สวัสดีคับ ผมขออนุญาตรายงานตัวก่อนนะคับ ผมชื่อบี แฟนผมชื่อกาญ
ผมไปหลงรักคนที่ติดเชื้อHIVเข้าแบบเต็มเปา แต่ว่าสุดท้ายเขาก็เลิกกับผม เพราะเขารับนิสัยผมไม่ได้
ย้อนหลังไปปีที่แล้ว ผมเพิ่งเลิกกับแฟนเก่ามา ซึ่งเจ็บและเคว้งคว้างมาก ผมมีแฟนมาทั้งหมดก่อนหน้านี้เพียงสี่คน ไม่รวมแฟนเก่าคนนี้ แฟนผมแต่ละคน คบนานสุดได้ห้าปี และต่ำสุดสองปี คือผมเป็นคนชอบคบคนที่เรารักไปนานๆ เท่าที่จะนานได้ แต่ละคนที่ผมคบ เขาจะอยู่ในแผนการดำเนินชีวิตของผมเสมอ คือ คำว่าแฟนของผมนั้น หมายถึงคนที่จะมาร่วมใช้ชีวิตกับเราไปตลอด ไม่ชั่ยเพียงแค่ผ่านมาและผ่านไป.....
แต่ผมรู้นะคับ ว่าวันใดวันนึงเราก็ต้องจากกัน ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย เพราะวันใดมีพบ มันก็ต้องมีจาก นี่คือสัจธรรมของชีวิต แต่อย่างน้อย ผมก็ได้ทำมันดีที่สุดแล้วในแต่ละวัน เพราะผมยังคงศรัทธาใน “รักแท้” ไม่ว่าจะต้องเจ็บอีกกี่ครั้งก็ตาม
เรื่องมีอยู่ว่า.................
พอผมเลิกกับแฟนคนก่อนหน้ามา ผมก็รูสึกแย่มาก เพราะเราจากกันด้วยดี การเลิกกันด้วยดีนั้นมันทรมานมาก มากกว่าการเลิกเพราะทะเลาะกันอีก เชื่อผม ปกติผมเป็นคนไม่เล่นโปรแกรมหาเซ็ก ด้วยนิสัยแล้ว เพราะมันวุ่นวาย ผมเป็นคนชอบเก็บตัว โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ไม่ค่อยเข้าสังคมสักเท่าไหร่ คุยกะคนแปลหน้าไม่ค่อยเก่ง พอผมเลิกกะแฟนปั๊บ ผมก็เหงา เพราะ สิ่งที่เราเคยทำกันทุกวัน คุยกันทั้งคืน มันหายไป กลับกลายไม่มีใครให้คุยด้วย อยู่ไปสักพัก ผมก็โหลดโปรแกรมมาเล่น เล่นไปสักพัก ผมก็เจอแฟนเก่าคนล่าสุด แต่ผมยังไม่ได้อะไร เพราะคิดแค่ว่า คนในโปรแกรมมันก็เหมือนๆกันหมด แต่เพียงเพราะผมเหงาและเสียสูญมาก เลยกอยากได้เพื่อนคุย ต่างคน ต่างทัศนคติมาคุยกัน มันอาจจะได้ข้อคิดขึ้นมา ก็ได้มั้ง พอคุยกันได้สักพัก ก็แลกไลน์กัน ผมอยู่ต่างจังหวัดคับ แต่เขาอยู่กทม. ผมชอบขึ้นไปเที่ยวหาเพื่อนที่กทม.เป็นประจำ เพราะผมอยู่คนเดียวไม่ได้ มีครั้งหนึ่ง เขาทักผมมาในไลน์ ตอนผมอยู่กทม.พอดี เราโทรคุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติของความรัก แชร์ประสบการณ์ของแฟนเก่ากัน เขาก็เพิ่งเลิกกะแฟนมาหมาดๆเหมือนกัน และยังไม่อยากจะมีใคร ผมก็เห็นใจเขานะ เพราะสิ่งที่เขาเจอแต่ละอย่าง มันดูแย่ และมุมมองความรักของเขาก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่ดี เขาบอกว่าเขาเบื่อโลกของเกย์ มีแต่คนที่แต่จะมีอะไรกัน หาแต่เซ็กส์ เขาเบื่อ และอยากเจอใครสักคนที่รักเขาจิง และอยากจะอยู่กับเขาไปตลอดยันบั้นปลาย ซึ่งทัศนคติเขาคล้ายกับผม ผมจิงจังกับความรัก และทุกครังที่มีแฟน คืออยากจะอยู่ด้วยกันไปตลอดแบบไม่ต้องเลิก เพราะเกลียดการเริ่มใหม่
