นรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
ผมร้องไห้บ่อยนะเวลาคิดถึงท่านเวลาอ่านเรื่องราวต่างๆของท่าน
แต่ผมไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นหรอกผู้ชายที่ไหนอยากให้คนอื่นเห็นน้ำตา
แต่มันก็พลาดกันจนได้ วันที่ 14/10/2559 จำได้ช่วงบ่ายผมทำงานเสร็จแล้ว ได้ข่าวว่า ขบวนจะเสด็จเข้าวัง
ผมรีบแต่งตัว ตอนนั่นชุดดำล้วนไม่มีเลยหยิบชุดขาวล้วนมาแทน
ตอนขึ้นรถเมล์ สาย 44 ที่จะไปสนามหลวง คนในรถต่างโศกเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ท้องฟ้าแดดแรง แต่แปลกมันกลับหมอนๆ
ผมยืนในรถตู้ที่เต็มไปด้วยผู้คน
เมื่อกระเป๋ายื่นมือมาเก็บตัง ผมบอกว่าสนามหลวง อยู่ดีดี น้ำตาก็ใหลออกมา ใหลออกมากลางรถเมล์นั่นแหละ เป็นครั้งแรกเลยที่ผมต้องร้องไห้ต่อหน้าสาธารณะ ทั่งที่พยายามกลั้นแล้ว
แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่เงียบๆปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
ตลอดทางมีคนในรถสลับกันร้องไห้มากมาย
เมื่อประมาณสะพานไรสักอย่างที่สวยมากเป็นท่าจอดเรือของเรือแสนแสบ รถเมล์บอกวิ่งแค่นี้ไปต่อไม่ได้แล้ว
ผมรีบลงจากรถเมล์วิ่งไปจนคนเยอะๆ แต่อยู่ได้แค่ช่วงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อากาศร้อนอบอ้าวคนเยอะมากเยอะจนเดินถอยหลังก็ไม่ได้เดินหน้าก็ไม่ได้
ก็เลยนั่งอยู่ตรงนั่น มีคนทะเลาะกันมากมายเพราะแออัด ผมเริ่มหงุดหงิดนิดนึง เป็นถาพที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่หรอก
จนผมเกือบจะสุดทนเหมือนกันกะจะหลุดออกไปข้างหลังอยู่ๆเสียงคนก็ซุปซิบกัย ขบวนเสด็จแล้ว
สิ่งที่น่าทึ่งได้เกิดกับผม
ไอคนที่ทะเลาะกันกับเงียบทุกคนได้แต่ก้มหน้าเงียบ ไม่ได้เห็นขบวนรถหรอกเพราะขบวนอยู่ไกลมากแต่ผมคิดว่าทุกคนรู้สึกอยู่ว่าขบวนกำลังผ่าน พอขบวนผ่านไปแล้วผมรีบหลุดออกมาให้ได้ด้วยความที่หิวมากเลยรับข้าวกล่องเป็นกระเพราไก่ ที่อร่อยมากแต่กินด้วยน้ำตานั่นเเหละ
พอกินเสร็จมีแรงก็เลยอาสาแจกข้าวกล่องไปด้วยเลย แจกไป ครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มรู้สึกเย็นล่ะเดี๋ยวจะกลับบ้านยากเลยรีบกลับ
เป็นอีกวันที่จุกๆอยู่ในใจ
เหตุการณฺ์นี้ได้สอนผมหลายๆอย่างได้รู้จักท่านเพิ่มได้รู้จักมุมมองเกี่ยวกับท่านเพิ่ม
ได้รู้ว่าคนไทยเราก็มีหลายแบบไม่ได้มีคนรักท่านทุกคนเสมอไป
ตอนแรกก็แปลกๆ แต่เราอ่านเรื่องของคนที่ไม่ได้รักพ่อเราเยอะๆ
เราก็คิดได้ว่าคนเรามีหลายแบบ การจะอยู่ด้วยกันแบบสงบคงต้องเคารพกันแหละกันไม่เดือดร้อนซึ่งกันแหละกัน
