อยากจะแชร์ข้อดีของการซื้อบ้านในอีกมุมค่ะ
ขอแจ้งก่อนว่า การซื้อบ้านควรทำเมื่อพร้อมค่ะ
ดังนั้นหากผ่อนไม่ไหวคือไม่ดี
แต่กระทู้นี้ตั้งมาเพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่ผ่อนอยู่ (หรือหลวมซื้อไปแล้ว) ค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า
คนรู้จักเราท่านหนึ่งเป็นนักธุรกิจ มีเงินสดประมาณ 20 ล้าน (ตัวเลขสมมตินะคะ)
เขาซื้อบ้านและคอนโดประมาณ 4 แห่ง รวมราคา 100 ล้าน (5 เท่าของเงินเก็บที่มี) โดยการกู้ธนาคารทั้งหมด (ตัวเลขสมมติค่ะ)
แน่นอนว่าใครเห็นก็ต้องตกใจว่าทำไมถึงซื้อเยอะมากมายขนาดนั้น
แต่ด้วยความที่เขาชอบ จึงซื้อเก็บไว้ ซึ่งแต่ละแห่งก็ได้ไปอยู่จริง (เพราะเขาเดินทางบ่อย)
ให้ญาติอยู่บ้าง คอนโดก็ปล่อยเช่าบ้าง
ปรากฎผ่านไป 3 ปี เขาผ่อนบ้านทั้ง 4 แห่ง หมดเป็นไท
เขามีเงินสดเหลือ 20 ล้านเท่าเดิม และมีทรัพย์สินอสังหาประมาณ 100 ล้าน
มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนที่สนิทกันโกงเงินสดไปจนหมดตัว (ไม่ทราบว่าด้วยวิธีใดชัดเจน แต่ประมาณว่าหลอกให้ลงทุน)
แต่อสังหายังอยู่ เพราะเป็นทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำ คนรู้จักของเราคนนี้เลยไม่ได้ขายบ้านไปลงทุนด้วย (เพราะบ้านกว่าจะขายได้มันนานนี่นา)
ซึ่งโชคดีมากที่ยังมีบ้านอยู่
เขาจึงขายบ้านไปครึ่งหนึ่ง ถึงแม้ขายขาดทุน แต่ก็ยังได้เงินมาทำธุรกิจ 40 ล้าน
และยังเหลือบ้านอีก 2 หลังให้พัก
ถึงแม้เป็นตัวอย่างที่สุดโต่งไปหน่อย
แต่ก็ชี้ให้เห็นข้อดีของการซื้อบ้านนะคะว่า
บ้านสภาพคล่องต่ำ ทำให้การดึงมาใช้นั้นยาก
ต่างจากเงินสด ที่ถึงแม้สภาพคล่องสูง
แต่ค่อนข้างสูญหายได้ง่ายกว่า ถอนง่ายกว่า เอาไปใช้โดยไม่ไตร่ตรองได้มากกว่า
หรือยกตัวอย่างแบบเบาๆ ค่ะ
อย่างคุณแม่ของเพื่อน เคยซื้อทาวเฮาส์เมื่อ 30 ปีก่อน 2 แสนบาท
ปัจจุบันขายไป 2 ล้านบาท (ย้ายไปอยู่กับลูกชาย)
ซึ่งแม่เพื่อนเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่
แต่บ้านพอขายไป ทำให้แม่เพื่อนมีเงินสด 2 ล้าน
เชื่อเลยว่าหากไม่มีบ้าน เงิน 2 ล้าน น่าจะเก็บได้ยากสำหรับเขาค่ะ
ดังนั้นเป็นกำลังใจให้คนผ่อนบ้านทุกคนนะคะว่า
ถึงแม้จะดูหนัก หรือเกินกำลังไปบ้าง (ในบางท่าน)
แต่การซื้อบ้านก็มีข้อดีหลากหลาย
นอกจาก ความภูมิใจ การได้อยู่อาศัย
มันยังเป็นทรัพย์สินที่หลุดลอยได้ยาก
ถึงแม้ขายขาดทุน มันก็ยังมีมูลค่าของมันเหลืออยู่ (คือไม่หายเป็นศูนย์)
ต่างจากเงินสดที่หากประมาท มันพร้อมจะหลุดปลิวไปทุกเมื่อ
(แต่เพื่อให้ขายง่ายยากฉุกเฉิน พยายามเลือกบ้านที่ทำเลดีๆ และตกแต่งให้สวยงามสักนิดยามขายนะคะ)
ใครมีประสบการณ์แบบนี้ก็แชร์กันได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
***เพิ่มเติมนะคะ***
ความเห็นส่วนตัวคือ
หากซื้อบ้าน ระหว่างผ่อนบ้าน ควรมีเงินสำรองไว้ 6-10 เดือน เผื่อฉุกเฉินค่ะ
ก็จะช่วยให้ปลอดภัยขึ้นค่ะ