ไอ่เราก็กินเบียร์ คุยโทรสับปรับทัศนคติกันเพลินๆ เขาเลยชวนไปนั่งเล่นด้วยเป็นเพื่อน แต่ตอนคุยกันก็บอกว่า แค่นอนกอดกันเฉยๆพอ(ใสไปอีกกรู) อะ ตกลงก็เลยไปหาเขาที่ห้อง ไปถึง ก็คุยกัน เสร็จก็นอน ไปๆมาๆมีไรกันซะงั้น ตอนแรกก็ใส่ถุง แต่มีรอบนึง ผมถามเขาว่า ปลอดภัยรึป่าว เขาบอกว่าเขาปลอดภัย ผมเลยสันดาน ถอดถุงออก เพราะเชื่อใจและมีความรู้สึกดีด้วย(อย่าเพิ่งด่านะ555) ผมรู้สึกกับเขาไปแล้ว ไม่รู้ว่าทำไม คุณเคยรู้สึกรักแรกพบปะ นี่ละคนนี้ ไรแบบนี้(เน่า5555) คืนนั้นผมนอนกอด คลอเคลียเขาทั้งคืน ไม่ได้ห่าง พอตื่นนอนก็อาบน้ำด้วยกัน ผมบีบยาสีฟันให้ สระผมให้ ถูสบู่ให้ คือผมเป็นคนติดแฟนมาก ชอบอยู่ใกล้ๆกับคนที่เรารักเสมอ ชอบคลอเคลีย ขอให้ได้ใกล้ชิดพอ หลังจากนั้นผมก็กลับต่างจังหวัด ลงกทม.ไปหาเขาบ้าง และทักหาเขาประจำระหว่างวัน แต่ว่าเขาไม่ค่อยจะตอบกลับมา ตอบช้าบ้าง หายบ้าง แต่ก่อนนอน เราก็จะโทรหากันประจำ เกือบทุกคืน เขาก็บอกว่า เขาไม่คอยได้เล่น ไม่ได้จับ ได้เช็คโทรสับ แต่ผมรู้สึกว่าเขากำลังสร้างกำแพงใส่ผม และวันนึงเขาบอกกับผมว่า เขาก็ยังเจ็บกับความรักครั้งก่อนและยังไม่อยากจะมีใคร ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ผมอยากรู้จักเขาจิงๆ คนที่อยู่ข้างใน ไม่ชั่ยคนที่สร้างพฤติกรรมเปลือกนอกมาบดบังสิ่งที่อยู่ภายใน ผมมองเขาออก ระหว่างคุยกัน เขาไม่เคยบอกสิ่งภายในที่เขาคิดอยู่เลยสักนิด แต่ไม่เป็นไร ผมก็ทำให้เต็มที่ของผมก็พอ เผื่อวันนึงเขาอาจจะรู้ว่า สิ่งที่เราให้นั้น มันมาจากใจจิงๆ และถึงวันนั้นถึงเขาไม่เห็น ก็ไม่เป็นไร เพราะผมถือว่า ผมได้ทำมันไปเต็มที่แล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองเดือน ผมก็คิดว่า เขาคงไม่ได้คิดไรกับผมแล้ว ผมก็มองเขาเป็นน้องคนนึง และผมก็ไปคุยกับอีกคน แต่คนนี้ผมรู้จักมานานแล้ว เลยอยากจะเริ่มลองคุยดู และเหมือนจะมีความรู้สึกดีดีๆให้กัน แต่เรายังไม่ได้มีอะไรกันนะคับ เพราะเราอยู่ไกลกันมาก แล้ววันนึง กาญโทรมาหาและบอกความในใจทั้งหมดว่า เขาก็รู้สึกดีกับผม แต่เขากลัวอะไรหลายๆอย่าง ถ้าผมจะมีคนอื่น ก็ขอให้โชคดี เขาแค่อยากจะบอก ผมร้องไห้ และบอกเขาว่า จะมาบอกผมทำไม ตอนผมกำลังจะไปและพยายามจะไม่คิดอะไรแล้ว เขาบอกว่า เขาแค่อยากบอกตอนที่ยังมีความรู้สึก ผมเสียใจนะว่า ทำไมตอนเราทำสิ่งดีดีให้ ทำไมไม่เห็นค่า กลับมาเห็นค่าเวลาเราจะไป
ผมก็คุยกับอีกคน เหมือนกำลังจะเริ่มได้ดี แต่ว่าคนนี้เขาเป็นคนเที่ยว พอเวลาเที่ยว เขาจะไม่ค่อยตอบ และบางทีก็หายไปเลย ทั้งคืน กลับก็ไม่บอก ซึ่งผม คุยได้สักพัก ผมก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ เขาเป็นคนชอบเที่ยว ส่วนตัวผมคบกะคนเที่ยวไม่ค่อยรอด เพราะผมเป็นคนคิดมาก จะนอนไม่หลับเวลาแฟนไปเที่ยว(เคยคบมาแล้วคนนึง มันทรมานมาก) ก็เลยบอกเขาว่า ผมขอโทด เขาไม่ได้ผิดอะไร เพราะผมผิดเอง ผมชอบคิดมาก ถ้าคนที่เราคุยด้วยหายไป โดยที่ผมตามไม่ได้ ติดต่อไม่ได้ มันทรมาน และผมไม่อยากทน เพราะผมเคยทนมาแล้ว ไม่อยากเจอีก เราเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมกันดีว่า เราอาจเป็นได้แค่นั้นจิงๆ แต่ในใจลึกๆก็เหมือนจะรอกาญกลับมา
