สวัสดีครับผมเป็นผู้ชายปกติทั่วๆไป คนนึงไม่ได้ดีเด่นอะไรหรอกนะ เรื่องความรักที่ผมอยากจะเอามาเล่าคือ เรื่องมันเริ่มมาตั้งแต่สมัยผมเรียน มัธยม ครั้งแรกที่ได้คุยได้รู้จักได้เห็นตอนนั้นอยู่ ม.3 เค้าเป็นเด็กเรียนเก่งมาก อยู่กับเพื่อนเลิกเรียนเต็มที่ก็ไปกินข้าวกับเพื่อนนิดหน่อยไม่เกิน 5-6 โมงก็กลับบ้านไปอ่านหนังสือเป็นอย่างนี้ตลอด สมัยก่อนตอนนั้นมันเริ่มจาก MSN แหละครับ น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับหลายๆคนนะ ที่ชอบหรือนั่งคอยคนที่เราชอบหรือแฟนของเรา ออนไลน์แล้วเราก็คุยกันยาวจนรู้สึกตัวอีกทีอาจจะดึกมาก แต่อย่างว่าแหละนะตอนนั้นผมมันก็แค่ ม.3 เอง 5ทุ่มแม่ก็ไล่ให้ไปนอนได้แล้วตื่นเช้าไปโรงเรียนไม่ทันอีก แต่ผมมันประเภทคนนอนน้อยครับ จะดึกแค่ไหนผมก็ตื่นเช้าได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว (เรื่องตื่นนอน

นอกเรื่องไม่เกี่ยว 5555) เพื่อสิ่งที่ต้องการอ่อนล้าแค่ไหนผมก็ยอมอดทนรอ อดทนทำมันได้เพื่อได้คุยกับเธอ ผมทำแบบนี้ตลอดแหละครับ กลับบ้านนั่งรอเธอออนไลน์แบบนี้ทุกวัน แต่เวลาเธอออนได้คุยกันแค่แบบไม่กี่คำ เค้าก็ตอบช้าไม่ค่อยตอบบ้าง ผมก็รอได้ไม่เคยบ่นอาจจะมีบ้างบางทีถามทำไรทำไมตอบช้าจังเป็นปกติ ผมก็ทำแบบนี้อยู่ร่วมๆ 4-5 เดือน หลังจากนั้นพัฒนาครับขอเบอร์เธอส่งข้อความหาไม่ค่อยกล้าโทรไปคุยเท่าไหร่ เอาจริงๆ ช่วงเวลาของ MSNกับการส่งข้อความคุยกัน มันเป็นช่วงเดียวกันนั่นแหละผมก็สลับๆไป พอผมขึ้น ม.4 คราวนี้แหละมีการย้ายห้อง ห้องผมได้อยู่ใกล้กับเค้ามากขึ้น เพื่อนของเค้าในกลุ่มบางคนก็มาอยู่ในห้องผม เพื่อนของเค้ารู้นะว่าผมชอบผู้หญิงคนนี้มากๆอะ แต่ก็ไม่ได้เชียร์อะไรเป็นพิเศษเพราะเค้าคงรู้ว่าเค้าไม่ได้ชอบอะไรผมอยู่แล้ว ขึ้น ม.4 เทอมแรกทุกอย่างมันดูดี ลงตัวไปหมด เค้าเริ่มคุยกับผมมากขึ้นเหมือนยอมเปิดใจ เพราะเค้าเคยอกหักมาก่อนละเค้าเจ็บมาก ผมก็เข้าใจไม่ได้เร่งไม่ได้บีบคั้นอะไรเค้า
ถึงตอนนี้ที่ผมบอกว่าอะไรๆมันก็เริ่มดีขึ้น เค้าเปิดรับมากขึ้น อยู่ในช่วงปลายเทอม 1 ของ ม.4 รวมระยะเวลาที่รู้จักกันมากก็ประมานร่วมๆปีนึงแล้วแหละ ผมโทรศัพท์คุยกับเค้าทุกคืน วันละไม่ต่ำกว่า 40นาที นอนไปคุยไป รอเค้าอ่านหนังสือเสร็จค่อยไปนอนพร้อมเค้าทำแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ได้ประมาน 3เดือน หลังจากนั้นเทคโนโลยีเหมือนพัดพาเราให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้มั้ยคืออะไร BB !!