่ marketing ส่งมาให้เราตรวจกันบ้างครับ คือบางคนก็ทำงานเรียบร้อยนะครับ แต่บางคนทำงานเละเทะมาก เรียกว่ากเฬรากเลยก็ว่าได้ ถ่ายรูปมาก็เบลอ แถมตัวหนังสือยังเล็กกกกกจนแทบมองไม่เห็น ข้อมูลในใบ application ก็ไม่เขียนให้เรียบร้อย อย่างสมมุติที่อยู่ลูกค้าก็เขียนว่า ทบบ ซึ่งเราก็เข้าใจว่าตามทะเบียนบ้าน แต่จะเขียนบ้านเลขที่ ถนน ซอย ให้ชัดเจนไปเลยไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ เวลาตรวจแผนที่จะดูคู่กับใบ application ไปเลย ไม่ต้องมานั่งไล่หาจากทะเบียนบ้านอีก ขอยกตัวอย่างจากกรณีของผมเลยนะครับ มีงานอยู่งานนึง marketing ไม่ได้เขียนที่อยู่ของลูกค้าในใบ application มา ผมก็โทรไป confirm กับเขาแล้ว note บอกกล่อง 2 แต่ดันพิมพ์บ้านเลขที่ตกไปตัวนึง ทำให้งานนั้นต้องส่งเข้ามาใหม่และคีย์ใหม่ ก็โดนหัวหน้าว่าไปตามระเบียบ และหัวหน้าก็บอก marketing มาต่อว่าเราด้วย ผมก็ยอมรับผิดที่สะเพร่าแต่เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นไหมถ้า marketing รู้จักตรวจทานงานของตัวเองเขียนให้เรียบร้อยก่อนส่งมา ไม่ใช่อะไรว่ามาโทษปลายทางอย่างเดียว ตัวเองทำงานไม่เรียบร้อยตั้งแต่แรก คือถ้าผมเป็น marketing นะ ข้อมูลอะไรที่จำเป็นจะเขียนให้หมดเลย ไม่ให้ใครเอางานของผมไปพูดลับหลังได้ว่าทำงานไม่เรียบร้อย และแถมบางคนยังไม่เรียงเอกสารให้อีกต่างหาก อย่างหน้าข้อมูลลูกค้าต้องเรียงเอกสารตามลำดับคือข้อ 1-6 ตามข้างบน บางคนก็เรียงมั่วได้ใจมาก เช่น เอาบัตรประชาชนไปอยู่ข้างบนสุด ต้องมานั่งเรียงเอกสารให้ใหม่ซึ่งเสียเวลามาก เข้าใจว่ารีบและงานเยอะ แต่ถึงจะรีบแค่ไหนช่วยดูเอกสารให้ลูกค้าก่อนส่งมาหน่อยได้ป่ะ แค่ตรวจทานคงไม่เสียเวลามากหรอกเนอะ จริงๆถ้าธนาคารจะอบรม marketing หน่อยก็ดีเหมือนกันนะครับ

