พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่ยิ่งใหญ่และเป็นไปตามขนมธรรมเนียมพิธีโบราณ ไม่ใช่งานที่เราจะมีโอกาศได้ดูได้ชมกันได้บ่อยๆ และนอกจากเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักเแล้ว นี่เป็นงานที่ฉันบอกกับตัวเองว่า ต้องไปเห็นขบวนพระราชรถต่างๆ ว่าสวยงามแค่ไหนด้วยตาตัวเอง ไปได้ยินเสียงต่างๆด้วยหูตัวเอง และต้องไปสัมผัสบรรยากาศด้วยหัวใจตัวเอง สักครั้ง
แต่เนื่องจากวันที่ 26 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีจริงฉันไม่สะดวก ฉันจึงเลือกไปวันซ้อมใหญ่ ที่เค้าว่าจะเหมือนจริงที่สุด
ในช่วงเวลาที่อากาศไม่เป็นใจกับการอยู่กลางแจ้ง ฟ้าที่ใสแบบไม่เห็นเมฆ และแสงแดงที่มาเต็ม100%UV ไม่ได้ทำให้ผู้ที่อยู่ในขบวนมีท่าทีเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ทหารแต่ละนายต่างยืนและเดินท่ามกลางแสงแดดที่คนชมอย่างฉันพยายามหลบ จนฉันแอบเป็นห่วงว่าทหารที่ยืนนั้น จะเป็นลมก่อนจบพิธี ห่วงจนเพื่อนฉันอยากจะไปยืนข้างๆคอยซับเหงื่อให้เบาๆ
ผู้ร่วมในขบวนพระราชพิธีแต่ละท่านต่างซ้อมการเดินมาเป็นอย่างดี ไม่มีผิดจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นทหาร นักเรียน นักการเมือง หรือแม้กระทั่งลุง ที่เพื่อนฉันแอบสะกิดว่า ลุงดูดีกว่าในทีวีที่เห็นตอนเย็นวันสุดสัปดาห์ซะอีก
เมื่อขบวนพระราชรถมาถึง ความวิจิตรก็มาพร้อมด้วย ทั้งราชรถที่อายุมากกว่าตัวฉัน พระราชรถที่ไม่มีใครอยากให้มีโอกาศนำออกมาใช้และเป็นสิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากที่ชมอยู่ยกมือปาดน้ำตากันเป็นทิวแถว
แต่แม้ว่าพระราชรถและราชรถจะสวยงามสักเพียงใด ก็ไม่สามารถเทียบเท่าพระเมรุมาศอันสมพระเกียรติที่ฉันนั่งมองอยู่ไกลๆได้
พระเมรุมาศคล้ายปราสาทสีทอง แต่ไม่ใช่ทองอร่ามแบบที่สะท้อนแสงแสบตา แต่เป็นสีทองแบบทองโบราณหรือฉันเรียกว่าทองพ่นทราย เป็นสีทองที่มองได้ไม่วางตา
นอกจากความสวยงามของขบวน สิ่งของ, ราชรถ, พระราชรถ แล้ว เหตุผลสำคัญที่ฉันคิดว่าทำให้คนจำนวนมากมายมารอชมพิธีซ้อมในวันนี้ คือ พระบารมีของเจ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมซ้อมในขบวนวันนี้ด้วย
เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินผ่าน นอกจากฉันจะก้มกราบพระองค์ท่านลงกับพื้นแล้ว ฉันยังขอบังอาจส่งพลังใจของฉันอันน้อยนิดไปให้พระองค์ ขอเป็นพลังใจเล็กๆ ให้พระองค์ เจ้าหญิงผู้เป็นที่รักของคนไทย
