อีกหนึ่งคำถามจากเด็กขี้สงสัยเช่นเคย ดังที่ผู้ใหญ่สอนไว้ว่า "อย่าอายที่จะถาม"
หัวข้อกระทู้อาจฟังดูรุนแรง แต่จริงๆแล้วไม่ได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากเพื่อจะคลายความสงสัยส่วนตัวเท่านั้นเองค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งผู้ซึ่งอดีตเคยทำอาชีพขับรถบรรทุกหัวลากเทรเลอร์ให้กับบริษัทโลจิสติกชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ขอใช้นามสมมติว่าคุณสมชาย ปัจจุบันคุณสมชายได้เลิกอาชีพขับรถแล้ว เพราะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเกือบเสียชีวิต
เหตุการณ์ในวันนั้นที่เปลี่ยนชีวิตของคุณสมชายคือ ......
วันนั้นคุณสมชายเพิ่งขับรถบรรทุกกลับมาจากจังหวัดสงขลา และนำรถเข้ามาคืนบริษัทที่ปทุมธานีเพื่อที่จะกลับบ้านไปพักผ่อน ซึ่งขณะนั้นคุณสมชายได้ขับรถมาเป็นเวลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่ทางผู้จัดคิวรถกลับออกคำสั่งให้คุณสมชายขับรถไปส่งของอีกเที่ยวโดยทันที จุดหมายปลายทางคือจังหวัดแพร่ โดยไม่ยอมให้พักผ่อนก่อนออกเดินทาง และไม่มีคู่ขับ
คุณสมชายพยายามปฏิเสธงาน และขอร้องว่าตนขับรถไม่ไหวแล้วจริงๆ และขออนุญาตกลับบ้านนอกพักก่อนสัก 6 ชั่วโมงแล้วจะกลับมารับงาน แต่ทว่าผู้จัดคิวงานไม่ยอม คุณสมชายจึงจำยอมต้องขับรถมุ่งหน้าไปแพร่โดยที่ยังไม่ได้พักผ่อน
ในระหว่าทางคุณสมชาย ด้วยความอ่อนเพลียมากจึงเกิดหลับใน และชนท้ายรถบรรทุกอีกคัน ร่างของตนถูกอัดก็อปปี้ติดอยู่ในซากรถ อาการสาหัสมาก ถึงแม้รอดมาได้แต่ต้องถูกตัดลำไส้บางส่วนออกไป และขาเดินไม่ปกติ
ด้วยความสงสัย ดิฉันจึงขอร้องให้เพื่อนๆในยุโรปช่วยหาข้อมูลว่าคนขับรถบรรทุกที่ยุโรปเขาทำงานกันแบบนี้หรือไม่ คำตอบทุกแหล่งที่ได้รับคือ ไม่ ทางยุโรปไม่ยอมให้คนขับถือพวงมาลัยต่อเนื่องเกินกว่า 11 ชั่วโมง หากจะขับต่อจะต้องเว้นช่วงอย่างน้อย 9 ชั่วโมง
ข้อที่ดิฉันสงสัยคือ
1. ผู้จัดคิวรถคนนั้นที่ใช้ให้คุณสมชายขับต่อโดยไม่พัก เขารู้สึกอย่างไรเมื่อได้ทราบข่าวอุบัติเหตุของคนขับรถที่เขาปล่อยออกไป ?
2. เหมือนกันกับข้อ 1 , ผู้จัดการ, ผู้บริหาร, เจ้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง รู้สึกอย่างไร ?
3. พวกเขาเหล่านั้นในข้อ 1 และ 2 ควรจะทราบมาก่อนหรือไม่ว่าการขับรถทางไกลต่อเนื่องโดยไม่ได้พักผ่อนจะเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ?
4. จากข้อ 3, ถ้าคนเหล่านั้นทราบมาก่อนถึงความเสี่ยงนั้น แล้วทำไมถึงไม่ได้ออกกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หรือถ้ามีระเบียบนั้นอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ปฏิบัติตาม ? หรือว่ามัวแต่ห่วงผลประโยชน์, รายได้, ลูกค้า จนไม่ได้นึกถึงชีวิตของคนขับและคนร่วมถนนอีกหลายชีวิต ?
5. ถ้าเป็นคุณ คุณจะกล้าใช้ให้คนไปตายแบบนี้ไหม ?
นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวจากที่เป็นตัวแทนและภาพสะท้อนของสภาพการจ้างงาน และสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ในสังคมไทยและเอเชียบางประเทศ ที่มีสภาพการทำงานไม่ปลอดภัยต่อลูกจ้างหรือต่อชีวอนามัย ซึ่งจิตสำนึกเหล่านี้ไม่น่าจะต้องใช้ความรู้อะไรมาก มนุษย์ทุกคนน่าจะตระหนักโดยธรรมชาติอยู่แล้วมิใช่หรือ และทำไมประเทศที่เจริญแล้วอย่างยุโรป, อเมริกา, ญี่ปุ่น ทำไมพวกเขาปฏิบัติได้ ฉลาดกว่าหรือ ? ดิฉันไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความฉลาด หรือความเก่ง แต่ทำไมเราต้องคอยให้ฝรั่ง-ญี่ปุ่นมาสอนเรื่องความปลอดภัย ?
ราวกับว่า เราก็รู้อยู่แล้วไฟมันร้อน แต่เราก็ยังเล่นกับไฟ จนฝรั่งทนไม่ไหวต้องมาสอนเราว่าอย่าเล่นกับไฟ อย่างนั้นหรือ ทำไมเรากำหนดเรื่องความปลอดภัยให้ตัวเองไม่ได้ ต้องให้ฝรั่งมากำหนด ?
