เปลี่ยนอะไรไปบ้างเมื่อ "มีลูก" : 4 อย่างที่เปลี่ยนไปเมื่อเป็นมนุษย์พ่อ


ได้ฟัง podcast ว่าด้วยเรื่อง การมีครอบครัว มีลูก ทำให้ผู้ชาย"เปลี่ยนไป" ได้ มานึกย้อนตัวเอง พบว่า เปลี่ยนไปจริงๆด้วย
อยากรู้ว่า คุณพ่อทั้งหลาย (หรือคุณแม่ที่นึกถึงสามี) เปลี่ยนอะไรไปบ้าง เมื่อมี ลูกสาว

------------------------------

1.เรื่องที่สังเกตตัวเองว่าเปลี่ยนไป และ ไม่ใช่พฤติกรรมผู้ชายปกติคือ
ทิชชู่เปียก

ในกระเป๋าติดตัว มีทิชชู่เปียก แบบไม่มีแอลกอฮอล์ แบบเส้นใยละเอียดเนื้อสัมผัสนุ่มนวล แบบเบี้เกรดติดตัวเสมอ ทำแบบนี้มาตั้งแต่มีลูกาสว จนทุกวันนี้ ลูกสาวไม่อยู่ด้วย(ไปเรียนต่างประเทศ) ก็ยังติดเป็นนิสัยพกไว้เสมอ ถือเป็นซัพพลายสำคัญในบ้านที่ต้องมีสำรองไว้

ผู้ชายทั่วไป (ดูจากเพื่อนๆ)ไม่มีใครพก สนใจ หรือ เห็นความสำคัญของไอเท็มนี้เลย



2. อีกข้อคือ เลิกสูบบุหรี่ ตั้งแต่รู้ว่าปฎิสนธิขึ้นมา ก็บอกลายาสูบทุกชนิดแบบทันที ไม่ต้องการให้ในบ้านมีกลิ่นควันจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ซิการ์ ไปป์ ยาเส้น  ไม่ต้องการให้ที่ตัวมีกลิ่นพวกนี้ติดค้างอยู่ แล้วลูกสาวต้องคอยถาม

ตัดสินใจถูกที่ทำแบบนั้นเพราะลูกสาวโตมา เกลียดคนสูบบุหรี่ เกลียดงับรุ่นดูดพ็อด เรียกพฤติกรรมเหล่านี้ว่า"คนโง่"  ขนาดไปสังสรรค์กับเพื่อนพ่อ ยังถามลุงๆ อาๆ ว่า ทำไมรู้ว่ามันไม่ดีถึงยังเอาเข้าตัวเองอีก แล้วถ้า ลุงที่เค้ารักมาก สนิทมาก เค้าจะยึดบุหรี่ ไฟแช็ก มาไว้กับตัวเลย เพราะ ไม่อยากให้ลุงตายเร็ว (เพื่อนคนนี้ก็ยังไม่เลิกนะ แต่ เวลาเจอลูกสาวจะยื่นบุหรี่มาให้เก็บ บางที ลูกสาวจะใจดีผ่อนผันให้ เอาบุหรี่มา ตัดด้วยกรรไกร ให้เหลือซัก 0.5-1 ซม. จากก้นกรอง ยื่นให้)



3. เลิกขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยว ข้อนี้ ไม่จงใจเลิกแต่มาย้อนทบทวน ทริปสุดท้ายที่ขี่รถเที่ยวคือก่อนแต่งงาน จากนั้นก็ไม่ได้ไปอีกเลย
น่าจะเป็นทั้งเรือ่งเวลา และ  ความรู้สึกไม่อยากทิ้งใครไว้ พอภรรยาท้อง ไม่สะดวกไปเที่ยว เราก็ไม่อยากทิ้งเค้าไว้แล้วไปคนเดียว พอมีลูกสาวเกิดมา ก็ไม่อยากเอาเวลาไปเที่ยว แล้วห่างเค้า