สุดท้าย น้ำใจของเหล่าจิตอาสา, เจ้าหน้าที่ และผู้ร่วมรอร่วมชม ก็ยังคงประทับใจฉันเช่นเคย
แต่เหรียญก็มีสองด้าน ยังคงมีจิตอาสา, เจ้าหน้าที่ และผู้ร่วมชมมาคนบางกลุ่ม ทำตัวให้เป็นที่อับอาย ใครไม่อายฉันอาย อายที่ลูกที่บอกว่ารักพ่อ ปฏิบัติตัวเช่นนี้ในงานพ่อ และนี่คือสิ่งที่ฉันเจอ
1. ฉันกับเพื่อนไปต่อแถวเพื่อเข้าจุดคัดกรองที่สะพานช้างโรงสี ตั้งแต่เวลาตีสามกว่า ซึ่งจุดที่ฉันอยู่ เป็นแถวที่ 5 ( แถวแรกคือจากจุดคัดกรองข้ามสะพานช้างโรงสียาวเรียบคลองตามถนนอัษฎางค์ไปทางปากคลองตลาดจนถึงบริเวณวัดราชบพิธ, แถวที่ 2 คือ จากบริเวณวัดราชบพิตย้อนกลับมาถึงกระทรวงมหาดไทย, แถวที่ 3 และ 4 เริ่มจากแยกมหาดไทยไปตามถนนบำรุงเมืองถึงแยกสี่กั๊กเสาชิงช้าและย้อนกลับมา, ส่วนแถวที่ 5 อยู่เรียบตึกแถวตั้งแต่แยกมหาดไทยไปทางโรงแรมรัตนโกสินทร์ ) ประมาณ ตี 4 ก่อนที่จุดคัดกรองจะเปิด จู่ๆก็มีแถวพิเศษเกิดขึ้น แถวพิเศษนี้เริ่มจากสะพานช้างโรงสี เรียบคลองตามถนนอัษฎางค์ไปทางโรงแรมรัตนโกสินทร์ หรือว่าง่ายๆคือขนานไปกับแถวที่ 5 นั่นเอง เมื่อมีคนไปถามเจ้าหน้าที่ตรงจุดคัดกรองว่าแถวพิเศษนี้คืออะไร คำตอบคือ เป็นท้ายแถวของจุดพระแม่ธรณี แต่เมื่อจุดคัดกรองตรงนี้เปิด แถวพิเศษกลับเดินไปทางสะพานไม่ได้ไปทางพระแม่ธรณี ทำให้เกิดเสียงโห่ดังจากคนที่อยู่ในแถว 3-4 เพราะถูกแทรกคิว และสุดท้าย แถวพิเศษนี้ก็ได้ผ่านจุดคัดกรองไปก่อนที่แถว 2 ซึ่งมาก่อน จะหมดแถวเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมากที่แทรกแถวมาเป็นระยะๆ คนเหล่านี้ทำเหมือนว่าไม่รู้จักธรรมเนียมสากลในเรื่องการเข้าคิวการมาก่อนมาหลัง
2. เมื่อเกิดปัญหาแทรกแถวตามที่เล่าในข้อ 1. ก็มีคนในแถวเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่มีเพียง 1-2 คน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ทีหน้าที่ในการจัดการแถว มีเพียงหน้าที่ในการจัดการจราจรเท่านั้น จากนั้นก็มีการประกาศให้คนที่มาต่อคิว ดูแลสิทธิของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้มีการโต้เถียงกันใหญ่ ใหญ่ขนาดที่สามารถเติบโตเป็นการวางมวยกันได้ หากไม่มีการระงับอารมณ์ที่ดีพอของคู่กรณี (คนที่เข้าแถวอยู่กับคนแทรกแถว) ซึ่งยังโชคดีที่ทุกคนสามารถระงับอารมณ์ของตัวเองได้ แต่งานใหญ่ระดับประเทศแบบนี้ การจัดการของเจ้าหน้าที่กลับทำได้......ไม่มีคำไหนมาจำกัดความได้