แต่ระหว่างนั้น ก็คุยกับกาญเขานะ จนเวลาล่วงเลยไปประมาณห้าหกเดือน เขาบอกผมว่า เขามีอะไรจะบอก แล้วเขาก็เงียบไปพักหนึ่ง ผมบอกว่า บอกมาเลย คุยได้หมด เขาบอกผมว่า..... เขาติดเชื้อHIV ผมนิ่งไปแปบนึง คิดในหัว โอเคร ในเมื่อเรื่องมันเกิดแล้ว ผมย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ผมจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะผมก็มีส่วนผิด แค่ต้องยอมรับมันและเดินหน้าต่อไป ผมบอกกับเขาว่า ไม่เป็นไร นี่ รึป่าวคือสิ่งที่เขาสร้างกำแพงมาบังผมเอาไว้ เขาบอกว่าใช่และร้องไห้ ผมเลยปลอบมา ไม่เป็นไรนะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เขาร้องไห้หนักมาก เขาให้ผมไปตรวจเลือด ผมก็รอเวลา30วัน เพื่อไปตรวจ เพราะเพิ่งมีอะไรกันมา
ระหว่างนั้น ผมก็คุยกับเขา แต่มันรู้ได้ว่า เขาก็ ไม่ได้ต่างไปจากเดิม คือยังคงมีกำแพงไม่ให้ผมเข้าไปในนั้นอยู่ดี แต่ในหัวของผมมันสับสน คิดหนัก ถ้าผมติดเชื้อ ผมจะทำยังไง จะอยู่ยังไงต่อไป เขาก็ไม่ได้อยากจะคบกับผม ไหนจะเรื่องงานการอีก แต่ว่าเราจะคิดลบไม่ได้ ไม่งั้นชีวิตพังแน่ อีกใจในตอนนั้น ผมถึงขนาดคิดว่า ถ้าติดเชื่อก็ดี เพราะผมคงได้อยู่กับเขาไปตลอด(เป็นความคิดแบบโง่ๆในตอนนั้นนะคับ) เขาเคยถามผมว่า เขาเป็นอะไรสำหรับผม ผมบอกเขาว่า สำหรับผม เขาคือแฟนผม แต่เขาไม่จำเป็นต้องมองผมเป็นแฟนก็ได้ ผมโอเคร และจะพยายามทำให้ถึงที่สุด เพราะถ้าไม่ไหวแล้ว ผมจะไปเอง คนที่เสียใจวันนั้นคงไม่ชั่ยผม ผมบอกเขาแบบนั้น
พอถึงเวลาที่ผมต้องไปตรวจเลือด ตอนนั้นผมไปเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียว เลยถือโอกาสตรวจเลือดด้วยเลย ผมก็โทรหาเขา ปรึกษากับเขา ว่าถ้าผมเป็น ผมจะเอายังไงต่อ จะย้ายไปอยู่กทม.กับเขาดีไหม เพราะมีพี่ให้ไปสมัครงานที่กทม.พอดี ได้อยู่ใกล้กัน ช่วยดูแลกัน แต่เขาก็เงียบ เขาบอกว่า มากทม.แล้วค่อยมาคุยกัน ไปตรวจก่อน ผมอาจไม่เป็นก็ได้ ผมก็เข้าไปตรวจเลือด หมอก็ถามว่าเป็นอะไรมา มีความเสี่ยงอะไร ผมก็ตอบว่าผมมีแฟนเป็นHIVคับ เขาถามว่า ถ้าเราติดเชื้อ เราจะทำยังไงต่อ วางแผนไว้ว่ายังไงต่อไป ผมก็ตอบไปว่า ก็หาโรงพยาบาลใกล้บ้าน แล้วกินยาให้สม่ำเสมอไม่ขาดคับ แล้วหมอถามอีกว่า แล้วถ้าไม่เป็นละ จะทำยังไงกับแฟน ผมตอบว่า ไม่ทิ้งคับ HIVหลังจากผมศึกษามา มันไม่ได้น่ากลัวแบบที่ผมคิดตอนแรกเลย แค่เรา รู้วิธีป้องกัน เราก็อยู่กันได้คับ โรคมะเร็งผมว่า มันน่ากลัวกว่านะคับ หมอถามว่ารังเกียจไหม ผมตอบเต็มคำเลยว่า ไม่รังเกียจคับ
และระหว่างที่รอผล ผมรู้สึกกลัวและหดหู่มาก แต่ในใจคิดว่า ถ้าเป็น เราจะท้อไม่ได้และต้องยอมรับมัน ผมก็โทรหาเขา อยากมีเพื่อนไว้คุยระหว่างเรารอผล เพราะมันหดหู่แบบถูก บอกไม่ แต่เขาดูเหมือนจะเฉยๆ ผมถามว่าถ้าผมติด จะทำยังๆง เขาบอกว่า ถ้าติด เราก็คบกัน เขาจะไม่ทิ้งไหน(ในใจผมคิดว่า คือเขาไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้แคร์ผมจิงๆเลยใช่ไหม)ซึ่งผมรู้สึกเจ็บมาก พอหมอเรียกเข้าไปคุย หมอก็บอกผมว่า....... ผลเลือดเป็นลบ ผมไม่ได้ติดเชื้อ! ตอนนั้นผมก็คิดว่า เขาคงไม่สนใจผมแล้วละ เพราะผมเหมือนหลุดจากเขามาแล้ว พอโทรไปบอกเขา ว่าผมไม่เป็น เขาก็บอกว่าดีแล้ว เหมือนเขาจะเฉยๆในคำตอบ ตอนนั้นผมรู้สึกแย่มาก ไปเที่ยวคนเดียว กินเหล้าคนเดียว กลับมาห้อง นั่งร้องไห้ นั่งพูดกับตัวเองว่า ต้องหลุดจากตรงนี้ จากคนที่ไม่ได้รักให้ได้