ผมมีมอเตอร์ไซค์เก่าๆ รุ่นโบราณสมัยไอ้มดแดงที่ประคบประหงมอยู่คันนึง  จัดว่าปุโรทั่งก็ว่าได้ ชอบเอาไปขี่เที่ยวพาแฟน (และว่าที่ภรรยา) ซ้อนท้าย ซึ่ง มันก็ไม่ได้สบาย ดีเด่ ไปกว่าปกติหรอก ถือเป็นกิจกรรมลำบากทัวร์ สนุกๆมากกว่า ไม่เร็วด้วย เอาแค่วิ่งได้ก็เก่งแล้ว

ตอนนี้ก็จอดสนิท คอยสตาร์ทให้ติดเป็นครั้งคราว วิ่งวนๆในหมู่บ้านพอให้มันไม่พังคาบ้าน



4. อย่างสุดท้ายคือ เลิกเจ้าชู้ เพลย์บอย อันนี้บอกเลย ไม่ใช่เพราะภรรยา ไม่ใช่เพราะมีครอบครัว แต่เพราะ มีลูกสาว ยืนยันอย่างเต็มปากว่า แม้แต่แต่งงานแล้ว ก็ยังแอบแซ่บอยู่เลย ไม่ได้ซื้อกินด้วย เรียกว่า พร้อมเสมอหากเธอสนอง มีโอกาสเมื่อไหร่อย่าได้มีกลิ่นฟิโรโมนมาเฉียดในระยะ 2 มเตร

แต่พอ มีทายาทในท้องภรรยา จนรู้ว่า เป็นสาวน้อย ก็ไม่เคยสนใจเพศหญิงที่ไหนอีกเลย นอกจากภรรยา ผมไม่ได้กลัวเรื่องบาปกรรมอะไรนะครับ แต่ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่า ในบ้านนี่แหละดีสุดแล้ว ยิ่งพอลูกสาวเกิดมา ค่อยๆเติบโต  ทำให้ครอบครัวแฮปปี้ดี

จนแยกทางกับภรรยา กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว โสดอีกรอบตามพฤตินัยและนิตินัย ถึงได้ เริ่มมองหาความสัมพันธ์อีกครั้ง แต่ ในรอบนี้ ก็ไม่เคยมีความสัมพนัธ์แบบคู่ขนานเลย ถ้าตกลงคุยหรือคบหากับใคร ก็จะไม่เปิดใจมองและรับคนอื่นอีก

แล้วสุดท้ายก็เลิกทุกอย่าง เอาทรัพยากรและเวลามาให้ลูกสาวดีกว่า ทดลองโสดสนุกสนานอยู่ได้ 1-2 ปีเท่านั้น จากนั้นก็ใช้ชีวิตเป็นหนุ่มโสดไม่คบใครมา7-8 ปี มีแต่เพื่อนกัน (ที่กินกันได้)

ความสุขของการได้เป็นชายเจ้าสำราญไม่ใช่เรื่อง sex มันคือความสุขที่ได้เอาชนะใจใครสักคน ความสุขที่ได้รู้สึกว่าเป็นที่หมายปอง ความสุขที่ได้ซุกซนลักลอบทำเรื่องอะไรที่มันผิด แต่พอ สถานะอิสระจริงๆ มันก็ไม่สนุกแล้ว เพราะมันไม่ผิด การเอาชนะใจใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินจนรู้สึกท้าทาย จะด้วยเวลา เงิน ความเอาใจใส่ ก็ทำได้ รู้สึกว่ามันเป็น pattern  ที่คาดเดาวิธีการได้ ก็เลยไม่สนุก การถูกหมายปอง อันนี้ ตอนนี้รู้สึกว่าให้เป็นที่หมายแต่ไม่ต้องถึงกับเสน่หาจะจับกิน ไว้เป็นทรง dad ที่อยู่แบบนี้ ฟินกว่าให้ใครสักคนมาอยากกินเราแล้วรู้สึกว่า พ่ายแพ้ต่อนาง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่