3. ครั้งนี้ไม่ได้มีอาหารหรือของแจกมากมายหรือตอนที่มากราบพระบรมศพ มีเพียงน้ำ ยาดม ผ้าเย็น ซึ่งจิตอาสาประกาศว่า ของมีน้อย ขอให้ผู้ที่จำเป็นเท่านั้น แต่ก็ยังคงมีบางคนที่ขอทุกอย่างที่เอามาแจก รวมถึงของที่ไม่ได้แจก เช่น พัดของฉัน ที่ถูกดึงไปจากที่จุดที่ฉันวางอยู่ต่อหน้าต่อตาฉัน ( ฉันวางพัดอยู่บนกระเป๋าเป้ ซึ่งวางอยู่ตรงหน้าของฉันเอง มันถูกคนข้างๆมาดึงไปแบบเนียนๆ ช่วงที่กำลังเก็บของกลับ ) เท่าที่ฉันจำได้ พ่อสอนให้พอเพียง พ่อไม่เคยสอนให้เอาของของคนอื่นมาเป็นของตน พ่อไม่เคยสอนให้เป็นขโมย
4. ช่วงท้ายของขบวบทหารทั้งสามเหล่าทัพ จิตอาสาจะมาประกาศว่า ขบวนต่อๆไป อันได้แก่ ขบวนของพระยานมาศสามลำคาน พระมหาพิชัยราชรถ และขบวนของสมเด็จพระเทพ ห้ามถ่ายรูป!! แต่เมื่อขบวนทั้งสามเคลื่อนมาถึง ก็มีคนจำนวนมากยกมือถือขึ้นถ่ายรูปอยู่ดี เหมือนว่าไม่เคยมีใครมาบอกห้าม หรือเค้าเหล่านี้ไม่เข้าใจภาษาไทย
ฉันได้แต่หวังว่า ในวันที่ 26 ซึ่งงานพระราชพิธีจริง วันที่มีแขกบ้านแขกเมืองผู้ซึ่งเดินทางไกลมาเพราะให้เกียรติแก่พ่อของประเทศเรา วันที่พระราชพิธีอันงดงามจะถูกถ่ายทอดออกไป จะไม่มีใครทำอะไรที่ไม่ดี ฉันได้แต่หวังว่าในวันนั้น ทุกคนจะร่วมใจกันร่วมส่งพ่อผู้ที่รักพวกเราอย่างยิ่งเป็นครั้งสุดท้าย
สิ่งที่ฉันเจอ เมื่อไปร่วมชมการซ้อมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
แต่เนื่องจากวันที่ 26 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีจริงฉันไม่สะดวก ฉันจึงเลือกไปวันซ้อมใหญ่ ที่เค้าว่าจะเหมือนจริงที่สุด
ในช่วงเวลาที่อากาศไม่เป็นใจกับการอยู่กลางแจ้ง ฟ้าที่ใสแบบไม่เห็นเมฆ และแสงแดงที่มาเต็ม100%UV ไม่ได้ทำให้ผู้ที่อยู่ในขบวนมีท่าทีเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ทหารแต่ละนายต่างยืนและเดินท่ามกลางแสงแดดที่คนชมอย่างฉันพยายามหลบ จนฉันแอบเป็นห่วงว่าทหารที่ยืนนั้น จะเป็นลมก่อนจบพิธี ห่วงจนเพื่อนฉันอยากจะไปยืนข้างๆคอยซับเหงื่อให้เบาๆ
ผู้ร่วมในขบวนพระราชพิธีแต่ละท่านต่างซ้อมการเดินมาเป็นอย่างดี ไม่มีผิดจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นทหาร นักเรียน นักการเมือง หรือแม้กระทั่งลุง ที่เพื่อนฉันแอบสะกิดว่า ลุงดูดีกว่าในทีวีที่เห็นตอนเย็นวันสุดสัปดาห์ซะอีก