พอผมบินกลับจากเที่ยวเพื่อไปลงกทม.และต้องนั่งรถกลับบ้าน ก็เลยแวะหาเขาคืนสุดท้าย ในใจคืออยากไปหาเขาเป็นครั้งสุดท้ายและเริ่มต้นชีวิตตัวเองใหม่ และเวลามันก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆ ซึ่งผมยอมแพ้แล้ว และผมไม่รู้สึกเสียใจหลังจากพูดกับตัวเองในคืนสุดท้ายก่อนจะบินกลับ เพราะผมพยายามไปหมดแล้วทุกอย่าง ถึงเราไม่ได้คบกัน แต่ผมก็ดีใจที่ผมได้พยายาม หลังจากคืนนั้น ผมก็บินกลับกทม. และไปหาเขา อยู่กับเขาในคืนสุดท้าย และผมก็กลับบ้าน ใช้ชีวิตปกติ เหมือนจะดี มีวันนึงกาญโทรหาผม ตอนนั้นผมทำงานอยู่ เขาถามผมว่า ตอนนี้ผมได้คบกะใครไหม มีคนคุยคุยรึป่าว ผมบอกก็มีอยู่ ทำไม?(แต่จิงๆผมโกหกว่ามี) เขาก็ถามวนไปวนวนมา ผมเลยบอกเขาเข้าจุดว่า อย่าบอกกูนะว่า คิดไรกะกูอีก เพราะกูตัดไปแล้ว ขอร้อง อย่าทำให้กูเขวอีกเลย ถ้าไม่ได้คิดอะไรกะกู(ผมกับเขา จะพูดกูกันตลอด มันรู้สึกสบายใจดี และเป็นตัวเราเอง แบบไม่ต้องแอ๊บ) เขาก็เงียบ วันนั้นผมเลิกงานห้าโมงเย็นได้ กลับถึงบ้าน เขาก็โทรมาอีก คุยวกไปวนมา แล้วเขาก็ถามผมว่า เป็นแฟนกับผมไหม ผมตอบแบบทันควันเลยว่า “ไม่” เขาถามว่าทำไม ผมบอกว่า ผมเคยเข้าหาเขาแล้ว พยายามทุกอย่างแล้ว พยายามจะยอมรับเขา เพราะเขาไม่ค่อยตอบโทรสับ ไม่ค่อยคุย ผมบอกว่า ถ้ามีแฟนแล้ว วันนึงไม่ได้คุยกันเลย ผมอยู่ไม่ได้ ผมทรมาน อย่าเริ่มเลย ผมไม่อยากเจ็บ มันเจ็บมาแล้วครั้งนึง ไม่อยากเจ็บอีก ผมบอกเขาว่า เข้ากะกูไม่ได้หรอก เพราะกูติดแฟนมาก เขาบอกว่ายังไง ผมบอกว่า ผมคุยกะแฟนตลอด เวลาผมมีแฟน อยากรู้อยากเห็นตลอดเรื่องของแฟน ทำอะไรอยู่นะ ตอนนี้ กินไรยัง ตื่นรึยัง กลับห้องรึงยัง นอนรึยัง ถ้ากูได้เป็นแฟน กูอยู่ไม่ได้หรอก เพราะชอบความรักแบบผู้ใหญ่ วันๆทำอะไร ไปไหน ไม่ต้องบอกก็ได้ แค่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ผิดศีลธรรมนอกลู่ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกันก็ได้ แต่ผมบอกว่า เรื่องความรัก ผมยังเด็ก ยังอยากคุยกันมุ้งมิ้ง ถามไถ่กัน ไปไหนบ้าง ทำไรบ้าง เพราะมันอยู่ไกลกัน ถ้าอยู่ใกล้กัน มันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องพูดกันมากก็ได้ เพราะยังไงก็ต้องกลับมานอนด้วยกันอยู่ดี เขากบอกว่า รู้ได้ไงว่าคบกันไม่ได้ ไปไม่รอด เพราะยังไม่รู้จักเขาจิงๆเลย เขาปรับตัวตามแฟนแต่ละคนเสมอ เพราะเขารักแฟนมาก ผมก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่เอา บอกกับเขาว่า กูรู้สันดานตัวเองดี อย่าเริ่มเลย และก็รู้จักดีว่าเป็นคนยังไง คนอย่างมต้องมีแฟนอยู่ด้วยกันเท่านั้น คือ ไม่ต้องคุยกันมาก แต่รู้ว่าเป็นแฟนกัน ซึ่งกูอยู่แบบนั้นไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้คุยกันในวันๆนึง เขาก็ตอบคำเดิมว่า ได้สิ อย่าเพิ่งตัดสินเขาได้ไหม
เมื่อมีแฟนติดเชื้อHIV.........
