สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องที่อยากเล่าและระบาย ครอบครัวของเรามีทั้งหมด4คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ชาย และ เรา เราขอเล่าเป็นรายบุคคลเลยนะคะ
พ่อ พ่อของเราเป็นคนชอบบังคับ ชอบตี ตั้งแต่เราจำความได้ ตอนอนุบาล2เค้าสอนให้เราอ่านหนังสือ เลิกเรียนกลับมาต้องมานั่งอ่านทุกเย็น โดยมีเค้าเป็นคนสอนและมีตะเกียบอยู่ข้างตัวเค้า1อัน ถ้าเราอ่านไม่ได้หรืออ่านผิดเค้าก็จะตีด้วยตะเกียบ หรือบางครั้งโดนตีจนร้องไห้สะอึกสะอื้นอ่านต่อไม่ได้เค้าก็จะตีซ้ำเข้าไปอีกเป็นอย่างนี้ทุกวัน ที่บ้านเราขายกับข้าวเวลาที่พ่อเราใช้ไปซื้อของแล้วมีเงินทอนเหลือ1หรือ2บาท เราก็จะซื้อขนมกิน พอถึงบ้านเอาของให้เค้า เค้าถามแล้วเงินทอนล่ะ เราบอกซื้อขนมกินไปแล้ว เค้าก็ใช้เหล็กคีบถ่านฟาดเข้าที่น่องเราโดยไม่สนใจว่าลูกค้าในร้านจะเยอะขนาดไหน แล้วตอนที่เรียนอยู่ประถมเลิกเรียนเราก็จะกลับบ้านเองทุกครั้ง แต่มีบางครั้งที่พ่อเราไปรับ แต่เราไม่รู้หรอกว่าเค้าจะมารับวันไหนคือเค้าอยากจะมาก็มา แล้วถ้าเค้ามาไม่เจอเราที่โรงเรียนหรือไม่เจอตอนสวนทางกัน เค้ามาถึงบ้านเราก็โดนเลยตามมาฟาดถึงในห้องน้ำทั้งๆที่กำลังอาบน้ำอยู่ พอขึ้นมัธยมเรื่องการตีก็น้อยลงแต่จะเป็นการบังคับแทน ก่อนไปเรียนและหลังเลิกเรียนจะต้องช่วยพ่อกับแม่ขายของทุกครั้ง บางวันเลิกเรียนมาขออนุญาตพ่อไปเดินเที่ยวห้างกับเพื่อน เค้าถามว่าจะไปซื้ออะไร เราบอกไปเดินเล่นเฉยๆ เค้าบอกจะไปทำไม ไม่ให้ไป เราก็โอเคไม่ให้ก็ไม่ไป ซึ่งชีวิตเราจะวนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอด คือไม่ค่อยได้ออกไปไหน อยู่แต่กับที่บ้าน และรู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นคนกลัวพ่อมาก ที่หนักที่สุดคือตอนม.4 ช่วงปิดเทอม เราช่วยแม่เราขายของ แล้วพ่อเราก็ไปเล่นหวยกล่อง เราคิดว่าเค้าหน้าจะเสียเพราะกลับมาอารมณ์ไม่ดี ทีนี้เรากำลังกวาดบ้านอยู่เราคงกวาดไม่ถูกใจเค้ามั้ง เค้าด่าอะไรเราจำไม่ได้ แล้วเค้าก็ดึงเรามาตบเลยประมาณเกือบ10ที แม่เราก็มาช่วยห้าม เรางงมากว่าเราทำอะไรผิด เราวิ่งเข้าห้องน้ำไปร้องไห้อยู่คนเดียวยอมรับว่าโกรธเค้ามาก คือไม่เข้าใจว่าอารมณ์เสียแล้วทำไมต้องมาลงที่เรา ตั้งแต่นั้นมาเราไม่พูดกับเค้าและไม่เรียกเค้าว่าพ่ออีกเลย
แม่ แม่เราเป็นคนไม่ตีแต่ขี้บ่นมาก บ่นมากได้ทุกเรื่อง บ่นจนสุขภาพจิตเสีย มีปัญหาอะไรเล่าให้เค้าฟังก็ไม่ได้ แทนที่จะให้คำปรึกษาเค้ากลับบ่นแทน เค้าชอบไปพูดกับคนข้างบ้านว่าเราขี้เกียจอย่างนู้นอย่างนี้ เราก็งงว่าแล้วที่ช่วยขายของล่ะคือเราขี้เกียจหรอ คนแถวบ้านจะชอบบอกว่าเราขยัน เพราะถ้าเทียบกับเด็กวัยเดียวกันสมัยนั้น เช่นเพื่อนเรา ชีวิตช่วงวัยรุ่นคือจะสนุกที่สุดคือได้ไปเที่ยว ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน แต่เราไม่เคยมีช่วงเวลานั้น เงินมีความสำคัญกับแม่เรามากถ้าเราให้เงินเค้า เค้าจะพูดดีกับเรา แต่ถ้าวันไหนที่เราลาออกจากงานเราจะโดนด่าทันที ลืมบอกไปว่าแม่เราก็ชอบบังคับเหมือนกัน เราต้องทำทุกอย่างที่เค้าต้องการไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ มีช่วงนึงเราลาออกจากงานเพราะเรารู้สึกเครียดบวกกับสุขภาพเราเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ที่ทำงานเราเข้า8โมงเช้าเลิก6โมงเย็น หยุดวันอาทิตย์ ไม่มีพักร้อน ทำงานคนเดียวทุกอย่าง จนเริ่มเครียดและทนไม่ไหวจนกลายเป็นแพนิค เราจึงตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วหางานใหม่ที่สบายขึ้นและไม่เครียด แต่ก็โดนแม่ด่ามาว่าอยากทำงานสบายนู่นเลยขายบริการ เราเจ็บจนพูดไม่ออกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว
พี่ชาย พี่ชายของเรานิสัยดี มีบางครั้งโดนพ่อตีเหมือนกัน แต่เค้าไม่กลัวและไม่ใส่ใจ ตอนช่วงพี่เราอายุ17เค้าออกไปอยู่ข้างนอกและส่งตัวเองเรียนจึงทำให้ชีวิตช่วงนั้นค่อนข้างอิสระและไม่เจอกับความกดดันของพ่อแม่ แต่เมื่อเค้าเรียนจบกลับมาอยู่บ้านเค้าเลือกที่จะไม่ทำงาน แต่ขายของแทน ซึ่งก็ดี แต่ทุกครั้งที่ขายเสร็จกลับมาเค้าจะไม่เคยล้างของเลย พ่อกับแม่จะเป็นคนล้างให้ และไม่เคยว่าพี่ด้วย พี่ลุกจากที่นอนไม่พับผ้าห่มแม่ก็ไม่เคยว่า แม่คอยเก็บให้ตลอด บางครั้งก็ว่าเราทำไมไม่เก็บให้พี่ เราเลยบอกว่าทำไมไม่ให้พี่เก็บเองล่ะ แม่ก็บอกเค้ารีบไม่เห็นหรอ ผ้าขนหนูที่พี่เราใช้หลังจากอาบน้ำเสร็จเค้าก็จะกองๆเอาไว้ให้มันชื้นอยู่อย่างนั้น ถ้าเราไม่เก็บแล้วแม่มาเห็นเค้าก็ว่าเราอีก เราเลยบอก ก็บอกเค้ารู้จักเก็บมั่งสิ ด้วยเหตุผลเดิมๆของแม่คืเค้ารีบไม่เห็นหรอ เราเลยบอกว่ารีบถึงขนาดผ้าขนหนูผืนเดียวเก็บไม่ได้เลยหรอ แม่บอกเป็นพี่น้องกันต้องช่วยเหลือกัน เราเลยบอกไม่ใช่แล้ว แม่อ่ะรักลูกไม่เท่ากัน ถ้าลองเป็นเราดิบ่นทั้งวันอ่ะ เป็นผู้หญิงประสาอะไรไม่รู้จักเก็บบ้านให้เรียบร้อย เราก็งงว่าสังคมสมัยนี้มันเท่าเทียมกันแล้วนะ มันไม่ใช่เมื่อก่อนที่ผู้ชายหาเลี้ยงครอบครัวแล้วผู้หญิงเป็นแม่บ้าน เดี๋ยวเผลอๆผู้ชายนอนอยู่บ้านผู้หญิงหาเลี้ยงครอบครัวด้วยซ้ำ เราก็บอกเค้าก็ช่วยๆกันดิเราก็ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ ทำงานเหมือนกัน เรายังต้องทำเลย