เมื่อขบวนพระราชรถมาถึง ความวิจิตรก็มาพร้อมด้วย ทั้งราชรถที่อายุมากกว่าตัวฉัน พระราชรถที่ไม่มีใครอยากให้มีโอกาศนำออกมาใช้และเป็นสิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากที่ชมอยู่ยกมือปาดน้ำตากันเป็นทิวแถว
แต่แม้ว่าพระราชรถและราชรถจะสวยงามสักเพียงใด ก็ไม่สามารถเทียบเท่าพระเมรุมาศอันสมพระเกียรติที่ฉันนั่งมองอยู่ไกลๆได้
พระเมรุมาศคล้ายปราสาทสีทอง แต่ไม่ใช่ทองอร่ามแบบที่สะท้อนแสงแสบตา แต่เป็นสีทองแบบทองโบราณหรือฉันเรียกว่าทองพ่นทราย เป็นสีทองที่มองได้ไม่วางตา
นอกจากความสวยงามของขบวน สิ่งของ, ราชรถ, พระราชรถ แล้ว เหตุผลสำคัญที่ฉันคิดว่าทำให้คนจำนวนมากมายมารอชมพิธีซ้อมในวันนี้ คือ พระบารมีของเจ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมซ้อมในขบวนวันนี้ด้วย
เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินผ่าน นอกจากฉันจะก้มกราบพระองค์ท่านลงกับพื้นแล้ว ฉันยังขอบังอาจส่งพลังใจของฉันอันน้อยนิดไปให้พระองค์ ขอเป็นพลังใจเล็กๆ ให้พระองค์ เจ้าหญิงผู้เป็นที่รักของคนไทย
สุดท้าย น้ำใจของเหล่าจิตอาสา, เจ้าหน้าที่ และผู้ร่วมรอร่วมชม ก็ยังคงประทับใจฉันเช่นเคย
แต่เหรียญก็มีสองด้าน ยังคงมีจิตอาสา, เจ้าหน้าที่ และผู้ร่วมชมมาคนบางกลุ่ม ทำตัวให้เป็นที่อับอาย ใครไม่อายฉันอาย อายที่ลูกที่บอกว่ารักพ่อ ปฏิบัติตัวเช่นนี้ในงานพ่อ และนี่คือสิ่งที่ฉันเจอ
1. ฉันกับเพื่อนไปต่อแถวเพื่อเข้าจุดคัดกรองที่สะพานช้างโรงสี ตั้งแต่เวลาตีสามกว่า ซึ่งจุดที่ฉันอยู่ เป็นแถวที่ 5 ( แถวแรกคือจากจุดคัดกรองข้ามสะพานช้างโรงสียาวเรียบคลองตามถนนอัษฎางค์ไปทางปากคลองตลาดจนถึงบริเวณวัดราชบพิธ, แถวที่ 2 คือ จากบริเวณวัดราชบพิตย้อนกลับมาถึงกระทรวงมหาดไทย, แถวที่ 3 และ 4 เริ่มจากแยกมหาดไทยไปตามถนนบำรุงเมืองถึงแยกสี่กั๊กเสาชิงช้าและย้อนกลับมา, ส่วนแถวที่ 5 อยู่เรียบตึกแถวตั้งแต่แยกมหาดไทยไปทางโรงแรมรัตนโกสินทร์ ) ประมาณ ตี 4 ก่อนที่จุดคัดกรองจะเปิด จู่ๆก็มีแถวพิเศษเกิดขึ้น แถวพิเศษนี้เริ่มจากสะพานช้างโรงสี เรียบคลองตามถนนอัษฎางค์ไปทางโรงแรมรัตนโกสินทร์ หรือว่าง่ายๆคือขนานไปกับแถวที่ 5 นั่นเอง เมื่อมีคนไปถามเจ้าหน้าที่ตรงจุดคัดกรองว่าแถวพิเศษนี้คืออะไร คำตอบคือ เป็นท้ายแถวของจุดพระแม่ธรณี แต่เมื่อจุดคัดกรองตรงนี้เปิด แถวพิเศษกลับเดินไปทางสะพานไม่ได้ไปทางพระแม่ธรณี ทำให้เกิดเสียงโห่ดังจากคนที่อยู่ในแถว 3-4 เพราะถูกแทรกคิว และสุดท้าย แถวพิเศษนี้ก็ได้ผ่านจุดคัดกรองไปก่อนที่แถว 2 ซึ่งมาก่อน จะหมดแถวเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมากที่แทรกแถวมาเป็นระยะๆ คนเหล่านี้ทำเหมือนว่าไม่รู้จักธรรมเนียมสากลในเรื่องการเข้าคิวการมาก่อนมาหลัง