ผมไปหลงรักคนที่ติดเชื้อHIVเข้าแบบเต็มเปา แต่ว่าสุดท้ายเขาก็เลิกกับผม เพราะเขารับนิสัยผมไม่ได้
ย้อนหลังไปปีที่แล้ว ผมเพิ่งเลิกกับแฟนเก่ามา ซึ่งเจ็บและเคว้งคว้างมาก ผมมีแฟนมาทั้งหมดก่อนหน้านี้เพียงสี่คน ไม่รวมแฟนเก่าคนนี้ แฟนผมแต่ละคน คบนานสุดได้ห้าปี และต่ำสุดสองปี คือผมเป็นคนชอบคบคนที่เรารักไปนานๆ เท่าที่จะนานได้ แต่ละคนที่ผมคบ เขาจะอยู่ในแผนการดำเนินชีวิตของผมเสมอ คือ คำว่าแฟนของผมนั้น หมายถึงคนที่จะมาร่วมใช้ชีวิตกับเราไปตลอด ไม่ชั่ยเพียงแค่ผ่านมาและผ่านไป.....
แต่ผมรู้นะคับ ว่าวันใดวันนึงเราก็ต้องจากกัน ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย เพราะวันใดมีพบ มันก็ต้องมีจาก นี่คือสัจธรรมของชีวิต แต่อย่างน้อย ผมก็ได้ทำมันดีที่สุดแล้วในแต่ละวัน เพราะผมยังคงศรัทธาใน “รักแท้” ไม่ว่าจะต้องเจ็บอีกกี่ครั้งก็ตาม
เรื่องมีอยู่ว่า.................
พอผมเลิกกับแฟนคนก่อนหน้ามา ผมก็รูสึกแย่มาก เพราะเราจากกันด้วยดี การเลิกกันด้วยดีนั้นมันทรมานมาก มากกว่าการเลิกเพราะทะเลาะกันอีก เชื่อผม ปกติผมเป็นคนไม่เล่นโปรแกรมหาเซ็ก ด้วยนิสัยแล้ว เพราะมันวุ่นวาย ผมเป็นคนชอบเก็บตัว โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ไม่ค่อยเข้าสังคมสักเท่าไหร่ คุยกะคนแปลหน้าไม่ค่อยเก่ง พอผมเลิกกะแฟนปั๊บ ผมก็เหงา เพราะ สิ่งที่เราเคยทำกันทุกวัน คุยกันทั้งคืน มันหายไป กลับกลายไม่มีใครให้คุยด้วย อยู่ไปสักพัก ผมก็โหลดโปรแกรมมาเล่น เล่นไปสักพัก ผมก็เจอแฟนเก่าคนล่าสุด แต่ผมยังไม่ได้อะไร เพราะคิดแค่ว่า คนในโปรแกรมมันก็เหมือนๆกันหมด แต่เพียงเพราะผมเหงาและเสียสูญมาก เลยกอยากได้เพื่อนคุย ต่างคน ต่างทัศนคติมาคุยกัน มันอาจจะได้ข้อคิดขึ้นมา ก็ได้มั้ง พอคุยกันได้สักพัก ก็แลกไลน์กัน ผมอยู่ต่างจังหวัดคับ แต่เขาอยู่กทม. ผมชอบขึ้นไปเที่ยวหาเพื่อนที่กทม.เป็นประจำ เพราะผมอยู่คนเดียวไม่ได้ มีครั้งหนึ่ง เขาทักผมมาในไลน์ ตอนผมอยู่กทม.พอดี เราโทรคุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติของความรัก แชร์ประสบการณ์ของแฟนเก่ากัน เขาก็เพิ่งเลิกกะแฟนมาหมาดๆเหมือนกัน และยังไม่อยากจะมีใคร ผมก็เห็นใจเขานะ เพราะสิ่งที่เขาเจอแต่ละอย่าง มันดูแย่ และมุมมองความรักของเขาก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่ดี เขาบอกว่าเขาเบื่อโลกของเกย์ มีแต่คนที่แต่จะมีอะไรกัน หาแต่เซ็กส์ เขาเบื่อ และอยากเจอใครสักคนที่รักเขาจิง และอยากจะอยู่กับเขาไปตลอดยันบั้นปลาย ซึ่งทัศนคติเขาคล้ายกับผม ผมจิงจังกับความรัก และทุกครังที่มีแฟน คืออยากจะอยู่ด้วยกันไปตลอดแบบไม่ต้องเลิก เพราะเกลียดการเริ่มใหม่