ได้เรียนรู้เหตุการณืที่คนเรียกว่าล่าแม่มด
แล้วก็แม่มดล่าคนอื่นแทน
แต่ยังไงก็แล้วแต่เหตุการณืเหล่านี้ก็สอนให้ผม ยอมรับคนอื่น
ก่อนที่จะให้คนอื่นยอมรับเรา
ทำให้เราเค้าใจสิทธิส่วนบุคคลมากครึ่งมันก็เหมือนทำให้เราเติบใหญ่ไปอีกก้าว
พูดตามตรงผม อ่านหมดนะ ฝ่ายแดงเหลืองทหาร หรือฝ่ายไม่ชอบเจ้า ผมอ่านหมดแหละ แต่อ่านแล้วเรียนรู้เค้า ไม่ได้รู้สึกโกทธไรมากแต่เรียนการโต้กลับแบบสุภาพและไม่ผิดหลักสิทธิเสรีภาพ
วันนี้ก็ครบรอบ1ปีล่ะ 1ปีที่ไม่มีท่านช่างคิดถึงท่านเหลือเกิน
แต่ยังไงผมก็มีท่านเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอ
ผมไม่ได้รักท่านในฐานะกษัตริย์
แต่รักท่านในฐานะราชาผู้ทรงธรรมและทำงานเพื่อคนไทย
ผมกราบเพราะความศรัทธาไม่ได้กราบเพราะใครสั่งให้กราบ
ผมรักท่านไม่ใช่เพราะคนบอกให้รัก แต่ผมรักเพราะสิ่งที่ท่านทำ
เศรษฐกิจพอเพียงคือมรดกที่ท่านทิ้งไว้ ผมได้เรียนรู้ว่าอยู่ในเมืองก็นำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้
สิ่งที่ต้องพอก่อนคือจิตใจเราเลย เมื่อพอเพียงทุกอย่างจะเพียงพอ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาอันหาที่สุดไม่ได้
ผมไม่รู้จะแท็กห้องไหนดีเลย
วันนี้เมื่อปีที่แล้ววันที่ผมจำได้ไม่เคยลืม คิดถึงพ่อเหลือเกิน
ผมร้องไห้บ่อยนะเวลาคิดถึงท่านเวลาอ่านเรื่องราวต่างๆของท่าน
แต่ผมไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นหรอกผู้ชายที่ไหนอยากให้คนอื่นเห็นน้ำตา
แต่มันก็พลาดกันจนได้ วันที่ 14/10/2559 จำได้ช่วงบ่ายผมทำงานเสร็จแล้ว ได้ข่าวว่า ขบวนจะเสด็จเข้าวัง
ผมรีบแต่งตัว ตอนนั่นชุดดำล้วนไม่มีเลยหยิบชุดขาวล้วนมาแทน
ตอนขึ้นรถเมล์ สาย 44 ที่จะไปสนามหลวง คนในรถต่างโศกเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ท้องฟ้าแดดแรง แต่แปลกมันกลับหมอนๆ
ผมยืนในรถตู้ที่เต็มไปด้วยผู้คน
เมื่อกระเป๋ายื่นมือมาเก็บตัง ผมบอกว่าสนามหลวง อยู่ดีดี น้ำตาก็ใหลออกมา ใหลออกมากลางรถเมล์นั่นแหละ เป็นครั้งแรกเลยที่ผมต้องร้องไห้ต่อหน้าสาธารณะ ทั่งที่พยายามกลั้นแล้ว
แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่เงียบๆปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
ตลอดทางมีคนในรถสลับกันร้องไห้มากมาย
เมื่อประมาณสะพานไรสักอย่างที่สวยมากเป็นท่าจอดเรือของเรือแสนแสบ รถเมล์บอกวิ่งแค่นี้ไปต่อไม่ได้แล้ว