การทำงานของที่นี่กล่อง 1 เราซึ่งเป็นกล่องที่เครียดที่สุด เนื่องจากเป็นด่านแรกที่ต้องตรวจเอกสาร ติดต่อ marketing ก็เป็นกล่องนี้ แถมบางที marketing บางคนยังติดต่อยากอีก บางทีจำเป็นต้องค้างงานไว้ แล้วหัวหน้าก็ไม่ชอบให้ตรวจงานๆนึงเกิน 15 นาทีด้วย อย่างสมมุติถ้ากล่อง 1 ตรวจอะไรผิดไป เช่น บัตรประชาชนไม่มีลายเซ็น กล่อง 2 กล่อง 3 ก็จะตีงานคืนที่กล่อง 1 หมดเลย ทุกอย่างที่กล่อง 1 พลาด ก็กลายเป็นกล่องเราตรวจไม่ดี คนเราตรวจเอกสารทั้งวันนะครับ กล่องเราก็พยายามตรวจให้ละเอียดที่สุดแล้วนะ แต่บางทีงานมันเยอะก็มีพลาด มีหลุด มีตาลายกันได้บ้างเหมือนกัน แถมไฟล์เกือบทุกอย่าง เช่น ไฟล์ข้อมูลลูกค้า (KYC) ข้อมูลบริษัท (DBD) ก็เป็นกล่อง 1 ที่ต้องแนบ ในขณะที่กล่อง 3 แนบแค่ข้อมูล car blacklist อย่างเดียว บางทีมีลืมแล้วงานไปถึงกล่อง 3 แล้ว กล่อง 2 บางคนก็ไม่ช่วยเตือนหรือทักท้วงอะไรเลย กล่อง 3 ก็ตีงานกลับมาที่กล่อง 1 อีก ซึ่งเราก็เข้าใจว่ามันไม่ใช่หน้าที่เขา แต่กล่องเราตรวจมากพออยู่จะช่วยเราบ้างไม่ได้เหรอ กล่อง 2 แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นกล่องที่ทำงานง่ายและสบายที่สุดคีย์ๆๆข้อมูลอย่างเดียว ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องติดต่อ marketing ข้อมูลอะไรคีย์ไม่ได้ก็ต้องให้กล่อง 1 เป็นตัวกลางติดต่อ marketing ให้ ซึ่งบางทีการที่กล่อง 1 ต้องย้อนกลับมาเปิดงานเก่าดูเพื่อติดต่อ marketing นั้นมันเสียเวลา อะไรที่นิดๆหน่อยทำไมไม่ให้กล่อง 2 โทรเอง บอกแต่ว่าไม่ใช่หน้าที่

มาดูที่กล่อง 3 กันบ้างนะครับ อย่างเรื่องลายเซ็นลูกค้าเราก็ดูแล้วว่าเหมือนนะ แต่กล่อง 3 บอกว่าไม่เหมือนก็ตีงานกลับมาอีก บางทีคนเราเซ็นน่ะแต่ละครั้งมันก็ไม่เหมือนกัน 100% หรอก ตวัดซ้ายตวัดขวาต้องเหมือนกันเป๊ะๆเลยเหรอ marketing เขาก็แย้งว่าอย่างนี้เขาต้อง copy เลยไหม เป็น marketing ก็เหนื่อยใจเหมือนกันนะ เราก็เถียงอะไรเขาไม่ออก เพราะมันจริงของเขา ถึง marketing จะทำงานไม่เรียบร้อย แต่เรื่องลายเซ็นนี่ผมเห็นด้วยกับเขานะครับ บางทีมันเคร่งไป แล้วจริงๆกล่อง 3 ก็ตีงานคืน marketing เองได้แต่ก็ไม่ทำ ต้องส่งงานคืนให้กล่อง 1 ตีงานคืนอีกทีแล้วพอโดนตีคืนก็โดนหัวหน้าว่าอีก

ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว เพราะว่าได้งานใหม่ที่ใกล้บ้าน งานที่เคยทำไปก็ไม่ได้ยากอะไรมาก และไม่ได้ติดใจอะไรหรอกครับ เพียงแต่ต้องใช้ความละเอียดและช่างสังเกตพอสมควร รู้ว่ามันแก้ไขอะไรไม่ได้ยังไงคนที่ยังทำอยู่ก็ต้องอดทนทำต่อไป แต่รู้สึกว่ามันเหนื่อยขอระบายหน่อยเถอะ ทุกวันนี้คนที่ทำงานอยู่กล่อง 1 ออกเยอะมาก อย่างน้องผู้ชายคนนึงทำอยู่เดือนเดียวก็ไปแล้ว ซึ่งสาเหตุที่เขาออกกันเยอะเป็นเพราะอะไรล่ะ คุณเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ ก็เพราะองค์กรแบ่งงานไม่เป็นไง งานทุกอย่างมันตกอยู่ที่กล่อง 1 อย่างเดียวเลย ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่านะครับ แค่รู้สึกว่าบริษัทใหญ่ๆน่าจะแบ่งงานให้พนักงานเท่าๆกัน อาจจะยาวนิดนึงแต่ขอบคุณที่สละเวลาอ่านนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่