ไอ่เราก็กินเบียร์ คุยโทรสับปรับทัศนคติกันเพลินๆ เขาเลยชวนไปนั่งเล่นด้วยเป็นเพื่อน แต่ตอนคุยกันก็บอกว่า แค่นอนกอดกันเฉยๆพอ(ใสไปอีกกรู) อะ ตกลงก็เลยไปหาเขาที่ห้อง ไปถึง ก็คุยกัน เสร็จก็นอน ไปๆมาๆมีไรกันซะงั้น ตอนแรกก็ใส่ถุง แต่มีรอบนึง ผมถามเขาว่า ปลอดภัยรึป่าว เขาบอกว่าเขาปลอดภัย ผมเลยสันดาน ถอดถุงออก เพราะเชื่อใจและมีความรู้สึกดีด้วย(อย่าเพิ่งด่านะ555) ผมรู้สึกกับเขาไปแล้ว ไม่รู้ว่าทำไม คุณเคยรู้สึกรักแรกพบปะ นี่ละคนนี้ ไรแบบนี้(เน่า5555) คืนนั้นผมนอนกอด คลอเคลียเขาทั้งคืน ไม่ได้ห่าง พอตื่นนอนก็อาบน้ำด้วยกัน ผมบีบยาสีฟันให้ สระผมให้ ถูสบู่ให้ คือผมเป็นคนติดแฟนมาก ชอบอยู่ใกล้ๆกับคนที่เรารักเสมอ ชอบคลอเคลีย ขอให้ได้ใกล้ชิดพอ หลังจากนั้นผมก็กลับต่างจังหวัด ลงกทม.ไปหาเขาบ้าง และทักหาเขาประจำระหว่างวัน แต่ว่าเขาไม่ค่อยจะตอบกลับมา ตอบช้าบ้าง หายบ้าง แต่ก่อนนอน เราก็จะโทรหากันประจำ เกือบทุกคืน เขาก็บอกว่า เขาไม่คอยได้เล่น ไม่ได้จับ ได้เช็คโทรสับ แต่ผมรู้สึกว่าเขากำลังสร้างกำแพงใส่ผม และวันนึงเขาบอกกับผมว่า เขาก็ยังเจ็บกับความรักครั้งก่อนและยังไม่อยากจะมีใคร ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ผมอยากรู้จักเขาจิงๆ คนที่อยู่ข้างใน ไม่ชั่ยคนที่สร้างพฤติกรรมเปลือกนอกมาบดบังสิ่งที่อยู่ภายใน ผมมองเขาออก ระหว่างคุยกัน เขาไม่เคยบอกสิ่งภายในที่เขาคิดอยู่เลยสักนิด แต่ไม่เป็นไร ผมก็ทำให้เต็มที่ของผมก็พอ เผื่อวันนึงเขาอาจจะรู้ว่า สิ่งที่เราให้นั้น มันมาจากใจจิงๆ และถึงวันนั้นถึงเขาไม่เห็น ก็ไม่เป็นไร เพราะผมถือว่า ผมได้ทำมันไปเต็มที่แล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองเดือน ผมก็คิดว่า เขาคงไม่ได้คิดไรกับผมแล้ว ผมก็มองเขาเป็นน้องคนนึง และผมก็ไปคุยกับอีกคน แต่คนนี้ผมรู้จักมานานแล้ว เลยอยากจะเริ่มลองคุยดู และเหมือนจะมีความรู้สึกดีดีๆให้กัน แต่เรายังไม่ได้มีอะไรกันนะคับ เพราะเราอยู่ไกลกันมาก แล้ววันนึง กาญโทรมาหาและบอกความในใจทั้งหมดว่า เขาก็รู้สึกดีกับผม แต่เขากลัวอะไรหลายๆอย่าง ถ้าผมจะมีคนอื่น ก็ขอให้โชคดี เขาแค่อยากจะบอก ผมร้องไห้ และบอกเขาว่า จะมาบอกผมทำไม ตอนผมกำลังจะไปและพยายามจะไม่คิดอะไรแล้ว เขาบอกว่า เขาแค่อยากบอกตอนที่ยังมีความรู้สึก ผมเสียใจนะว่า ทำไมตอนเราทำสิ่งดีดีให้ ทำไมไม่เห็นค่า กลับมาเห็นค่าเวลาเราจะไป
ผมก็คุยกับอีกคน เหมือนกำลังจะเริ่มได้ดี แต่ว่าคนนี้เขาเป็นคนเที่ยว พอเวลาเที่ยว เขาจะไม่ค่อยตอบ และบางทีก็หายไปเลย ทั้งคืน กลับก็ไม่บอก ซึ่งผม คุยได้สักพัก ผมก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ เขาเป็นคนชอบเที่ยว ส่วนตัวผมคบกะคนเที่ยวไม่ค่อยรอด เพราะผมเป็นคนคิดมาก จะนอนไม่หลับเวลาแฟนไปเที่ยว(เคยคบมาแล้วคนนึง มันทรมานมาก) ก็เลยบอกเขาว่า ผมขอโทด เขาไม่ได้ผิดอะไร เพราะผมผิดเอง ผมชอบคิดมาก ถ้าคนที่เราคุยด้วยหายไป โดยที่ผมตามไม่ได้ ติดต่อไม่ได้ มันทรมาน และผมไม่อยากทน เพราะผมเคยทนมาแล้ว ไม่อยากเจอีก เราเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมกันดีว่า เราอาจเป็นได้แค่นั้นจิงๆ แต่ในใจลึกๆก็เหมือนจะรอกาญกลับมา