ไงครับ ไม่ใช่ครีมนะไอเด็กรุ่นใหม่เผื่อไม่รู้มันคือ Blackberry เอาไว้ติดต่อกันเปรียบสมัยนี้ก็คือ Line นั่นแหละ ผมคุยกับเค้าง่ายขึ้นไม่ต้องไปนั่งรอหน้าคอมรอเค้ามาออน MSN อีกแล้ว 5555 ผมใกล้ชิดเค้ามากขึ้นหลังเลิกเรียนไปกินข้าวกับเค้าและเพื่อนเค้า ไปดูหนัง แต่นะครับ มันมีแต่ผมไม่เคยไปไหนกับเค้าสองต่อสองเลยนี่มันคงเป็นอีกหนึ่งคำถามในใจเสมอของผมว่า บางทีเราอาจจะคิดไปเองเค้าคงคุยกับเราแค่เป็นเพื่อนคนนึงก็ได้ แต่ปฎิกิริยาของเค้าบางทีผมก็ว่ามันไม่ได้เหมือนเพื่อนปกติทั่วไปคนนึงนะเซ้นผู้ชายมันบอก เพราะเพื่อนกันคงไม่ทำแบบนี้ทุกวันหรอกมั้ง คือเอาง่ายๆ ทำผมทุกสิ่งกับเค้าทุกอย่างมันเหมือนคนเป็นแฟนกันทำอะครับ จนมีคำถามอย่างนึงของเพื่อนผมที่ถามกันบ่อยมากทำไมไม่ขอเค้าเป็นแฟนสักที ไม่คบกันให้จบๆไปล่ะ หึ ผม

จึกเลยคำถามนี้ เคยขอมั้ยหรอ อยากคบมั้ยอะหรอ ทำมาหมดแล้วครับแต่ผมเป็นคนที่ถ้าโดนปฏิเสธอะไรสักครั้งผมจะไม่พูดประโยคนั้นอีก เค้าบอกผมว่ายังไม่อยากคบกับผม อยากคุยๆไปก่อนเฉยๆน่ะ ผมก็โอเคผมสัญญากับเค้าว่าจะเป็นยังไงผมก็ไม่หายไปไหนถ้าต้องการใคร ถ้าอยากระบายอะไรคุยกับผมได้เหมือนเดิมเสมอ
เวลาผ่านไปจนกระทั่งขึ้น ม.5 ผมก็ยังรู้สึกกับเค้าเหมือนเดิมแต่เหมือนยิ่งโตขึ้น เธอไปเรียนพิเศษก็มีคนมาจีบ มาขอเบอร์ ขอพินไปคุย ผมก็อยากห้ามนะอยากหึงนะ ผมพูดประชดๆไปครั้งเดียว โดนว่ากับมาคำเดียวเป็นอะไรกันทำไมต้องมายุ่งวุ่นวายหึงหวงไม่เข้าเรื่องอ่ะ (ผมต้องขอบอกก่อนนะ คือตอนนั้นผมกับเค้าก็เหมือนเดิมนะยังคุยยังไปกินข้าวอยู่กับกลุ่มเพื่อนเค้าอยู่เรื่อยๆ เหมือนเดิม) ผมได้ยินคำนั้นแหละครั้งเดียวอย่างที่บอกถ้าโดนปฏิเสธอะไรสักครั้งผมจะไม่พูดอีก ผมก็โอเคเรามันคนไม่มีสิทธิในตัวเค้าอยู่แล้วแค่ได้คุยได้เจอก็ดีใจละนะ อันนี้ผมพูดจริงๆนะ แค่ผมได้คุยได้อยู่ด้วยผมแฮปปี้แล้ว คิดดูผมไปซื้อดอกไม้จากแจ้งวัฒนะ เดินทางไปให้เค้าแถวพญาไท ตอนนั้นเค้าเรียนพิเศษอยู่ผมไม่สนใจผมเดินเอาเข้าไปให้คนเต็มห้อง ผมคิดแค่ว่าผมอยากทำให้กับเค้าผมทำแล้วอยากให้เค้ามีความสุข แต่ก็ไม่รู้นะว่าเค้าจะชอบรึเปล่า เพราะเค้าไม่ค่อยเป็นคนเปิดเผยอะไรกับใครมากอะนะ แต่ผมก็ทำเพราะผมคิดว่าผมรักเค้ามากไม่รู้นะมันจะเรียกว่ารักได้เต็มปากรึเปล่ามันรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว แน่นอนมันเป็นสัจธรรมครับตบมือข้างเดียวไม่เคยดังครับ
กระทั่งเรื่องมันเดินมาจนถึงช่วง ม.5ปลายๆ ผมกับเค้าทะเลาะเรื่องไรสักอย่างไม่รู้นะ ผมเริ่มทำตัวออกห่างทำในสิ่งที่ไม่ดีๆ โดดเรียน กินเหล้ากินเบียร์ สูบบุหรี่ คบเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ แต่ผมบอกเลยนะกลุ่มนี้ทุกวันนี้ผมก็คบอยู่ผมรู้สึกโชคดีอย่างนึงนะ เพื่อนที่ผมเคยคบมาก่อนก็แค่เรียน ไม่ได้ทำอะไรบางคนโตมาจนปัจจุบันทำงานทำการแล้ว ผมรู้สันดานที่แท้จริงเลยล่ะมันไม่เอาใครเลยนอกจากตัวมันรอดพอ แต่ไอกลุ่มที่ผมไปคบใหม่นี่ที่พาผมติดสังสรร กินเหล้า สูบบุหรี่นิ มันเพื่อนแท้ทุกคนนะผมเดือดร้อน ปัจจุบันบางทีไม่มีเงินยืม4-5พัน มันให้ได้เสมอนะ มันพิสูจน์ให้เห็นอย่างนึงนะคนกินเหล้า สูบบุหรี่มันไม่ได้