:::ข้อดีของการซื้อบ้าน:::
ขอแจ้งก่อนว่า การซื้อบ้านควรทำเมื่อพร้อมค่ะ
ดังนั้นหากผ่อนไม่ไหวคือไม่ดี
แต่กระทู้นี้ตั้งมาเพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่ผ่อนอยู่ (หรือหลวมซื้อไปแล้ว) ค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า
คนรู้จักเราท่านหนึ่งเป็นนักธุรกิจ มีเงินสดประมาณ 20 ล้าน (ตัวเลขสมมตินะคะ)
เขาซื้อบ้านและคอนโดประมาณ 4 แห่ง รวมราคา 100 ล้าน (5 เท่าของเงินเก็บที่มี) โดยการกู้ธนาคารทั้งหมด (ตัวเลขสมมติค่ะ)
แน่นอนว่าใครเห็นก็ต้องตกใจว่าทำไมถึงซื้อเยอะมากมายขนาดนั้น
แต่ด้วยความที่เขาชอบ จึงซื้อเก็บไว้ ซึ่งแต่ละแห่งก็ได้ไปอยู่จริง (เพราะเขาเดินทางบ่อย)
ให้ญาติอยู่บ้าง คอนโดก็ปล่อยเช่าบ้าง
ปรากฎผ่านไป 3 ปี เขาผ่อนบ้านทั้ง 4 แห่ง หมดเป็นไท
เขามีเงินสดเหลือ 20 ล้านเท่าเดิม และมีทรัพย์สินอสังหาประมาณ 100 ล้าน
มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนที่สนิทกันโกงเงินสดไปจนหมดตัว (ไม่ทราบว่าด้วยวิธีใดชัดเจน แต่ประมาณว่าหลอกให้ลงทุน)
แต่อสังหายังอยู่ เพราะเป็นทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำ คนรู้จักของเราคนนี้เลยไม่ได้ขายบ้านไปลงทุนด้วย (เพราะบ้านกว่าจะขายได้มันนานนี่นา)
ซึ่งโชคดีมากที่ยังมีบ้านอยู่
เขาจึงขายบ้านไปครึ่งหนึ่ง ถึงแม้ขายขาดทุน แต่ก็ยังได้เงินมาทำธุรกิจ 40 ล้าน
และยังเหลือบ้านอีก 2 หลังให้พัก
ถึงแม้เป็นตัวอย่างที่สุดโต่งไปหน่อย
แต่ก็ชี้ให้เห็นข้อดีของการซื้อบ้านนะคะว่า
บ้านสภาพคล่องต่ำ ทำให้การดึงมาใช้นั้นยาก
ต่างจากเงินสด ที่ถึงแม้สภาพคล่องสูง
แต่ค่อนข้างสูญหายได้ง่ายกว่า ถอนง่ายกว่า เอาไปใช้โดยไม่ไตร่ตรองได้มากกว่า
หรือยกตัวอย่างแบบเบาๆ ค่ะ
อย่างคุณแม่ของเพื่อน เคยซื้อทาวเฮาส์เมื่อ 30 ปีก่อน 2 แสนบาท
ปัจจุบันขายไป 2 ล้านบาท (ย้ายไปอยู่กับลูกชาย)
ซึ่งแม่เพื่อนเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่
แต่บ้านพอขายไป ทำให้แม่เพื่อนมีเงินสด 2 ล้าน
เชื่อเลยว่าหากไม่มีบ้าน เงิน 2 ล้าน น่าจะเก็บได้ยากสำหรับเขาค่ะ
ดังนั้นเป็นกำลังใจให้คนผ่อนบ้านทุกคนนะคะว่า
ถึงแม้จะดูหนัก หรือเกินกำลังไปบ้าง (ในบางท่าน)
แต่การซื้อบ้านก็มีข้อดีหลากหลาย
นอกจาก ความภูมิใจ การได้อยู่อาศัย
มันยังเป็นทรัพย์สินที่หลุดลอยได้ยาก
ถึงแม้ขายขาดทุน มันก็ยังมีมูลค่าของมันเหลืออยู่ (คือไม่หายเป็นศูนย์)
ต่างจากเงินสดที่หากประมาท มันพร้อมจะหลุดปลิวไปทุกเมื่อ
(แต่เพื่อให้ขายง่ายยากฉุกเฉิน พยายามเลือกบ้านที่ทำเลดีๆ และตกแต่งให้สวยงามสักนิดยามขายนะคะ)
ใครมีประสบการณ์แบบนี้ก็แชร์กันได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
***เพิ่มเติมนะคะ***
ความเห็นส่วนตัวคือ
หากซื้อบ้าน ระหว่างผ่อนบ้าน ควรมีเงินสำรองไว้ 6-10 เดือน เผื่อฉุกเฉินค่ะ
ก็จะช่วยให้ปลอดภัยขึ้นค่ะ