2. เมื่อเกิดปัญหาแทรกแถวตามที่เล่าในข้อ 1. ก็มีคนในแถวเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่มีเพียง 1-2 คน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ทีหน้าที่ในการจัดการแถว มีเพียงหน้าที่ในการจัดการจราจรเท่านั้น จากนั้นก็มีการประกาศให้คนที่มาต่อคิว ดูแลสิทธิของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้มีการโต้เถียงกันใหญ่ ใหญ่ขนาดที่สามารถเติบโตเป็นการวางมวยกันได้ หากไม่มีการระงับอารมณ์ที่ดีพอของคู่กรณี (คนที่เข้าแถวอยู่กับคนแทรกแถว) ซึ่งยังโชคดีที่ทุกคนสามารถระงับอารมณ์ของตัวเองได้ แต่งานใหญ่ระดับประเทศแบบนี้ การจัดการของเจ้าหน้าที่กลับทำได้......ไม่มีคำไหนมาจำกัดความได้
3. ครั้งนี้ไม่ได้มีอาหารหรือของแจกมากมายหรือตอนที่มากราบพระบรมศพ มีเพียงน้ำ ยาดม ผ้าเย็น ซึ่งจิตอาสาประกาศว่า ของมีน้อย ขอให้ผู้ที่จำเป็นเท่านั้น แต่ก็ยังคงมีบางคนที่ขอทุกอย่างที่เอามาแจก รวมถึงของที่ไม่ได้แจก เช่น พัดของฉัน ที่ถูกดึงไปจากที่จุดที่ฉันวางอยู่ต่อหน้าต่อตาฉัน ( ฉันวางพัดอยู่บนกระเป๋าเป้ ซึ่งวางอยู่ตรงหน้าของฉันเอง มันถูกคนข้างๆมาดึงไปแบบเนียนๆ ช่วงที่กำลังเก็บของกลับ ) เท่าที่ฉันจำได้ พ่อสอนให้พอเพียง พ่อไม่เคยสอนให้เอาของของคนอื่นมาเป็นของตน พ่อไม่เคยสอนให้เป็นขโมย
4. ช่วงท้ายของขบวบทหารทั้งสามเหล่าทัพ จิตอาสาจะมาประกาศว่า ขบวนต่อๆไป อันได้แก่ ขบวนของพระยานมาศสามลำคาน พระมหาพิชัยราชรถ และขบวนของสมเด็จพระเทพ ห้ามถ่ายรูป!! แต่เมื่อขบวนทั้งสามเคลื่อนมาถึง ก็มีคนจำนวนมากยกมือถือขึ้นถ่ายรูปอยู่ดี เหมือนว่าไม่เคยมีใครมาบอกห้าม หรือเค้าเหล่านี้ไม่เข้าใจภาษาไทย
ฉันได้แต่หวังว่า ในวันที่ 26 ซึ่งงานพระราชพิธีจริง วันที่มีแขกบ้านแขกเมืองผู้ซึ่งเดินทางไกลมาเพราะให้เกียรติแก่พ่อของประเทศเรา วันที่พระราชพิธีอันงดงามจะถูกถ่ายทอดออกไป จะไม่มีใครทำอะไรที่ไม่ดี ฉันได้แต่หวังว่าในวันนั้น ทุกคนจะร่วมใจกันร่วมส่งพ่อผู้ที่รักพวกเราอย่างยิ่งเป็นครั้งสุดท้าย