หรอกเลิกล้มความคิดเก่าๆได้แล้ว เพื่อนที่มันใจกว่า ให้เต็ม100กว่าอะผมแฮปปี้กว่าทุกวันนี้ยังคงอยู่ด้วยกันตลอดกับเพื่อนกลุ่มนี้ โอเคกลับเข้าเรื่องนอกเรื่องไปไกลมาก 55555 ผมทะเลาะกับเธอจนตีตัวออกห่างไม่คุยไม่ทัก ไม่เหมือนเดิม จนมันมีครั้งนึงเค้ามาสะกิดจุดผมด้วยคำพูดอะไรสักอย่าง เค้าไม่ได้บอกว่าคิดถึง อยากให้กลับไปหาไปคุยเหมือนเดิมหรอกนะ เพราะเค้าไม่เคยพูดหวานๆอะไรกับผมอยู่แล้ว เค้าเป็นคนไม่ได้หวานอะไรหรอก ผมขอโทษที่จำคำวันนั้นไม่ได้ ผมร้องไห้หนักมากแล้วก็คิดถึงเค้ามากมันเป็นคำที่ฟังแล้วดีใจปมเสียใจ เหมือนกับความหมายว่าขาดผมไปแล้วไม่เหมือนเดิมแต่อีกใจนึงก็ไม่สามารถรับรักผมได้จริงๆ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมจำได้ผมรอคำๆนั้น คำที่เธอพูดประมาณว่าไม่อยากให้เราไปไหนไกลๆ มานานร่วมๆ 3 ปี หลังจากนั้นผมก็กลับไปทำแบบเดิมๆ แต่ครั้งนี้มันต่างคนต่างโตมีสังคมมากขึ้น เค้าก็เป็นคนหน้าตาดี มีคนมาจีบมากขึ้นไปไหนมาไหนกับใครมากขึ้น ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าคุยกับใครกี่คนหรือยังไงแต่ที่รู้คือเค้าไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ผมกลับไปครั้งนี้ไม่ได้ไปเดินเที่ยวด้วย ไม่ได้ไปโทรศัพท์คุยด้วยทุกคืนแค่คุยในบางวันเท่านั้นแต่ความรู้สึกผม

เท่าเดิมเหมือนเดิมเสมอจริงๆ ไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกกับใครได้มากเท่านี้นะ
เข้าสู่ชีวิตมหาลัย คราวนี้แหละแยกจากกันไม่ได้เจอหน้ากันที่ โรงเรียนเหมือนแต่ก่อน ผมเจอคนมากขึ้นไปเราก็ห่างกันไปนานๆจะติดต่อกันสักทีนึง แต่ผมยังคิดถึงเค้าทุกวันเสมอเลยอยากเจอหน้าอยากเห็นหน้า แต่เค้าคงไม่อยากเจอไม่ได้อยากให้มาอยู่ด้วยเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะช่วงปลายๆ ชีวิตมัธยมผมก็ทะเลาะกับเค้าแล้วเค้าก็ไม่อยากจะมองหน้าผมแต่ผมจำไม่ได้นะว่าเรื่องอะไรบ้างมันไม่หนักแต่มันระหองระแหง ประกอบกับผมก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนใหม่จนชินทำให้ไม่เหงาเวลาไม่มีเค้าคุยด้วย แล้วเราก็ห่างกันไม่ได้ติดต่อกันเลยประมาน 5-6เดือน เค้าก็มีแฟนเรียนที่เดียวกันผมก็ได้แต่คิดว่าน่าจะจริงแหละคำที่มีคนเคยบอกคนไม่ใช่ทำอะไรก็ไม่ใช่ ทำให้ตายยังไงก็ไม่ได้ใจเค้ามาอยู่ดี ผมก็ทำใจจนกระทั่งผมได้ไปคบกับน้องคนนึงผมก็รักน้องเค้านะคบกัน 