ตอนเด็กเคยรักกสิกรมาก ยิ่งนานวันยิ่งเกลียด

เราว่าเราถูกกสิกรหลอกขายพ่วงประกัน ! เรื่องคือ มีบัตรเครดิตร่วมกับ ปตท ใหม่คือ ptt blue credit card ไปสมัครที่สาขาเดอะมอลล์ท่าพระ พอเปิดใช้บัตรนี้ ใช้ยากมาก เด็กปั๊มงงว่าใช้อย่างไร amazon บางสาขาไม่มีเครื่องรูดบัตรก็ใช้ไม่ได้ สาขาที่มีเครื่องพนักงานก็งง ใช้ไม่เป็นขอถ่ายรูปบัตรเครดิตไว้ แล้วจะเอาไปรูดทีหลัง

วันนี้พอกลับถึงบ้าน มีจดหมายมาจากเมืองไทยประกันชีวิตเกี่ยวกับ Credit shield insurance บอกว่ายินดีต้อนรับสู่กรมธรรม์เล่มใหม่ที่ท่านสมัครไป พอโทรไปเมืองไทยประกันเขาบอกว่าเป็นประกันที่สมัครมาจากบัตรเครดิต วันที่ผมสมัครบัตรเครดิตใบนี้ที่กสิกรท่าพระ พนักงานแค่บอกให้เซ็นชื่อตรงไหนบ้าง แต่ไม่ได้บอกสักคำว่ามีพ่วงประกันมาด้วย เพราะประกันตัวนี้กสิกรแจ้งว่าหักเปอร์เซนต์จากยอดใช้จ่ายทุกเดือน รูดซื้อเยอะก็จ่ายค่าประกันเยอะ แต่เมืองไทยประกันชีวิตแจ้งว่า หักเปอร์เซนต์ถ้ามียอดหนี้ค้างชำระ ไม่ได้หักจากยอดใช้จ่าย ข้อมูลจากสองแหล่งก็ไม่ตรงกัน วันนี้อายัดบัตรทันทีที่รู้ว่ามีประกันพ่วงมา

update 11 ตุลาคม 2560
- กสิกร ฝ่ายดูแลเรื่องร้องเรียนสำนักงานใหญ่โทรมา และเป็นไปตามที่เราเดาได้ ขอโทษ เห็นใจ จะไปแก้ไข จะตามเรื่องให้

- รักษาการณ์ผู้จัดการสาขาเดอะมอลล์ท่าพระโทรมาต่อ และงง ถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะ memo ไปถึงเขาเขียนสั้นๆ ว่า สมัครบัตรเมืองไทยประกันชีวิตไป ยังมาแสดงความงงว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของธนาคาร เหตุใดผมถึงไปร้องเรียน กสิกรไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ผมร้องเรียนจริงๆ สำนักงานใหญ่ก็แค่โยนเรื่องไปที่สาขาท่าพระ และผมก็ต้องมานั่งอธิบายเรื่องทั้งหมดใหม่ เสียความรู้สึก !

- คปภ แนะนำผมว่าไม่ต้องไปร้องเรียนที่เขา ความผิดของธนาคารให้ร้องเรียนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

- โทรไป 1213 call center ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) เขาแนะนำให้ผมเขียนอีเมลไปให้เขา ผมจึงส่งไปที่ ธปท แล้ว เพราะ ธปท ยืนยันว่าได้กำชับธนาคารพาณิชย์ห้ามยัดเยียดขายประกันให้ลูกค้ามานานแล้ว แต่! ในไทย เสียงของผู้บริโภคมีพลังที่น้อยมาก ผมเดาว่า ธปท คงส่งข้อร้องเรียนผม ไปให้สำนักงานใหญ่กสิกร แล้วกสิกรก็จะรับทราบ แสดงความเสียใจไปเรื่อยๆ และเรื่องนี้ก็คงจบลงด้วยการที่ต้องมีผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อต่อไปเรื่อยๆ

