ทำไมอยู่ดีๆประกันชีวิต กลายเป็นเครื่องมือเพื่อการเกษียณซะงั้น

ไม่รู้ว่าคนส่วนใหญ่ เข้าใจผิด เรื่องผลตอบแทน
หรือ เข้าใจถูกแล้ว แต่ยอมรับ ก็เลยทำประกันชีวิต

ประกันชีวิตแบบบำนาญ
กับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

คนรอบตัวผมทำกันเยอะมาก พอถามว่าทำไปเพื่ออะไร
ไม่มีใครตอบว่า ทำเพื่อคนข้างหลัง เวลาเราตาย ลูกจะได้ไม่ลำบาก
ไม่มีใครตอบว่า ทำเพราะอยากได้ความคุ้มครองชีวิต

แต่ทุกคนตอบว่า ทำประกันสะสมทรัพย์ เพราะจะได้มีเงินก้อนหลังเกษียณ
ทำประกันบำนาญ เพราะจะได้มีเงินใช้จ่ายในชีวิตหลังเกษียณ

สรุปคือ ทำเพื่อตัวเอง

ผมเลยสงสัยว่า คนจำนวนมาก ไม่รู้ว่าผลตอบแทนของมันพอๆกับฝากประจำ หรือ เข้าใจผิดว่าได้ผลตอบแทนคุ้ม
หรือว่า รู้ แต่ไม่ซีเรียส ยอมรับได้

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 24
จากที่อ่าน สรุปได้ ดังนี้

1. คนจำนวนมาก ยังแยกไม่ออก ระหว่าง ประกันชีวิต กับ ประกันสุขภาพ

2. ประกันชีวิต จะคุ้มเมื่อตาย เท่านั้น

3. ถ้ามีการลดหย่อนภาษี ประกันชีวิตจะคุ้มกว่าฝากประจำ นิดหน่อย

4. คนส่วนใหญ่ ไม่เข้าใจคำว่า %

5. คนจำนวนมาก ไม่เข้าใจว่าการทำประกันชีวิต จะคุ้มเมื่อตาย และไม่คุ้มเมื่อไม่ตาย

ถ้าคุณไม่ได้เป็นห่วงเรื่องตาย ไม่จำเป็นต้องืำประกันชีวิต

อย่าโดนการตลาดของประกันชีวิต หลอก เรื่องการเกษียณ เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายของการทำประกัน
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
ประกันสะสมทรัพย์  ถึงตอนส่งครบคืนเงินแล้วจะได้ผลตอบแทนพอๆกับฝากแบ้ง แต่ช่วงแรกของการส่งมันมีการคุ้มครองตั้งแต่แรกนะครับ

เช่น ส่งปีละ 2 หมื่น 10 ปี  ทุนประกัน 2 แสน
ปีแรกส่งไป 2 หมื่นแล้วเสียชีวิต คนข้างหลังได้ 2 แสน หรือ 10 เท่าที่คุณจ่ายไปนะครับ
ถ้าเปลี่ยนเป็นฝากแบ้งไว้ 2 หมื่นเสียชีวิต คนข้างหลังไปถอนมาก็ได้แค่ 2 หมื่น

ถ้าคุณต้องการเก็บเงินสองแสนใน 10 ปี (เพื่อไว้ใช้เองหรือคนข้างหลัง)  โดยเก็บปีละ 2 หมื่น คุณต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้ถึง 10 ปี ยอดถึงจะบรรลุ 2 แสนตามที่หวัง
แต่ถ้าคุณสะสมไว้ในประกันออมทรัพย์ คุณส่งไป 5 ปี ได้แสนนึงแล้วเกิดเสียชีวิตก่อน คนข้างหลังก็ได้ 2 แสน ถ้าฝากแบ้งคนข้างหลังได้แค่แสนเดียว

จุดนี้คือข้อดีของประกันออมทรัพย์ ในการออมทรัพย์โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรมากกว่าเงินฝาก  
แต่มันจะมีผลต่างกันถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันก่อนคุณเก็บเงินไปถึงเป้าหมาย  ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าประกันความเสี่ยงครับ

ทุกผลิตภัณฑ์มันก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกัน ถ้าคุณไปโฟกัสผลตอบแทนต่อปี ประกันสะสมทรัพย์  อาจจะไม่ใช้คำตอบ
แต่ถ้าโฟกัสการประกันความเสี่ยง กรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน คนข้างหลังก็ยังได้ยอดเงินที่เราอยากจะให้ ประกันสะสมทรัพย์  อาจจะเป็นคำตอบ

ความคิดเห็นที่ 59
เจ้าคิกคักเจ้าคิกคักเจ้าคิกคัก

5555555555


มีคนคุยเรื่องความแน่นอนของชีวิตแล้วโยงถึงประกัน
อันนี้แอบขำ

ทำประกันมันคือความแน่นอนของชีวิตจริงๆ แหละครับ
คือคุณจะกลายร่างเป็นเสมือน "ลูกหนี้" ของบริษัทประกันอย่างแน่นอนครับ คุณก็มีหน้าที่เป็นคนหาเงินหูตูบมาจ่ายหนี้ทุกปีแบบเลี่ยงไม่ได้ "อย่างแน่นอน" ครับ ไม่งั้นขาดทุนระยับ

ในขณะที่เงินฝากโง่ๆเนี่ย คุณจะกลายเป็นเสมือน "เจ้าหนี้" ของแบงค์เลย อยากให้ก็ให้ ไม่อยากให้ก็หยุดให้ อยากได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยสะสมตอนไหน ลูกหนี้น้อยๆต้องวิ่งหูตูบเอาเงินมาคืนให้

อะไรคือความแน่นอนกันนะ อิอิ

อีกข้อที่เป็นความแน่นอน

คือคุณต้องวางเดิมพันชีวิตคุณว่าตลอด 20 ปี หรืออาจจะ 10 ปี คุณจะต้องมีรายได้มั่คงสม่ำเสมอ ไม่ลดน้อยลงไปด้วย "อย่างแน่นอน" คือตายไม่ว่า แต่ "ห้ามจน"

มีใครมั่นใจไหมครับว่าตัวเองจะมีรายได้ตลอดรอดฝั่ง ทำการค้าไม่ขาดทุน และไม่มีความจำเป็นทางการเงินใดๆ ตลอด 10-20 ปีที่ทำประกัน "อย่างแน่นอน"

เพราะถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็มีสิทธิ์ขาดทุนเงินต้นมากกว่า 50% ได้ทันที "อย่างแน่นอน" เช่นกัน

แต่ถ้าคุณกล้าเดิมพันว่าทำได้ชัวร์
ยินดีต้อนรับสู่โลกของการประกันอันสวยงามครับ

ปล.ผมก็ทำประกันออมทรัพย์นะ ผมว่ามันตื่นเต้นดี 555

เจ้าคิกคักเจ้าคิกคักเจ้าคิกคัก
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่