3ปีได้เลิกกันแล้วก็กลับมาคบกันหลายครั้งอยู่ แต่มีความรู้สึกอย่างนึงที่ผมรู้สึกผิดตลอดผมรู้สึกเหมือนทรยศน้องเค้าตลอดที่คบกันมา ถ้าผมเห็นหรือรู้ว่าเค้าคนนั้นเสียใจหรือทะเลาะกับแฟนใหม่ผมจะพยายามติดต่อหรือทักไปถามเค้าเสมอว่าเป็นยังไงบ้าง โอเคมั้ย เดี๋ยวผมคุยเป็นเพื่อนให้แต่ก็ไม่ได้คุยไรมากมายเพราะเค้าก็ไม่ได้อยากจะคุยไรกับเรามากหรอก เค้าคงรักแฟนของเค้ามาก ผมก็โอเคไม่เป็นไรผมไม่อยากก้าวก่ายเค้ามาก เราก็มีแฟนที่ผมบอกผมทรยศแฟนผมด้วยความรู้สึกผมคือผมคิดถึงผู้หญิงคนนั้น ตลอดเวลา 3 ปี ไม่ได้เคยเปลี่ยนไม่เคยลืมได้เลย ผมรักแฟนผมนะแต่คนในความทรงจำมันเป็นสิ่งที่ไม่ตาย จนผมเลิกกับแฟนผมตอนผมอยู่ปี 4 ผมเลิกเพราะเค้าบอกว่าผมไม่มีเวลาให้ติดเพื่อนซึ่งก็จริงเลิกกันเหตุผลนี้บ่อยแต่ผมก็ยอมง้อเค้าทุกรอบแต่ไอรอบสุดท้ายอะ เค้าบอกเลิกผมแล้วเค้าไปคุยกับคนอื่นไว้ก่อนแล้วระหว่างที่คบกับผม ผมไม่โอเคผมก็โอเคเลิก ผมไม่เสียน้ำตาสักหยด แต่ผมกลับคิดในหัวอย่างเดียวคิดถึงเค้าวะ คนๆนั้นคนเดียวจริงๆที่ทำให้เรารู้สึกมากขนาดนี้ขนาดแฟนเราคบกันมาก3-4ปียังไม่เคยเสียใจเท่ากับตอนที่เสียน้ำตาให้กับเค้าเลย และมันก็เป็นช่วงไล่ๆกันเค้าก็เลิกกับแฟนแต่ผมไม่ชัวร์นะว่าเลิกตอนไหน ผมได้แต่หวังสักวันผมอยากกลับไปคุยกับเค้าอยากกลับไปหา อยากให้เค้ายอมเปิดใจกับเราบ้างสักที ผมก็พยายามคุยปลอบเค้าแต่ระหว่างที่ปลอบคิดในใจเสมอนะ ทำไมคนที่เค้าคบไม่เท่าไหร่เค้าถึงรู้สึกมากขนาดนี้แล้วเราละเค้าจะเคยเสียใจแบบนี้บ้างรึเปล่า แต่ผมพยายามคิดบวกไว้ไม่เปนไรกุ

ก็ทรยศแฟนด้วยความรู้สึกแบบนี้มาแล้ว เวรกรรมละมั้ง ที่ผมบอกพยายามคิดบวกไว้ด้วยคือแค่ผมได้คุยเค้าตอบผมกลับมา แค่นี้

ก็รู้สึกดีหรือสุขใจแล้วอะไม่ต้องคุยเยอะแค่ตอบกลับมาก็พอ เพราะผมทักไปทีไรก็นานๆกว่าจะตอบทีแต่ผมก็รอได้ รอมาตั้งหลายปีรอต่อแค่ไม่กี่ชั่วโมงเดะเค้าก็มาตอบเรา
หลังจากเรียนจบผมก็ไปงานรับปริญญาเค้านะ แต่เค้าไม่ได้มางานของผมเค้า รู้สึกน้อยใจนะแต่ไม่เป็นไรผมเข้าใจเค้าต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน มันอาจจะมีบางอย่างที่เค้าต้องทำมากกว่า ซึ่งหลังจากรับปริญญาผมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก็แทบไม่ได้คอนแทคกันเลยแต่รู้แค่ว่าเค้าได้เลิกกับแฟนคนล่าสุดไปไม่นานมานี้ หลังจากผมกลับมาจากต่างประเทศผมก็ติดต่อเค้าไปถามทุกข์สุขดิบทั่วๆไป แล้วผมก็พยายามรุกเข้าหาเค้าคิดในความคิดว่าครั้งสุดท้ายละนะที่เราจะพยายามกับผู้หญิงคนนี้คนที่เราไม่เคยลืมเลย แต่ก็นั่นแหละครับคำตอบครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้งแต่เพียงครั้งนี้เราสองคนคุยกันแบบผู้ใหญ่มากกว่าเดิม