update 12 ตุลาคม 2560

- ผู้จัดการตัวจริงสาขาท่าพระโทรมา เหมือนเดิมคือ ขอโทษ เห็นใจ อธิบายว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานที่ไม่บอกว่าการเซ็นชื่อช่องนั้นเป็นการตกลงทำประกัน พนักงานคนนั้นจะรู้สึกเหมือนผมไหมครับว่าธนาคารกสิกร นอกจากจะไม่ได้แคร์ผม ยังไม่ได้แคร์คุณเช่นกันครับ ผมก็เป็นแค่ลูกค้าทั่วไปที่ไม่ได้สร้างกำไรให้กสิกรมากเท่า ลูกค้า wisdom และ premier คุณก็เป็นแค่พนักงานที่กำลังถูกทุกคนมองว่าเป็นคนผิด ลึกๆ คุณก็คงคิดเช่นกันว่าฉันไม่ใช่ต้นเหตุ ฉันไม่ได้อยากขายประกันตั้งแต่แรก ฉันอยากจะบริการลูกค้าให้ทุกระดับประทับใจโดยที่ไม่มีตัวชี้วัด KPI เรื่องขายประกันให้ถึงเป้า และประโยคที่ผมเริ่มท่องได้จากคำอธิบายเดิมๆ ของกสิกรคือประกัน credit shield insurance ทำเพื่อประโยชน์ลูกค้า และถ้าลูกค้าไม่ยินดีสามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา คำถามของผมคือ เพื่อนผม และลูกค้าอีกหลายคนก็โดนแบบผมเช่นกัน เป็นใครก็คงอดคิดไม่ได้ว่า แน่ใจหรอว่าไม่ได้ตั้งใจขายพ่วง? กสิกรทราบไหมครับว่า คนไทยก็รู้มานานแล้วว่าพนักงานธนาคารเป็นทุกข์ที่ถูกบีบให้ทำยอดขายประกันให้ถึงเป้า มีงานวิจัยพบว่าคนรวยให้คนขับรถหรือเลขาไปทำธุรกรรมที่ธนาคารแทน มิใช่เพราะรักสบาย แต่รำคาญ! ที่พนักงานขายประกัน และมีอยู่ธนาคารหนึ่งในไทยซึ่งผู้บริหารระดับสูงตั้งใจจะแยกให้พนักงานในสาขาแบ่งเป็นสองส่วนคือพนักงานบริการอย่างเดียวและพนักงานขายประกันอย่างเดียว ไอเดียนี้ดีต่อลูกค้าคนไทยมาก แต่ไม่สำเร็จเพราะคำว่าผลประโยชน์! ทำให้มีผู้บริหารคนอื่นในธนาคารนั้นไม่เห็นด้วย (ฟังผู้อื่นเล่ามาอีกที ธนาคารที่ใส่ใจลูกค้านี้ไม่ใช่กสิกร) คนที่มีความสุขคือคนในธนาคารแค่บางคนที่ได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์จากบริษัทประกันชีวิต คนที่เป็นทุกข์คือพนักงานธนาคาร และก็ส่งมอบความทุกข์นี้มายังลูกค้าต่อ ถ้าผมเป็นพนักงานผมคงลาออกไปทำอาชีพอื่น ไม่มาขายพ่วงประกันแบบนี้ และมีกระทู้ล่างๆ เล่าว่าเพราะบีบให้พนักงานขายประกัน พนักงานก็ลาออกบ่อย คนเข้าใหม่ก็มือใหม่ พอบริการผิดพลาด ลูกค้าก็เกลียดกสิกร

- ต้องขอบคุณผู้จัดการสาขาท่าพระ ที่แจ้งผมว่าทางกสิกรจะออกเงินพันกว่าบาท ที่ผมรูดไปก่อนอายัดบัตร ptt credit card ให้ฟรี แต่ผมได้แจ้งไปแล้วว่าไม่เอา เงินแก้ไขปัญหาไม่ได้ทุกอย่าง ผมเคยรักกสิกรมากที่สุดตั้งแต่เด็ก การที่คุณใช้เวลาภายในปีนี้ปีเดียว ทำให้ผมเกลียดได้ มันมีมูลค่าทางจิตใจสูงที่คุณไม่น่าจะประเมินค่าได้ เลยได้มีโอกาสเล่าเรื่องหนึ่งให้ผู้จัดการฟัง คือ ก่อนหน้ามาสมัครบัตรเครดิตที่ท่าพระ ไปสมัครบัตรที่สาขาจามจุรีสแควร์ ในขั้นตอนที่เอกสารการสมัครผมถูกส่งไปที่สำนักงานใหญ่ เอกสารสมัครบัตรเครดิต สำเนาบัตรประชาชนผมหาย ! แล้วความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าอยู่ที่ไหน ทุกวันนี้คนไทยถูกบัตรเครดิตและประกันโทรมาหา โดยที่ไม่รู้ว่าใครขายข้อมูลเบอร์โทรเราไป แค่นี้ก็น่ารำคาญพอแล้ว

ตอนที่เอกสารหายก็เลยแค่ร้องเรียนไปที่ call center เขาตามเรื่องให้ เหมือนเดิมคือ พนักงานสาขาจามจุรีโทรมาขอโทษและจะตามเรื่องให้ เหมือนเดิม เงียบหาย! พอร้องเรียนไปอีกครั้ง ผู้จัดการสาขาโทรมา เช่นเดิม ด้วยคำพูดที่ใครๆ ก็เดาได้ ขอโทษ เห็นใจ แต่ผู้จัดการคนนี้พีคมาก บอกว่าน่าจะแจ้งให้พี่ทราบตั้งแต่แรก พี่จะได้ดูแลเคสนี้ให้ ลองนึกภาพคุณเป็นผม คุณจะเดินเข้าไปสาขาเพื่อบอกว่าขอบัตรคิวพบผู้จัดการสาขาครับ เอกสารสมัครบัตรเครดิต สำเนาบัตรประชาชนผมหายไป คุณต้องทราบว่าคนไทยมีสมอง และมีสิ่งที่คุณไม่ได้แคร์ในตัวพวกผม คือความรู้สึกนึกคิดที่รักและเกลียดเป็นครับ

วันที่ผมไปสมัครบัตรเครดิตที่สาขาท่าพระ พนักงานที่กดบัตรคิวให้ก้มหน้ากดมือถือ หน้าตาดูอารมณ์เสียเหมือนผมจะไปขัดจังหวะการเล่นมือถือเขา พนักงานอีกคนก็ตะโกนถามพนักงานที่เคาน์เตอร์ว่า สมัครบัตรเครดิตทันไหม เพราะตอนนั้นสาขาใกล้ปิดแล้ว นอกจากจะเจอการบริการของพนักงานที่ไม่ดี และยังโดนพ่วงขายประกัน เป็นใคร ใครจะไม่เกลียด

- ตอนเย็น ผู้จัดการฝ่ายรับเรื่องร้องเรียนโทรมา ก็พูดเหมือนเดิม ผมจับประเด็นได้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งให้กสิกรมาเจรจากับผม และผู้จัดการก็พูดเนื้อหาประมาณว่าเป็นความบกพร่องพนักงาน (คิดในใจ โทษพนักงานอีกละ! ไม่คิดจะพูดเรื่องอื่นบ้างหรอ!) ธนาคารไม่เคยตั้งใจขายพ่วงประกัน และประกันนี้ทำเพื่อลูกค้า แต่ลูกค้าก็ยกเลิกได้ตลอดเวลา และจะขอให้ผมไปพบกับผู้บริหารเพื่อเจรจา ก็เลยตอบไปว่า ไม่สะดวกพบครับ เพราะไม่อยากฟังคำอธิบายเดิมๆ ที่ผมฟังจนท่องได้แล้ว ผมก็เลยบอกเขาไปว่ามีอะไรเพิ่มเติมไหมที่ผมควรรู้ เขาก็ยืนยันให้ผมไปเจรจา ผมก็เลยบอกว่าไม่สะดวก และได้ถามเขาไปด้วยว่ามีลูกค้าโดนขายพ่วงประกันแบบผมหลายคน คุณจะอธิบายว่าอย่างไร เท่าที่ผมจำได้คือผมยังไม่ได้คำตอบจากคุณ!

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแชร์ประสบการณ์ในกระทู้นี้ครับ ผมได้ประเด็นเยอะมากจากในกระทู้นี้

- ขอชื่นชมคุณ K8888 คุณยิ่งมาโพสในกระทู้นี้มากเท่าไร คุณได้สังเกตหรือไม่ว่าลูกค้าแทบทุกรายเกลียดคุณและกสิกรเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่หยุดทำ คุณควรจับประเด็นที่ลูกค้าร้องเรียนให้ได้ เช่น ผมอายัดบัตรไปแล้ว คุณยังมาถามอีกว่าให้ช่วยอะไรไหม ลูกค้ากระทู้ที่ 52 บอกร้องเรียนผ่านไป 3 เดือนแล้ว กสิกรไม่สนใจ แล้ววันนี้ K8888 ยังจะมาตามเรื่องให้ลูกค้าเพื่ออะไร หุ่นยนต์ยังเรียนรู้และทำตัวได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้นทุกวัน เหตุใดมนุษย์แบบ K8888 ถึงทำงานเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึก ใครเทรนคุณมาครับ คุณถึงได้ไม่เข้าใจเรื่องราวบนโลกมนุษย์ที่เป็นเรื่องพื้นฐานแบบนี้ครับ

