ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนครับ ผมเป็นตัวแทนของกลุ่ม “คนไทยผู้รักกสิกรรมธรรมชาติ”
ที่จัดตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช 2542
ในกลุ่มจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกสิกรรมไร้สารพิษ เกษตรกรคนรุ่นใหม่รวมถึงผู้ที่มีใจรักในเกษตรกรรมวิถีธรรมชาติทั่วไป
รายละเอียดของ พ.ร.บ. ตามเว็บไซท์ของกรมวิชาการเกษตร
http://www.doa.go.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=106:opinion&catid=105:open
เราได้ทำการเปิดแคมเปญรณรงค์ เรื่องดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ Change.org ในหัวข้อที่มีชื่อว่า
“คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ส่อเอื้อนายทุน ผูกขาดเมล็ดพันธุ์ส่งผลกระทบเกษตรกร”
ลิงค์แคมเปญครับ
http://chn.ge/2zpC3ZZ
ซึ่งในขณะที่เขียนนี้ มีผู้ลงชื่อสนับสนุนทั้งสิ้น 4,855 คน และยังอยู่ในระหว่างการรณรงค์
ต่อมา เราคิดว่าควรรณรงค์เพิ่มเติมผ่าน Pantip.com เพื่อให้คนไทยโดยทั่วไปได้เข้าถึงและเข้าใจที่มาที่ไป เหตุผลของการคัดค้าน
และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสังคมไทยในอนาคตครับ
**สรุป สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านยาวๆ **
1. กรมวิชาการเกษตรฯ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ฉบับปรับปรุงผ่านทางเว็บไซต์ โดยไม่มีการแถลงต่อสาธารณะใดๆมาก่อน
2. เลือกช่องทางแสดงความคิดเห็น ทางเว็บไซต์(ตามลิงค์ด้านบน) ซึ่งเกษตรกรไม่ถนัดใช้ และเลือกช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมคือ 6-20 ตุลาคม 2560 อันตรงกับช่วงพระราชพิธีสำคัญ
3. เนื้อหาในการปรับปรุงส่วนใหญ่มาจาก UPOV 1991 ซึ่งเป็นอนุสัญญาสากลที่คุ้มครองพันธุ์พืช มีบริษัทค้าเมล็ดพันธ์ุยักษ์ใหญ่ให้การสนับสนุน มีสมาชิก 55 ประเทศ แต่อีก 120 ประเทศไม่ยอมเข้าร่วม เพราะพบว่า ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกร กลับไปส่งเสริมผู้ค้าเมล็ดพันธุ์มากกว่า มีความพยายามให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกหลายครั้งแต่ถูกต่อต้านมาโดยตลอด
4. บริษัทอีสท์เวสท์ซีด และบริษัทมอนซานโต้ สองยักษ์ใหญ่ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี และพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา
5. จึงเป็นเหตุให้หลายคนมีความไม่สบายใจ ว่าจะมี “เจตนาที่แอบแฝง” หรือไม่
6. มูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย (BIOTHAI) เป็นแกนนำสำคัญในการคัดค้าน
7. เนื้อหาหลักที่ได้รับการคัดค้านมี 9 ประเด็นได้แก่
7.1 ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์สามารถฉวยพันธุ์ท้องถิ่นไปขึ้นทะเบียนเป็นของตน (ร่างมาตรา 4 นิยาม “นักปรับปรุงพันธุ์”)
7.2 สามารถนำพันธุ์พืชพื้นเมืองมาปรับปรุงและขึ้นทะเบียนได้ (ร่างมาตรา 4 นิยาม “พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป”)
7.3 อนุญาตให้ไม่ต้องแสดงที่มาที่ไปของสารพันธุกรรม เปิดช่องให้ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์สวมสิทธิ์พันธุ์พืชพื้นเมืองโดยไม่ต้องแบ่ง
ผลประโยชน์ให้คนท้องถิ่น (ตัดมาตรา 19 วรรค 3 เปลี่ยนเป็นร่างมาตรา 18 วรรค 3)
7.4 ตัดข้อห้ามการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช และพันธุ์พืชGMO ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมออกไป
โดยไม่ต้องทำการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (ตัดมาตรา 13 เดิม)
7.5 เปลี่ยนที่มาของคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชให้มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด (ร่างมาตรา 6)