ผมรีบลงจากรถเมล์วิ่งไปจนคนเยอะๆ แต่อยู่ได้แค่ช่วงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อากาศร้อนอบอ้าวคนเยอะมากเยอะจนเดินถอยหลังก็ไม่ได้เดินหน้าก็ไม่ได้
ก็เลยนั่งอยู่ตรงนั่น มีคนทะเลาะกันมากมายเพราะแออัด ผมเริ่มหงุดหงิดนิดนึง เป็นถาพที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่หรอก
จนผมเกือบจะสุดทนเหมือนกันกะจะหลุดออกไปข้างหลังอยู่ๆเสียงคนก็ซุปซิบกัย ขบวนเสด็จแล้ว
สิ่งที่น่าทึ่งได้เกิดกับผม
ไอคนที่ทะเลาะกันกับเงียบทุกคนได้แต่ก้มหน้าเงียบ ไม่ได้เห็นขบวนรถหรอกเพราะขบวนอยู่ไกลมากแต่ผมคิดว่าทุกคนรู้สึกอยู่ว่าขบวนกำลังผ่าน พอขบวนผ่านไปแล้วผมรีบหลุดออกมาให้ได้ด้วยความที่หิวมากเลยรับข้าวกล่องเป็นกระเพราไก่ ที่อร่อยมากแต่กินด้วยน้ำตานั่นเเหละ
พอกินเสร็จมีแรงก็เลยอาสาแจกข้าวกล่องไปด้วยเลย แจกไป ครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มรู้สึกเย็นล่ะเดี๋ยวจะกลับบ้านยากเลยรีบกลับ
เป็นอีกวันที่จุกๆอยู่ในใจ
เหตุการณฺ์นี้ได้สอนผมหลายๆอย่างได้รู้จักท่านเพิ่มได้รู้จักมุมมองเกี่ยวกับท่านเพิ่ม
ได้รู้ว่าคนไทยเราก็มีหลายแบบไม่ได้มีคนรักท่านทุกคนเสมอไป
ตอนแรกก็แปลกๆ แต่เราอ่านเรื่องของคนที่ไม่ได้รักพ่อเราเยอะๆ
เราก็คิดได้ว่าคนเรามีหลายแบบ การจะอยู่ด้วยกันแบบสงบคงต้องเคารพกันแหละกันไม่เดือดร้อนซึ่งกันแหละกัน
ได้เรียนรู้เหตุการณืที่คนเรียกว่าล่าแม่มด
แล้วก็แม่มดล่าคนอื่นแทน
แต่ยังไงก็แล้วแต่เหตุการณืเหล่านี้ก็สอนให้ผม ยอมรับคนอื่น
ก่อนที่จะให้คนอื่นยอมรับเรา
ทำให้เราเค้าใจสิทธิส่วนบุคคลมากครึ่งมันก็เหมือนทำให้เราเติบใหญ่ไปอีกก้าว
พูดตามตรงผม อ่านหมดนะ ฝ่ายแดงเหลืองทหาร หรือฝ่ายไม่ชอบเจ้า ผมอ่านหมดแหละ แต่อ่านแล้วเรียนรู้เค้า ไม่ได้รู้สึกโกทธไรมากแต่เรียนการโต้กลับแบบสุภาพและไม่ผิดหลักสิทธิเสรีภาพ
วันนี้ก็ครบรอบ1ปีล่ะ 1ปีที่ไม่มีท่านช่างคิดถึงท่านเหลือเกิน
แต่ยังไงผมก็มีท่านเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอ
ผมไม่ได้รักท่านในฐานะกษัตริย์
แต่รักท่านในฐานะราชาผู้ทรงธรรมและทำงานเพื่อคนไทย
ผมกราบเพราะความศรัทธาไม่ได้กราบเพราะใครสั่งให้กราบ
ผมรักท่านไม่ใช่เพราะคนบอกให้รัก แต่ผมรักเพราะสิ่งที่ท่านทำ
เศรษฐกิจพอเพียงคือมรดกที่ท่านทิ้งไว้ ผมได้เรียนรู้ว่าอยู่ในเมืองก็นำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้
สิ่งที่ต้องพอก่อนคือจิตใจเราเลย เมื่อพอเพียงทุกอย่างจะเพียงพอ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาอันหาที่สุดไม่ได้
ผมไม่รู้จะแท็กห้องไหนดีเลย