เรา อย่างที่บอกข้างต้นเราเครียดกับหลายๆอย่างทั้งเรื่องงานและพ่อแม่ จนทำให้เราเป็นแพนิค เรามีอาการนี้อยู่2ปี โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และปีที่3เราก็เริ่มหาหมอรักษาจนตอนนี้ปีที่4แล้ว อาการดีขึ้นมากแต่ไม่หายขาด เราเคยบอกพ่อกับแม่ว่าเราเป็นแพนิคนะ อาการเป็นยังไงเราก็เปิดยูทูปให้เค้าดู แต่สิ่งที่ตอบสนองกลับมาคือพ่อเรานิ่งไม่สนใจ ส่วนแม่เราบอกว่าเราคิดไปเอง แล้วอย่าไปหาหมออีกนะเดี๋ยวคนอื่นเค้ารู้เค้าจะคิดว่าเราเป็นบ้า เราเลยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้หมอฟัง หมอบอกว่าถ้าเค้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องบอก ตั้งแต่นั้นมาเราไม่พูดเรื่องนี้กลับพ่อแม่เราอีกเลย แต่ยังคงไปหาหมอตลอด
จากที่เล่ามาทั้งหมดนั้นคือปัญหาของเราที่ทำให้เราไม่อยากมีชีวิตอยู่ เรารู้สึกท้อ รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่อาจให้กำลังใจเราได้ มีแต่จะคอยบ่นคอยว่าเราอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เราจะพยายามแค่ไหนมันก็ไม่เป็นผลที่เค้าจะเข้าใจ ทุกวันนี้เราคิดฆ่าตัวตายอยู่ตลอดเวลาที่ท้อ ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ถึงจะพ่อมีแม่ครบแต่มันก็ไม่อบอุ่น ไม่มีใครให้กำลังซึ่งกันและกัน เวลาทำผิดมาก็คอยแต่จะซ้ำเติม เรื่องที่เคยทำดีกี่ครั้งทำดีแค่ไหนไม่เคยจำ แต่ถ้าทำผิดแค่ครั้งเดียวขุดมาด่าได้ทุกวัน เราคิดฆ่าตัวตายแต่ไม่เคยคิดทำร้ายตัวเองเพราะมันเจ็บ วิธีฆ่าตัวตายของเราก็มีแค่วิธีเดียวเท่านั้นคือยิงขมับ เพราะเรามั่นใจว่าต้องตายแน่นอนและไม่ทรมาน เพียงแต่เรายังหาปืนไม่ได้ เราคิดว่าเมื่อไหร่ที่เราหาปืนได้แล้วมันมีเรื่องมาให้เราเครียดอีกเราคงตัดสินใจที่จะไม่อยู่บนโลกใบนี้อีก
ขอบคุณเพื่อนๆพันทิปทุกคน ที่เสียเวลาเข้ามาอ่าน
ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป
พ่อ พ่อของเราเป็นคนชอบบังคับ ชอบตี ตั้งแต่เราจำความได้ ตอนอนุบาล2เค้าสอนให้เราอ่านหนังสือ เลิกเรียนกลับมาต้องมานั่งอ่านทุกเย็น โดยมีเค้าเป็นคนสอนและมีตะเกียบอยู่ข้างตัวเค้า1อัน ถ้าเราอ่านไม่ได้หรืออ่านผิดเค้าก็จะตีด้วยตะเกียบ หรือบางครั้งโดนตีจนร้องไห้สะอึกสะอื้นอ่านต่อไม่ได้เค้าก็จะตีซ้ำเข้าไปอีกเป็นอย่างนี้ทุกวัน ที่บ้านเราขายกับข้าวเวลาที่พ่อเราใช้ไปซื้อของแล้วมีเงินทอนเหลือ1หรือ2บาท เราก็จะซื้อขนมกิน พอถึงบ้านเอาของให้เค้า เค้าถามแล้วเงินทอนล่ะ เราบอกซื้อขนมกินไปแล้ว เค้าก็ใช้เหล็กคีบถ่านฟาดเข้าที่น่องเราโดยไม่สนใจว่าลูกค้าในร้านจะเยอะขนาดไหน แล้วตอนที่เรียนอยู่ประถมเลิกเรียนเราก็จะกลับบ้านเองทุกครั้ง แต่มีบางครั้งที่พ่อเราไปรับ แต่เราไม่รู้หรอกว่าเค้าจะมารับวันไหนคือเค้าอยากจะมาก็มา แล้วถ้าเค้ามาไม่เจอเราที่โรงเรียนหรือไม่เจอตอนสวนทางกัน เค้ามาถึงบ้านเราก็โดนเลยตามมาฟาดถึงในห้องน้ำทั้งๆที่กำลังอาบน้ำอยู่ พอขึ้นมัธยมเรื่องการตีก็น้อยลงแต่จะเป็นการบังคับแทน ก่อนไปเรียนและหลังเลิกเรียนจะต้องช่วยพ่อกับแม่ขายของทุกครั้ง บางวันเลิกเรียนมาขออนุญาตพ่อไปเดินเที่ยวห้างกับเพื่อน เค้าถามว่าจะไปซื้ออะไร เราบอกไปเดินเล่นเฉยๆ เค้าบอกจะไปทำไม ไม่ให้ไป เราก็โอเคไม่ให้ก็ไม่ไป ซึ่งชีวิตเราจะวนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอด คือไม่ค่อยได้ออกไปไหน อยู่แต่กับที่บ้าน และรู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นคนกลัวพ่อมาก ที่หนักที่สุดคือตอนม.4 ช่วงปิดเทอม เราช่วยแม่เราขายของ แล้วพ่อเราก็ไปเล่นหวยกล่อง เราคิดว่าเค้าหน้าจะเสียเพราะกลับมาอารมณ์ไม่ดี ทีนี้เรากำลังกวาดบ้านอยู่เราคงกวาดไม่ถูกใจเค้ามั้ง เค้าด่าอะไรเราจำไม่ได้ แล้วเค้าก็ดึงเรามาตบเลยประมาณเกือบ10ที แม่เราก็มาช่วยห้าม เรางงมากว่าเราทำอะไรผิด เราวิ่งเข้าห้องน้ำไปร้องไห้อยู่คนเดียวยอมรับว่าโกรธเค้ามาก คือไม่เข้าใจว่าอารมณ์เสียแล้วทำไมต้องมาลงที่เรา ตั้งแต่นั้นมาเราไม่พูดกับเค้าและไม่เรียกเค้าว่าพ่ออีกเลย
แม่ แม่เราเป็นคนไม่ตีแต่ขี้บ่นมาก บ่นมากได้ทุกเรื่อง บ่นจนสุขภาพจิตเสีย มีปัญหาอะไรเล่าให้เค้าฟังก็ไม่ได้ แทนที่จะให้คำปรึกษาเค้ากลับบ่นแทน เค้าชอบไปพูดกับคนข้างบ้านว่าเราขี้เกียจอย่างนู้นอย่างนี้ เราก็งงว่าแล้วที่ช่วยขายของล่ะคือเราขี้เกียจหรอ คนแถวบ้านจะชอบบอกว่าเราขยัน เพราะถ้าเทียบกับเด็กวัยเดียวกันสมัยนั้น เช่นเพื่อนเรา ชีวิตช่วงวัยรุ่นคือจะสนุกที่สุดคือได้ไปเที่ยว ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน แต่เราไม่เคยมีช่วงเวลานั้น เงินมีความสำคัญกับแม่เรามากถ้าเราให้เงินเค้า เค้าจะพูดดีกับเรา แต่ถ้าวันไหนที่เราลาออกจากงานเราจะโดนด่าทันที ลืมบอกไปว่าแม่เราก็ชอบบังคับเหมือนกัน เราต้องทำทุกอย่างที่เค้าต้องการไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ มีช่วงนึงเราลาออกจากงานเพราะเรารู้สึกเครียดบวกกับสุขภาพเราเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ที่ทำงานเราเข้า8โมงเช้าเลิก6โมงเย็น หยุดวันอาทิตย์ ไม่มีพักร้อน ทำงานคนเดียวทุกอย่าง จนเริ่มเครียดและทนไม่ไหวจนกลายเป็นแพนิค เราจึงตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วหางานใหม่ที่สบายขึ้นและไม่เครียด แต่ก็โดนแม่ด่ามาว่าอยากทำงานสบายนู่นเลยขายบริการ เราเจ็บจนพูดไม่ออกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว
พี่ชาย พี่ชายของเรานิสัยดี มีบางครั้งโดนพ่อตีเหมือนกัน แต่เค้าไม่กลัวและไม่ใส่ใจ ตอนช่วงพี่เราอายุ17เค้าออกไปอยู่ข้างนอกและส่งตัวเองเรียนจึงทำให้ชีวิตช่วงนั้นค่อนข้างอิสระและไม่เจอกับความกดดันของพ่อแม่ แต่เมื่อเค้าเรียนจบกลับมาอยู่บ้านเค้าเลือกที่จะไม่ทำงาน แต่ขายของแทน ซึ่งก็ดี แต่ทุกครั้งที่ขายเสร็จกลับมาเค้าจะไม่เคยล้างของเลย พ่อกับแม่จะเป็นคนล้างให้ และไม่เคยว่าพี่ด้วย พี่ลุกจากที่นอนไม่พับผ้าห่มแม่ก็ไม่เคยว่า แม่คอยเก็บให้ตลอด บางครั้งก็ว่าเราทำไมไม่เก็บให้พี่ เราเลยบอกว่าทำไมไม่ให้พี่เก็บเองล่ะ แม่ก็บอกเค้ารีบไม่เห็นหรอ ผ้าขนหนูที่พี่เราใช้หลังจากอาบน้ำเสร็จเค้าก็จะกองๆเอาไว้ให้มันชื้นอยู่อย่างนั้น ถ้าเราไม่เก็บแล้วแม่มาเห็นเค้าก็ว่าเราอีก เราเลยบอก ก็บอกเค้ารู้จักเก็บมั่งสิ ด้วยเหตุผลเดิมๆของแม่คืเค้ารีบไม่เห็นหรอ เราเลยบอกว่ารีบถึงขนาดผ้าขนหนูผืนเดียวเก็บไม่ได้เลยหรอ แม่บอกเป็นพี่น้องกันต้องช่วยเหลือกัน เราเลยบอกไม่ใช่แล้ว แม่อ่ะรักลูกไม่เท่ากัน ถ้าลองเป็นเราดิบ่นทั้งวันอ่ะ เป็นผู้หญิงประสาอะไรไม่รู้จักเก็บบ้านให้เรียบร้อย เราก็งงว่าสังคมสมัยนี้มันเท่าเทียมกันแล้วนะ มันไม่ใช่เมื่อก่อนที่ผู้ชายหาเลี้ยงครอบครัวแล้วผู้หญิงเป็นแม่บ้าน เดี๋ยวเผลอๆผู้ชายนอนอยู่บ้านผู้หญิงหาเลี้ยงครอบครัวด้วยซ้ำ เราก็บอกเค้าก็ช่วยๆกันดิเราก็ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ ทำงานเหมือนกัน เรายังต้องทำเลย
เรา อย่างที่บอกข้างต้นเราเครียดกับหลายๆอย่างทั้งเรื่องงานและพ่อแม่ จนทำให้เราเป็นแพนิค เรามีอาการนี้อยู่2ปี โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และปีที่3เราก็เริ่มหาหมอรักษาจนตอนนี้ปีที่4แล้ว อาการดีขึ้นมากแต่ไม่หายขาด เราเคยบอกพ่อกับแม่ว่าเราเป็นแพนิคนะ อาการเป็นยังไงเราก็เปิดยูทูปให้เค้าดู แต่สิ่งที่ตอบสนองกลับมาคือพ่อเรานิ่งไม่สนใจ ส่วนแม่เราบอกว่าเราคิดไปเอง แล้วอย่าไปหาหมออีกนะเดี๋ยวคนอื่นเค้ารู้เค้าจะคิดว่าเราเป็นบ้า เราเลยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้หมอฟัง หมอบอกว่าถ้าเค้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องบอก ตั้งแต่นั้นมาเราไม่พูดเรื่องนี้กลับพ่อแม่เราอีกเลย แต่ยังคงไปหาหมอตลอด
จากที่เล่ามาทั้งหมดนั้นคือปัญหาของเราที่ทำให้เราไม่อยากมีชีวิตอยู่ เรารู้สึกท้อ รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่อาจให้กำลังใจเราได้ มีแต่จะคอยบ่นคอยว่าเราอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เราจะพยายามแค่ไหนมันก็ไม่เป็นผลที่เค้าจะเข้าใจ ทุกวันนี้เราคิดฆ่าตัวตายอยู่ตลอดเวลาที่ท้อ ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ถึงจะพ่อมีแม่ครบแต่มันก็ไม่อบอุ่น ไม่มีใครให้กำลังซึ่งกันและกัน เวลาทำผิดมาก็คอยแต่จะซ้ำเติม เรื่องที่เคยทำดีกี่ครั้งทำดีแค่ไหนไม่เคยจำ แต่ถ้าทำผิดแค่ครั้งเดียวขุดมาด่าได้ทุกวัน เราคิดฆ่าตัวตายแต่ไม่เคยคิดทำร้ายตัวเองเพราะมันเจ็บ วิธีฆ่าตัวตายของเราก็มีแค่วิธีเดียวเท่านั้นคือยิงขมับ เพราะเรามั่นใจว่าต้องตายแน่นอนและไม่ทรมาน เพียงแต่เรายังหาปืนไม่ได้ เราคิดว่าเมื่อไหร่ที่เราหาปืนได้แล้วมันมีเรื่องมาให้เราเครียดอีกเราคงตัดสินใจที่จะไม่อยู่บนโลกใบนี้อีก
ขอบคุณเพื่อนๆพันทิปทุกคน ที่เสียเวลาเข้ามาอ่าน