แต่ระหว่างนั้น ก็คุยกับกาญเขานะ จนเวลาล่วงเลยไปประมาณห้าหกเดือน เขาบอกผมว่า เขามีอะไรจะบอก แล้วเขาก็เงียบไปพักหนึ่ง ผมบอกว่า บอกมาเลย คุยได้หมด เขาบอกผมว่า..... เขาติดเชื้อHIV ผมนิ่งไปแปบนึง คิดในหัว โอเคร ในเมื่อเรื่องมันเกิดแล้ว ผมย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ผมจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะผมก็มีส่วนผิด แค่ต้องยอมรับมันและเดินหน้าต่อไป ผมบอกกับเขาว่า ไม่เป็นไร นี่ รึป่าวคือสิ่งที่เขาสร้างกำแพงมาบังผมเอาไว้ เขาบอกว่าใช่และร้องไห้ ผมเลยปลอบมา ไม่เป็นไรนะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เขาร้องไห้หนักมาก เขาให้ผมไปตรวจเลือด ผมก็รอเวลา30วัน เพื่อไปตรวจ เพราะเพิ่งมีอะไรกันมา
ระหว่างนั้น ผมก็คุยกับเขา แต่มันรู้ได้ว่า เขาก็ ไม่ได้ต่างไปจากเดิม คือยังคงมีกำแพงไม่ให้ผมเข้าไปในนั้นอยู่ดี แต่ในหัวของผมมันสับสน คิดหนัก ถ้าผมติดเชื้อ ผมจะทำยังไง จะอยู่ยังไงต่อไป เขาก็ไม่ได้อยากจะคบกับผม ไหนจะเรื่องงานการอีก แต่ว่าเราจะคิดลบไม่ได้ ไม่งั้นชีวิตพังแน่ อีกใจในตอนนั้น ผมถึงขนาดคิดว่า ถ้าติดเชื่อก็ดี เพราะผมคงได้อยู่กับเขาไปตลอด(เป็นความคิดแบบโง่ๆในตอนนั้นนะคับ) เขาเคยถามผมว่า เขาเป็นอะไรสำหรับผม ผมบอกเขาว่า สำหรับผม เขาคือแฟนผม แต่เขาไม่จำเป็นต้องมองผมเป็นแฟนก็ได้ ผมโอเคร และจะพยายามทำให้ถึงที่สุด เพราะถ้าไม่ไหวแล้ว ผมจะไปเอง คนที่เสียใจวันนั้นคงไม่ชั่ยผม ผมบอกเขาแบบนั้น
พอถึงเวลาที่ผมต้องไปตรวจเลือด ตอนนั้นผมไปเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียว เลยถือโอกาสตรวจเลือดด้วยเลย ผมก็โทรหาเขา ปรึกษากับเขา ว่าถ้าผมเป็น ผมจะเอายังไงต่อ จะย้ายไปอยู่กทม.กับเขาดีไหม เพราะมีพี่ให้ไปสมัครงานที่กทม.พอดี ได้อยู่ใกล้กัน ช่วยดูแลกัน แต่เขาก็เงียบ เขาบอกว่า มากทม.แล้วค่อยมาคุยกัน ไปตรวจก่อน ผมอาจไม่เป็นก็ได้ ผมก็เข้าไปตรวจเลือด หมอก็ถามว่าเป็นอะไรมา มีความเสี่ยงอะไร ผมก็ตอบว่าผมมีแฟนเป็นHIVคับ เขาถามว่า ถ้าเราติดเชื้อ เราจะทำยังไงต่อ วางแผนไว้ว่ายังไงต่อไป ผมก็ตอบไปว่า ก็หาโรงพยาบาลใกล้บ้าน แล้วกินยาให้สม่ำเสมอไม่ขาดคับ แล้วหมอถามอีกว่า แล้วถ้าไม่เป็นละ จะทำยังไงกับแฟน ผมตอบว่า ไม่ทิ้งคับ HIVหลังจากผมศึกษามา มันไม่ได้น่ากลัวแบบที่ผมคิดตอนแรกเลย แค่เรา รู้วิธีป้องกัน เราก็อยู่กันได้คับ โรคมะเร็งผมว่า มันน่ากลัวกว่านะคับ หมอถามว่ารังเกียจไหม ผมตอบเต็มคำเลยว่า ไม่รังเกียจคับ
และระหว่างที่รอผล ผมรู้สึกกลัวและหดหู่มาก แต่ในใจคิดว่า ถ้าเป็น เราจะท้อไม่ได้และต้องยอมรับมัน ผมก็โทรหาเขา อยากมีเพื่อนไว้คุยระหว่างเรารอผล เพราะมันหดหู่แบบถูก บอกไม่ แต่เขาดูเหมือนจะเฉยๆ ผมถามว่าถ้าผมติด จะทำยังๆง เขาบอกว่า ถ้าติด เราก็คบกัน เขาจะไม่ทิ้งไหน(ในใจผมคิดว่า คือเขาไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้แคร์ผมจิงๆเลยใช่ไหม)ซึ่งผมรู้สึกเจ็บมาก พอหมอเรียกเข้าไปคุย หมอก็บอกผมว่า....... ผลเลือดเป็นลบ ผมไม่ได้ติดเชื้อ! ตอนนั้นผมก็คิดว่า เขาคงไม่สนใจผมแล้วละ เพราะผมเหมือนหลุดจากเขามาแล้ว พอโทรไปบอกเขา ว่าผมไม่เป็น เขาก็บอกว่าดีแล้ว เหมือนเขาจะเฉยๆในคำตอบ ตอนนั้นผมรู้สึกแย่มาก ไปเที่ยวคนเดียว กินเหล้าคนเดียว กลับมาห้อง นั่งร้องไห้ นั่งพูดกับตัวเองว่า ต้องหลุดจากตรงนี้ จากคนที่ไม่ได้รักให้ได้