7.6 เอื้อให้ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ผูกขาดพันธุ์พืชได้มากชนิด โดยขยายการผูกขาดให้ครอบคลุมมากขึ้น (ร่างมาตรา 40)
7.7 เกษตรกรจะถูกฟ้องง่ายขึ้น เพราะขยายการผูกขาดไปถึง “ผลผลิต” (ร่างมาตรา 37) และ “ผลิตภัณฑ์” (ร่างมาตรา 38)
7.8 ขยายระยะเวลาการผูกขาดจาก 12-17 ปี เป็น 20-25 ปี (ร่างมาตรา 31)
7.9 คณะกรรมการซึ่งมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด เป็นผู้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าพันธุ์พืชชนิดใดบ้าง ที่ห้ามเกษตรกรเก็บพันธุ์ไปปลูกต่อ
หรือปลูกได้บางส่วน (ร่างมาตรา 35)
8. ในมุมมองของนักปรับปรุงพันธุ์จะแย้งว่า เพื่อปกป้องสิทธิของตนจะได้มีกำลังใจในการปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มความหลากหลายให้กับสายพันธุ์ แต่ข้อเท็จจริงจากอเมริกา และยุโรปพบว่า ราคาเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นจนเป็นภาระต่อเกษตรกร และความหลากหลายสายพันธุ์ลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าร่วม UPOV 1991
9. หลังจากได้รับกระแสต่อต้าน คุณสุวิทย์ อธิบดี และพลเอกฉัตรชัย รัฐมนตรี ต่างออกมาปฏิเสธ และยืนยันว่าจะรักษาสิทธิ์ของเกษตรกร แต่ยังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายนี้ต่อไป โดยขยายระยะเวลาการรรับฟังความคิดเห็นเป็น 20 พฤศจิกายน แต่พวกเราเห็นว่าควร “ยกเลิก” กระบวนการร่างทั้งหมดเสีย ในเมื่อมีข้อบกพร่องมากมายเกินไป และเอื้อต่ออนุสัญญา UPOV 1991 ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย
หากท่านคิดว่าร่างกฎหมายนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมไทยในอนาคต สามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น แชร์ กระทู้ Pantip นี้ และร่วมรณรงค์ลงชื่อคัดค้านผ่านทางเว็บไซต์ Change.org
http://chn.ge/2zpC3ZZ
ทำไมเราต้อง “ยกเลิก” แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช (สรุปให้เข้าใจง่ายๆ)
ที่จัดตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช 2542
ในกลุ่มจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกสิกรรมไร้สารพิษ เกษตรกรคนรุ่นใหม่รวมถึงผู้ที่มีใจรักในเกษตรกรรมวิถีธรรมชาติทั่วไป
รายละเอียดของ พ.ร.บ. ตามเว็บไซท์ของกรมวิชาการเกษตร
http://www.doa.go.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=106:opinion&catid=105:open
เราได้ทำการเปิดแคมเปญรณรงค์ เรื่องดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ Change.org ในหัวข้อที่มีชื่อว่า
“คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ส่อเอื้อนายทุน ผูกขาดเมล็ดพันธุ์ส่งผลกระทบเกษตรกร”
ลิงค์แคมเปญครับ http://chn.ge/2zpC3ZZ
ซึ่งในขณะที่เขียนนี้ มีผู้ลงชื่อสนับสนุนทั้งสิ้น 4,855 คน และยังอยู่ในระหว่างการรณรงค์
ต่อมา เราคิดว่าควรรณรงค์เพิ่มเติมผ่าน Pantip.com เพื่อให้คนไทยโดยทั่วไปได้เข้าถึงและเข้าใจที่มาที่ไป เหตุผลของการคัดค้าน
และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสังคมไทยในอนาคตครับ
**สรุป สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านยาวๆ **
1. กรมวิชาการเกษตรฯ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ฉบับปรับปรุงผ่านทางเว็บไซต์ โดยไม่มีการแถลงต่อสาธารณะใดๆมาก่อน
2. เลือกช่องทางแสดงความคิดเห็น ทางเว็บไซต์(ตามลิงค์ด้านบน) ซึ่งเกษตรกรไม่ถนัดใช้ และเลือกช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมคือ 6-20 ตุลาคม 2560 อันตรงกับช่วงพระราชพิธีสำคัญ
