มี่เรียนธุรกิจในไทย ครั้งที่ 6

กระทู้สนทนา
WiSE ฉบับ 13 พ.ย. 2017

มี่เรียนธุรกิจในไทย ครั้งที่ 6

Made in “Thailand”


Haseba: สัปดาห์ที่แล้วได้อธิบายข้อตกลงพลาซ่า แอคคอร์ดเมื่อปี 1985 ครับ

มี่: ตกใจเรื่องการกระทบของข้อตกลงพลาซ่า แอคคอร์ดต่อประเทศไทยค่ะ

Haseba: ครั้งนี้จะกลับมาอธิบายเรื่องอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นะครับ หลังข้อตกลงพลาซ่า แอคคอร์ด บริษัทที่วางแผนมาว่าจะออกสู่ต่างประเทศก็มาเปิดกิจการที่ประเทศไทยมากมายครับ กระแสนั้นรุนแรงมาก เห็นได้จากจำนวนการลงทุนจากญี่ปุ่น (อาศัยจำนวน BOI อนุมัติ) ซึ่งในปี 1985 มีแค่ 20 ราย แต่ในปี 1986 มี 38 ราย, ในปี 1987 มี 256 ราย, ในปี 1989 มี 224 ราย เพิ่มขึ้นมหาศาลครับ

มี่: เอ๊ะ เพิ่มขึ้น 10 กว่าเท่าเหรอคะ

Haseba: ก่อนข้อตกลงพลาซ่า แอคคอร์ด มีการมาลงทุนในประเทศไทยบ้างแต่ก็เป็นกิจการประกอบและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นหลักครับ แต่หลังข้อตกลงพลาซ่า แอคคอร์ด ก็ได้พัฒนาขึ้นอีกก้าวหนึ่ง คือบริษัทที่มาประเทศไทยเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตัวกึ่งสื่อนำ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ลิฟท์ หม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น คือเกือบทุกประเภทของสาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ครับ ช่วยยกตัวอย่างของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่นึกออกให้หน่อยครับ

มี่: อืมม ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น คอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ กล้อง โทรศัพท์มือถือ แอร์ พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า แล้วก็อุปกรณ์ส่องสว่างอะไรแบบนี้ค่ะ

Haseba: จริงๆ สินค้าที่มี่ซังยกตัวอย่างทั้งหมดนี่ ปัจจุบันถูกผลิตในประเทศไทยครับ นอกจากจำหน่ายในประเทศแล้วยังส่งออกต่างประเทศด้วยครับ

มี่: ทั้งหมดเหรอคะ สุโก้ยจังนะคะ
.
.
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตามอ่านกันได้นะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่