เหตุใดสังคมไทยและเอเชียไร้จิตสำนึกสามัญที่มนุษย์พึงมีโดยธรรมชาติ
หัวข้อกระทู้อาจฟังดูรุนแรง แต่จริงๆแล้วไม่ได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากเพื่อจะคลายความสงสัยส่วนตัวเท่านั้นเองค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งผู้ซึ่งอดีตเคยทำอาชีพขับรถบรรทุกหัวลากเทรเลอร์ให้กับบริษัทโลจิสติกชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ขอใช้นามสมมติว่าคุณสมชาย ปัจจุบันคุณสมชายได้เลิกอาชีพขับรถแล้ว เพราะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเกือบเสียชีวิต
เหตุการณ์ในวันนั้นที่เปลี่ยนชีวิตของคุณสมชายคือ ......
วันนั้นคุณสมชายเพิ่งขับรถบรรทุกกลับมาจากจังหวัดสงขลา และนำรถเข้ามาคืนบริษัทที่ปทุมธานีเพื่อที่จะกลับบ้านไปพักผ่อน ซึ่งขณะนั้นคุณสมชายได้ขับรถมาเป็นเวลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่ทางผู้จัดคิวรถกลับออกคำสั่งให้คุณสมชายขับรถไปส่งของอีกเที่ยวโดยทันที จุดหมายปลายทางคือจังหวัดแพร่ โดยไม่ยอมให้พักผ่อนก่อนออกเดินทาง และไม่มีคู่ขับ
คุณสมชายพยายามปฏิเสธงาน และขอร้องว่าตนขับรถไม่ไหวแล้วจริงๆ และขออนุญาตกลับบ้านนอกพักก่อนสัก 6 ชั่วโมงแล้วจะกลับมารับงาน แต่ทว่าผู้จัดคิวงานไม่ยอม คุณสมชายจึงจำยอมต้องขับรถมุ่งหน้าไปแพร่โดยที่ยังไม่ได้พักผ่อน
ในระหว่าทางคุณสมชาย ด้วยความอ่อนเพลียมากจึงเกิดหลับใน และชนท้ายรถบรรทุกอีกคัน ร่างของตนถูกอัดก็อปปี้ติดอยู่ในซากรถ อาการสาหัสมาก ถึงแม้รอดมาได้แต่ต้องถูกตัดลำไส้บางส่วนออกไป และขาเดินไม่ปกติ
ด้วยความสงสัย ดิฉันจึงขอร้องให้เพื่อนๆในยุโรปช่วยหาข้อมูลว่าคนขับรถบรรทุกที่ยุโรปเขาทำงานกันแบบนี้หรือไม่ คำตอบทุกแหล่งที่ได้รับคือ ไม่ ทางยุโรปไม่ยอมให้คนขับถือพวงมาลัยต่อเนื่องเกินกว่า 11 ชั่วโมง หากจะขับต่อจะต้องเว้นช่วงอย่างน้อย 9 ชั่วโมง
ข้อที่ดิฉันสงสัยคือ
1. ผู้จัดคิวรถคนนั้นที่ใช้ให้คุณสมชายขับต่อโดยไม่พัก เขารู้สึกอย่างไรเมื่อได้ทราบข่าวอุบัติเหตุของคนขับรถที่เขาปล่อยออกไป ?
2. เหมือนกันกับข้อ 1 , ผู้จัดการ, ผู้บริหาร, เจ้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง รู้สึกอย่างไร ?
3. พวกเขาเหล่านั้นในข้อ 1 และ 2 ควรจะทราบมาก่อนหรือไม่ว่าการขับรถทางไกลต่อเนื่องโดยไม่ได้พักผ่อนจะเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ?
4. จากข้อ 3, ถ้าคนเหล่านั้นทราบมาก่อนถึงความเสี่ยงนั้น แล้วทำไมถึงไม่ได้ออกกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หรือถ้ามีระเบียบนั้นอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ปฏิบัติตาม ? หรือว่ามัวแต่ห่วงผลประโยชน์, รายได้, ลูกค้า จนไม่ได้นึกถึงชีวิตของคนขับและคนร่วมถนนอีกหลายชีวิต ?
5. ถ้าเป็นคุณ คุณจะกล้าใช้ให้คนไปตายแบบนี้ไหม ?
นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวจากที่เป็นตัวแทนและภาพสะท้อนของสภาพการจ้างงาน และสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ในสังคมไทยและเอเชียบางประเทศ ที่มีสภาพการทำงานไม่ปลอดภัยต่อลูกจ้างหรือต่อชีวอนามัย ซึ่งจิตสำนึกเหล่านี้ไม่น่าจะต้องใช้ความรู้อะไรมาก มนุษย์ทุกคนน่าจะตระหนักโดยธรรมชาติอยู่แล้วมิใช่หรือ และทำไมประเทศที่เจริญแล้วอย่างยุโรป, อเมริกา, ญี่ปุ่น ทำไมพวกเขาปฏิบัติได้ ฉลาดกว่าหรือ ? ดิฉันไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความฉลาด หรือความเก่ง แต่ทำไมเราต้องคอยให้ฝรั่ง-ญี่ปุ่นมาสอนเรื่องความปลอดภัย ?
ราวกับว่า เราก็รู้อยู่แล้วไฟมันร้อน แต่เราก็ยังเล่นกับไฟ จนฝรั่งทนไม่ไหวต้องมาสอนเราว่าอย่าเล่นกับไฟ อย่างนั้นหรือ ทำไมเรากำหนดเรื่องความปลอดภัยให้ตัวเองไม่ได้ ต้องให้ฝรั่งมากำหนด ?