พอผมบินกลับจากเที่ยวเพื่อไปลงกทม.และต้องนั่งรถกลับบ้าน ก็เลยแวะหาเขาคืนสุดท้าย ในใจคืออยากไปหาเขาเป็นครั้งสุดท้ายและเริ่มต้นชีวิตตัวเองใหม่ และเวลามันก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆ ซึ่งผมยอมแพ้แล้ว และผมไม่รู้สึกเสียใจหลังจากพูดกับตัวเองในคืนสุดท้ายก่อนจะบินกลับ เพราะผมพยายามไปหมดแล้วทุกอย่าง ถึงเราไม่ได้คบกัน แต่ผมก็ดีใจที่ผมได้พยายาม หลังจากคืนนั้น ผมก็บินกลับกทม. และไปหาเขา อยู่กับเขาในคืนสุดท้าย และผมก็กลับบ้าน ใช้ชีวิตปกติ เหมือนจะดี มีวันนึงกาญโทรหาผม ตอนนั้นผมทำงานอยู่ เขาถามผมว่า ตอนนี้ผมได้คบกะใครไหม มีคนคุยคุยรึป่าว ผมบอกก็มีอยู่ ทำไม?(แต่จิงๆผมโกหกว่ามี) เขาก็ถามวนไปวนวนมา ผมเลยบอกเขาเข้าจุดว่า อย่าบอกกูนะว่า คิดไรกะกูอีก เพราะกูตัดไปแล้ว ขอร้อง อย่าทำให้กูเขวอีกเลย ถ้าไม่ได้คิดอะไรกะกู(ผมกับเขา จะพูดกูกันตลอด มันรู้สึกสบายใจดี และเป็นตัวเราเอง แบบไม่ต้องแอ๊บ) เขาก็เงียบ วันนั้นผมเลิกงานห้าโมงเย็นได้ กลับถึงบ้าน เขาก็โทรมาอีก คุยวกไปวนมา แล้วเขาก็ถามผมว่า เป็นแฟนกับผมไหม ผมตอบแบบทันควันเลยว่า “ไม่” เขาถามว่าทำไม ผมบอกว่า ผมเคยเข้าหาเขาแล้ว พยายามทุกอย่างแล้ว พยายามจะยอมรับเขา เพราะเขาไม่ค่อยตอบโทรสับ ไม่ค่อยคุย ผมบอกว่า ถ้ามีแฟนแล้ว วันนึงไม่ได้คุยกันเลย ผมอยู่ไม่ได้ ผมทรมาน อย่าเริ่มเลย ผมไม่อยากเจ็บ มันเจ็บมาแล้วครั้งนึง ไม่อยากเจ็บอีก ผมบอกเขาว่า เข้ากะกูไม่ได้หรอก เพราะกูติดแฟนมาก เขาบอกว่ายังไง ผมบอกว่า ผมคุยกะแฟนตลอด เวลาผมมีแฟน อยากรู้อยากเห็นตลอดเรื่องของแฟน ทำอะไรอยู่นะ ตอนนี้ กินไรยัง ตื่นรึยัง กลับห้องรึงยัง นอนรึยัง ถ้ากูได้เป็นแฟน กูอยู่ไม่ได้หรอก เพราะชอบความรักแบบผู้ใหญ่ วันๆทำอะไร ไปไหน ไม่ต้องบอกก็ได้ แค่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ผิดศีลธรรมนอกลู่ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกันก็ได้ แต่ผมบอกว่า เรื่องความรัก ผมยังเด็ก ยังอยากคุยกันมุ้งมิ้ง ถามไถ่กัน ไปไหนบ้าง ทำไรบ้าง เพราะมันอยู่ไกลกัน ถ้าอยู่ใกล้กัน มันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องพูดกันมากก็ได้ เพราะยังไงก็ต้องกลับมานอนด้วยกันอยู่ดี เขากบอกว่า รู้ได้ไงว่าคบกันไม่ได้ ไปไม่รอด เพราะยังไม่รู้จักเขาจิงๆเลย เขาปรับตัวตามแฟนแต่ละคนเสมอ เพราะเขารักแฟนมาก ผมก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่เอา บอกกับเขาว่า กูรู้สันดานตัวเองดี อย่าเริ่มเลย และก็รู้จักดีว่าเป็นคนยังไง คนอย่างมต้องมีแฟนอยู่ด้วยกันเท่านั้น คือ ไม่ต้องคุยกันมาก แต่รู้ว่าเป็นแฟนกัน ซึ่งกูอยู่แบบนั้นไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้คุยกันในวันๆนึง เขาก็ตอบคำเดิมว่า ได้สิ อย่าเพิ่งตัดสินเขาได้ไหม