เข้าใจความรู้สึกเค้านะคงไม่อยากให้ใครตามลังควานหรือมาทำอะไรโดยมันไม่มีความหมายทำไปก็เท่านั้น ผมก็ตัดสินใจโอเคเราอยากยอมแล้วล่ะ แต่ถึงตอนนี้ก็หลายเดือนละนะครับที่ผมไม่ได้ติดต่อเค้าไปเลย แต่ผมก็ยังคิดถึงเค้าคิดถึงช่วงเวลาที่เคยมีด้วยกัน มันน่าแปลกมากนะครับเวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงช่วงสั้นๆ สมัยเรียนที่ผมได้อยู่ได้คุยไปไหนมาไหนด้วยกันจริงๆ มันแค่ช่วงไม่ถึง 1เทอมเรียนเลยมั้ง แต่มันกลับทำให้ผมไม่เคยลืมเค้าได้ ถ้าเทียบกับแฟนเก่าคนล่าสุดที่ผมเลิกไป ผมใช้เวลากับเค้ามากกว่าหลายร้อยเท่าแต่ผมกลับไม่รู้สึกมากเท่าเค้าคนนั้น ผมก็อยากรู้นะว่ามันเป็นเพราะอะไร ถึงตอนนี้ผมบอกได้เลยคำเดียวผมคิดถึงเค้า หากเค้าไม่มีใครผมอยากอยู่ข้างๆเค้า อยากใช้เวลากับเค้ามากกว่าครั้งไหนๆ ผมไม่เคยมาเขียนอะไรแบบนี้หรือทำอะไรแบบนี้นะ แต่ผมไม่เข้าใจผมโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ปัจจุบันก็ทำงานแล้วแต่ทำไมผมยังไม่เคยทิ้งความรู้สึกที่ผมมีให้กับเค้าได้เลย ผมคิดถึงเค้ามากนะ แต่ก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้แล้วจริงๆ ตอนนี้เค้าได้งานการที่ดีครับ มีอนาคตที่สดใสอยู่ เราต่างคนก็เดินในทางของตัวเอง ผมหวังว่าสักวันเมื่อถึงจุดๆนึง เราคงได้เจอกันที่ไหนสักที่แหละครับ ผมขอให้เค้าเจอคนที่ดี ไม่ทำให้เค้าเสียใจเหมือนที่ผ่านมา
คุณเคยรู้สึกอะไรแบบนี้กันมั้ย ผมว่าทุกคนล้วนมีคนในความทรงจำ คนที่เรารักหรือว่ารักแรกที่มันไม่เหมือนครั้งไหนๆ ทุกคนอยากใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ทำทุกอย่างเก็บเงินทองสร้างอนาคตกับคนที่เรารัก ผมก็เหมือนกันแหละครับแต่เพียงแค่ตอนนี้ผมคงยังไม่เจอคนๆนั้น ....... คิดถึงนะ i
ขอบคุณใครก็ตามที่ทนอ่านมาได้ตั้งนาน เขียนครั้งแรกอาจจะวกไปวนมาก็ขอโทษนะครับ แต่ทุกเรื่องผมยืนยันมันเป็นเรื่องจริงที่เขียนจากความรู้สึกจริงๆครับ
เคยรู้สึกกับใครมากๆ ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแฟนกันมานานร่วม 10 ปีมั้ย
ถึงตอนนี้ที่ผมบอกว่าอะไรๆมันก็เริ่มดีขึ้น เค้าเปิดรับมากขึ้น อยู่ในช่วงปลายเทอม 1 ของ ม.4 รวมระยะเวลาที่รู้จักกันมากก็ประมานร่วมๆปีนึงแล้วแหละ ผมโทรศัพท์คุยกับเค้าทุกคืน วันละไม่ต่ำกว่า 40นาที นอนไปคุยไป รอเค้าอ่านหนังสือเสร็จค่อยไปนอนพร้อมเค้าทำแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ได้ประมาน 3เดือน หลังจากนั้นเทคโนโลยีเหมือนพัดพาเราให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้มั้ยคืออะไร BB !!