3. เนื้อหาในการปรับปรุงส่วนใหญ่มาจาก UPOV 1991 ซึ่งเป็นอนุสัญญาสากลที่คุ้มครองพันธุ์พืช มีบริษัทค้าเมล็ดพันธ์ุยักษ์ใหญ่ให้การสนับสนุน มีสมาชิก 55 ประเทศ แต่อีก 120 ประเทศไม่ยอมเข้าร่วม เพราะพบว่า ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกร กลับไปส่งเสริมผู้ค้าเมล็ดพันธุ์มากกว่า มีความพยายามให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกหลายครั้งแต่ถูกต่อต้านมาโดยตลอด
4. บริษัทอีสท์เวสท์ซีด และบริษัทมอนซานโต้ สองยักษ์ใหญ่ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี และพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา
5. จึงเป็นเหตุให้หลายคนมีความไม่สบายใจ ว่าจะมี “เจตนาที่แอบแฝง” หรือไม่
6. มูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย (BIOTHAI) เป็นแกนนำสำคัญในการคัดค้าน
7. เนื้อหาหลักที่ได้รับการคัดค้านมี 9 ประเด็นได้แก่
7.1 ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์สามารถฉวยพันธุ์ท้องถิ่นไปขึ้นทะเบียนเป็นของตน (ร่างมาตรา 4 นิยาม “นักปรับปรุงพันธุ์”)
7.2 สามารถนำพันธุ์พืชพื้นเมืองมาปรับปรุงและขึ้นทะเบียนได้ (ร่างมาตรา 4 นิยาม “พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป”)
7.3 อนุญาตให้ไม่ต้องแสดงที่มาที่ไปของสารพันธุกรรม เปิดช่องให้ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์สวมสิทธิ์พันธุ์พืชพื้นเมืองโดยไม่ต้องแบ่ง
ผลประโยชน์ให้คนท้องถิ่น (ตัดมาตรา 19 วรรค 3 เปลี่ยนเป็นร่างมาตรา 18 วรรค 3)
7.4 ตัดข้อห้ามการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช และพันธุ์พืชGMO ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมออกไป
โดยไม่ต้องทำการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (ตัดมาตรา 13 เดิม)
7.5 เปลี่ยนที่มาของคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชให้มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด (ร่างมาตรา 6)
7.6 เอื้อให้ผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ผูกขาดพันธุ์พืชได้มากชนิด โดยขยายการผูกขาดให้ครอบคลุมมากขึ้น (ร่างมาตรา 40)
7.7 เกษตรกรจะถูกฟ้องง่ายขึ้น เพราะขยายการผูกขาดไปถึง “ผลผลิต” (ร่างมาตรา 37) และ “ผลิตภัณฑ์” (ร่างมาตรา 38)
7.8 ขยายระยะเวลาการผูกขาดจาก 12-17 ปี เป็น 20-25 ปี (ร่างมาตรา 31)
7.9 คณะกรรมการซึ่งมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด เป็นผู้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าพันธุ์พืชชนิดใดบ้าง ที่ห้ามเกษตรกรเก็บพันธุ์ไปปลูกต่อ
หรือปลูกได้บางส่วน (ร่างมาตรา 35)
8. ในมุมมองของนักปรับปรุงพันธุ์จะแย้งว่า เพื่อปกป้องสิทธิของตนจะได้มีกำลังใจในการปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มความหลากหลายให้กับสายพันธุ์ แต่ข้อเท็จจริงจากอเมริกา และยุโรปพบว่า ราคาเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นจนเป็นภาระต่อเกษตรกร และความหลากหลายสายพันธุ์ลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าร่วม UPOV 1991
9. หลังจากได้รับกระแสต่อต้าน คุณสุวิทย์ อธิบดี และพลเอกฉัตรชัย รัฐมนตรี ต่างออกมาปฏิเสธ และยืนยันว่าจะรักษาสิทธิ์ของเกษตรกร แต่ยังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายนี้ต่อไป โดยขยายระยะเวลาการรรับฟังความคิดเห็นเป็น 20 พฤศจิกายน แต่พวกเราเห็นว่าควร “ยกเลิก” กระบวนการร่างทั้งหมดเสีย ในเมื่อมีข้อบกพร่องมากมายเกินไป และเอื้อต่ออนุสัญญา UPOV 1991 ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย
http://chn.ge/2zpC3ZZ
https://seeme.me/ch/documentaryclub/9ayr89
หรืออ่านบทสรุปวิดีโอจากบทความนี้ครับ
https://prachatai.com/journal/2017/10/73743