ไงครับ ไม่ใช่ครีมนะไอเด็กรุ่นใหม่เผื่อไม่รู้มันคือ Blackberry เอาไว้ติดต่อกันเปรียบสมัยนี้ก็คือ Line นั่นแหละ ผมคุยกับเค้าง่ายขึ้นไม่ต้องไปนั่งรอหน้าคอมรอเค้ามาออน MSN อีกแล้ว 5555 ผมใกล้ชิดเค้ามากขึ้นหลังเลิกเรียนไปกินข้าวกับเค้าและเพื่อนเค้า ไปดูหนัง แต่นะครับ มันมีแต่ผมไม่เคยไปไหนกับเค้าสองต่อสองเลยนี่มันคงเป็นอีกหนึ่งคำถามในใจเสมอของผมว่า บางทีเราอาจจะคิดไปเองเค้าคงคุยกับเราแค่เป็นเพื่อนคนนึงก็ได้ แต่ปฎิกิริยาของเค้าบางทีผมก็ว่ามันไม่ได้เหมือนเพื่อนปกติทั่วไปคนนึงนะเซ้นผู้ชายมันบอก เพราะเพื่อนกันคงไม่ทำแบบนี้ทุกวันหรอกมั้ง คือเอาง่ายๆ ทำผมทุกสิ่งกับเค้าทุกอย่างมันเหมือนคนเป็นแฟนกันทำอะครับ จนมีคำถามอย่างนึงของเพื่อนผมที่ถามกันบ่อยมากทำไมไม่ขอเค้าเป็นแฟนสักที ไม่คบกันให้จบๆไปล่ะ หึ ผม
เวลาผ่านไปจนกระทั่งขึ้น ม.5 ผมก็ยังรู้สึกกับเค้าเหมือนเดิมแต่เหมือนยิ่งโตขึ้น เธอไปเรียนพิเศษก็มีคนมาจีบ มาขอเบอร์ ขอพินไปคุย ผมก็อยากห้ามนะอยากหึงนะ ผมพูดประชดๆไปครั้งเดียว โดนว่ากับมาคำเดียวเป็นอะไรกันทำไมต้องมายุ่งวุ่นวายหึงหวงไม่เข้าเรื่องอ่ะ (ผมต้องขอบอกก่อนนะ คือตอนนั้นผมกับเค้าก็เหมือนเดิมนะยังคุยยังไปกินข้าวอยู่กับกลุ่มเพื่อนเค้าอยู่เรื่อยๆ เหมือนเดิม) ผมได้ยินคำนั้นแหละครั้งเดียวอย่างที่บอกถ้าโดนปฏิเสธอะไรสักครั้งผมจะไม่พูดอีก ผมก็โอเคเรามันคนไม่มีสิทธิในตัวเค้าอยู่แล้วแค่ได้คุยได้เจอก็ดีใจละนะ อันนี้ผมพูดจริงๆนะ แค่ผมได้คุยได้อยู่ด้วยผมแฮปปี้แล้ว คิดดูผมไปซื้อดอกไม้จากแจ้งวัฒนะ เดินทางไปให้เค้าแถวพญาไท ตอนนั้นเค้าเรียนพิเศษอยู่ผมไม่สนใจผมเดินเอาเข้าไปให้คนเต็มห้อง ผมคิดแค่ว่าผมอยากทำให้กับเค้าผมทำแล้วอยากให้เค้ามีความสุข แต่ก็ไม่รู้นะว่าเค้าจะชอบรึเปล่า เพราะเค้าไม่ค่อยเป็นคนเปิดเผยอะไรกับใครมากอะนะ แต่ผมก็ทำเพราะผมคิดว่าผมรักเค้ามากไม่รู้นะมันจะเรียกว่ารักได้เต็มปากรึเปล่ามันรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว แน่นอนมันเป็นสัจธรรมครับตบมือข้างเดียวไม่เคยดังครับ
กระทั่งเรื่องมันเดินมาจนถึงช่วง ม.5ปลายๆ ผมกับเค้าทะเลาะเรื่องไรสักอย่างไม่รู้นะ ผมเริ่มทำตัวออกห่างทำในสิ่งที่ไม่ดีๆ โดดเรียน กินเหล้ากินเบียร์ สูบบุหรี่ คบเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ แต่ผมบอกเลยนะกลุ่มนี้ทุกวันนี้ผมก็คบอยู่ผมรู้สึกโชคดีอย่างนึงนะ เพื่อนที่ผมเคยคบมาก่อนก็แค่เรียน ไม่ได้ทำอะไรบางคนโตมาจนปัจจุบันทำงานทำการแล้ว ผมรู้สันดานที่แท้จริงเลยล่ะมันไม่เอาใครเลยนอกจากตัวมันรอดพอ แต่ไอกลุ่มที่ผมไปคบใหม่นี่ที่พาผมติดสังสรร กินเหล้า สูบบุหรี่นิ มันเพื่อนแท้ทุกคนนะผมเดือดร้อน ปัจจุบันบางทีไม่มีเงินยืม4-5พัน มันให้ได้เสมอนะ มันพิสูจน์ให้เห็นอย่างนึงนะคนกินเหล้า สูบบุหรี่มันไม่ได้
เข้าสู่ชีวิตมหาลัย คราวนี้แหละแยกจากกันไม่ได้เจอหน้ากันที่ โรงเรียนเหมือนแต่ก่อน ผมเจอคนมากขึ้นไปเราก็ห่างกันไปนานๆจะติดต่อกันสักทีนึง แต่ผมยังคิดถึงเค้าทุกวันเสมอเลยอยากเจอหน้าอยากเห็นหน้า แต่เค้าคงไม่อยากเจอไม่ได้อยากให้มาอยู่ด้วยเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะช่วงปลายๆ ชีวิตมัธยมผมก็ทะเลาะกับเค้าแล้วเค้าก็ไม่อยากจะมองหน้าผมแต่ผมจำไม่ได้นะว่าเรื่องอะไรบ้างมันไม่หนักแต่มันระหองระแหง ประกอบกับผมก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนใหม่จนชินทำให้ไม่เหงาเวลาไม่มีเค้าคุยด้วย แล้วเราก็ห่างกันไม่ได้ติดต่อกันเลยประมาน 5-6เดือน เค้าก็มีแฟนเรียนที่เดียวกันผมก็ได้แต่คิดว่าน่าจะจริงแหละคำที่มีคนเคยบอกคนไม่ใช่ทำอะไรก็ไม่ใช่ ทำให้ตายยังไงก็ไม่ได้ใจเค้ามาอยู่ดี ผมก็ทำใจจนกระทั่งผมได้ไปคบกับน้องคนนึงผมก็รักน้องเค้านะคบกัน 3ปีได้เลิกกันแล้วก็กลับมาคบกันหลายครั้งอยู่ แต่มีความรู้สึกอย่างนึงที่ผมรู้สึกผิดตลอดผมรู้สึกเหมือนทรยศน้องเค้าตลอดที่คบกันมา ถ้าผมเห็นหรือรู้ว่าเค้าคนนั้นเสียใจหรือทะเลาะกับแฟนใหม่ผมจะพยายามติดต่อหรือทักไปถามเค้าเสมอว่าเป็นยังไงบ้าง โอเคมั้ย เดี๋ยวผมคุยเป็นเพื่อนให้แต่ก็ไม่ได้คุยไรมากมายเพราะเค้าก็ไม่ได้อยากจะคุยไรกับเรามากหรอก เค้าคงรักแฟนของเค้ามาก ผมก็โอเคไม่เป็นไรผมไม่อยากก้าวก่ายเค้ามาก เราก็มีแฟนที่ผมบอกผมทรยศแฟนผมด้วยความรู้สึกผมคือผมคิดถึงผู้หญิงคนนั้น ตลอดเวลา 3 ปี ไม่ได้เคยเปลี่ยนไม่เคยลืมได้เลย ผมรักแฟนผมนะแต่คนในความทรงจำมันเป็นสิ่งที่ไม่ตาย จนผมเลิกกับแฟนผมตอนผมอยู่ปี 4 ผมเลิกเพราะเค้าบอกว่าผมไม่มีเวลาให้ติดเพื่อนซึ่งก็จริงเลิกกันเหตุผลนี้บ่อยแต่ผมก็ยอมง้อเค้าทุกรอบแต่ไอรอบสุดท้ายอะ เค้าบอกเลิกผมแล้วเค้าไปคุยกับคนอื่นไว้ก่อนแล้วระหว่างที่คบกับผม ผมไม่โอเคผมก็โอเคเลิก ผมไม่เสียน้ำตาสักหยด แต่ผมกลับคิดในหัวอย่างเดียวคิดถึงเค้าวะ คนๆนั้นคนเดียวจริงๆที่ทำให้เรารู้สึกมากขนาดนี้ขนาดแฟนเราคบกันมาก3-4ปียังไม่เคยเสียใจเท่ากับตอนที่เสียน้ำตาให้กับเค้าเลย และมันก็เป็นช่วงไล่ๆกันเค้าก็เลิกกับแฟนแต่ผมไม่ชัวร์นะว่าเลิกตอนไหน ผมได้แต่หวังสักวันผมอยากกลับไปคุยกับเค้าอยากกลับไปหา อยากให้เค้ายอมเปิดใจกับเราบ้างสักที ผมก็พยายามคุยปลอบเค้าแต่ระหว่างที่ปลอบคิดในใจเสมอนะ ทำไมคนที่เค้าคบไม่เท่าไหร่เค้าถึงรู้สึกมากขนาดนี้แล้วเราละเค้าจะเคยเสียใจแบบนี้บ้างรึเปล่า แต่ผมพยายามคิดบวกไว้ไม่เปนไรกุ
หลังจากเรียนจบผมก็ไปงานรับปริญญาเค้านะ แต่เค้าไม่ได้มางานของผมเค้า รู้สึกน้อยใจนะแต่ไม่เป็นไรผมเข้าใจเค้าต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน มันอาจจะมีบางอย่างที่เค้าต้องทำมากกว่า ซึ่งหลังจากรับปริญญาผมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก็แทบไม่ได้คอนแทคกันเลยแต่รู้แค่ว่าเค้าได้เลิกกับแฟนคนล่าสุดไปไม่นานมานี้ หลังจากผมกลับมาจากต่างประเทศผมก็ติดต่อเค้าไปถามทุกข์สุขดิบทั่วๆไป แล้วผมก็พยายามรุกเข้าหาเค้าคิดในความคิดว่าครั้งสุดท้ายละนะที่เราจะพยายามกับผู้หญิงคนนี้คนที่เราไม่เคยลืมเลย แต่ก็นั่นแหละครับคำตอบครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้งแต่เพียงครั้งนี้เราสองคนคุยกันแบบผู้ใหญ่มากกว่าเดิม เข้าใจความรู้สึกเค้านะคงไม่อยากให้ใครตามลังควานหรือมาทำอะไรโดยมันไม่มีความหมายทำไปก็เท่านั้น ผมก็ตัดสินใจโอเคเราอยากยอมแล้วล่ะ แต่ถึงตอนนี้ก็หลายเดือนละนะครับที่ผมไม่ได้ติดต่อเค้าไปเลย แต่ผมก็ยังคิดถึงเค้าคิดถึงช่วงเวลาที่เคยมีด้วยกัน มันน่าแปลกมากนะครับเวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงช่วงสั้นๆ สมัยเรียนที่ผมได้อยู่ได้คุยไปไหนมาไหนด้วยกันจริงๆ มันแค่ช่วงไม่ถึง 1เทอมเรียนเลยมั้ง แต่มันกลับทำให้ผมไม่เคยลืมเค้าได้ ถ้าเทียบกับแฟนเก่าคนล่าสุดที่ผมเลิกไป ผมใช้เวลากับเค้ามากกว่าหลายร้อยเท่าแต่ผมกลับไม่รู้สึกมากเท่าเค้าคนนั้น ผมก็อยากรู้นะว่ามันเป็นเพราะอะไร ถึงตอนนี้ผมบอกได้เลยคำเดียวผมคิดถึงเค้า หากเค้าไม่มีใครผมอยากอยู่ข้างๆเค้า อยากใช้เวลากับเค้ามากกว่าครั้งไหนๆ ผมไม่เคยมาเขียนอะไรแบบนี้หรือทำอะไรแบบนี้นะ แต่ผมไม่เข้าใจผมโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ปัจจุบันก็ทำงานแล้วแต่ทำไมผมยังไม่เคยทิ้งความรู้สึกที่ผมมีให้กับเค้าได้เลย ผมคิดถึงเค้ามากนะ แต่ก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้แล้วจริงๆ ตอนนี้เค้าได้งานการที่ดีครับ มีอนาคตที่สดใสอยู่ เราต่างคนก็เดินในทางของตัวเอง ผมหวังว่าสักวันเมื่อถึงจุดๆนึง เราคงได้เจอกันที่ไหนสักที่แหละครับ ผมขอให้เค้าเจอคนที่ดี ไม่ทำให้เค้าเสียใจเหมือนที่ผ่านมา
คุณเคยรู้สึกอะไรแบบนี้กันมั้ย ผมว่าทุกคนล้วนมีคนในความทรงจำ คนที่เรารักหรือว่ารักแรกที่มันไม่เหมือนครั้งไหนๆ ทุกคนอยากใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ทำทุกอย่างเก็บเงินทองสร้างอนาคตกับคนที่เรารัก ผมก็เหมือนกันแหละครับแต่เพียงแค่ตอนนี้ผมคงยังไม่เจอคนๆนั้น ....... คิดถึงนะ i
ขอบคุณใครก็ตามที่ทนอ่านมาได้ตั้งนาน เขียนครั้งแรกอาจจะวกไปวนมาก็ขอโทษนะครับ แต่ทุกเรื่องผมยืนยันมันเป็นเรื่องจริงที่เขียนจากความรู้สึกจริงๆครับ