- การตลาดกสิกรเก่ง แต่ลืมนึกถึงความรู้สึกของลูกค้าบางส่วนที่อาจไม่ได้สร้างกำไรให้ธนาคารมาก คนเกลียดกสิกรในกระทู้นี้มีมาก แต่คงไม่มากพอที่จะชนะคนรักกสิกรในไทยได้ เพราะภาพลักษณ์ดูดีมาก เรื่องราวของผมคงจบที่ค่อยๆ ถูกลืมไป และก็มีเหยื่อรายใหม่ในอนาคต เพราะเราอยู่ในประเทศที่สิทธิของผู้บริโภคไม่มีพลังมากพอ ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมได้ วันนี้ผมส่งจดหมายจ่าหน้าถึงนายกรัฐมนตรี เพราะผมรู้สึกหมดที่พึ่ง กสิกรกรุณาอย่าติดต่อมาเพื่อพูดสิ่งที่ผมท่องจำจากการพูดซ้ำๆ ของคุณอีกนะครับ กะโหลกผมไม่ได้มีไว้กั้นหูอย่างเดียว มีสมองและมีความรู้สึกที่ฝังความเกลียดกสิกรมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ในนั้น ลูกค้าทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อรอฟังมาตรการการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมจากคุณ รอฟังความจริง เพราะเราไม่อยากให้คนไทยด้วยกันต้องตกเป็นเหยื่อเช่นนี้อีก เราถูกธนาคารพาณิชย์ของคนไทยทำร้าย แล้วคุณคิดว่าคนไทยอย่างพวกเราจำเป็นที่จะต้องอดทน ก้มหน้ารับกรรมไปเรื่อยๆ หรือไม่

- มีสามกระทู้ในนี้ที่แสดงความเห็นว่า ธนาคารผิดที่ไม่ชี้แจงก่อนผมเซ็นชื่อ และผมผิดที่ไม่อ่านให้ดีก่อนเซ็นชื่อ นี่คือความในใจของผมครับ

ผมทราบประเด็นนี้ตั้งแต่ก่อนตั้งกระทู้ครับ สมมติถ้าเรื่องต้องขึ้นศาลมันก็จะไปจบอยู่ที่ผมผิดด้วยส่วนหนึ่งที่ไม่อ่านก่อนเซ็น เรื่องราวที่ผมพยายามเรียกร้องก็จะจบลง และวนไปที่มีเหยื่อหน้าใหม่เรื่อยๆ มีคนที่มองเป็นกลางเข้ามาในกระทู้นี้ ชี้แจงว่าผิดกันทั้งสองฝ่าย ธนาคารพาณิชย์น่าจะทราบช่องว่างนี้มาก่อนหน้าคุณกับผมนานแล้ว! เพราะผมไม่ใช่เหยื่อคนแรก! ดังนั้นเมื่อวันที่กระทู้นี้ถูกลืม ธนาคารพาณิชย์ก็สามารถขายประกันพ่วง หรือทำแบบนี้อีกก็ได้ ก็อ้างได้ไงว่าลูกค้าไม่ได้อ่านก่อนเซ็นเอง  ฉะนั้นขอเรียนตามตรงว่ากระทู้นี้ตั้งขึ้นจากความอึดอัดและความเกลียดกสิกรของผม ผมมองจากในมุมลูกค้าคนไทยหลายคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อ และผมก็คือหนึ่งในนั้น ถ้าผมสะเพร่าที่ไม่ได้อ่าน อย่างน้อยทำไมวันนั้นที่เซ็นตกลงทำประกันไป ไม่มีเอกสารสรุปหรือกรมธรรม์ประกันให้ผมเอากลับบ้านมาหละ! และมีรายละเอียดว่าจะโดนหักกี่ % ทุกเดือนจากยอดที่รูดไป และคุณอย่าลืมว่าประกันตัวนี้ มีแนวโน้มเอื้อประโยชน์ให้ธนาคารมากกว่าผม เช่น ผมรูดบัตร ptt blue credit card อยู่ที่ ปตท พนักงานงงว่ารูดยังไงทำไม่เป็น ร้านกาแฟ amazon ก็รูดไปรูดมาทำไม่เป็นสักที เครื่องระเบิดจนผมหัวหลุดตายกลางร้าน เมืองไทยประกันชีวิตใจดีจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่ผมค้างให้กสิกร เหลือเงินคงเอามาเก็บศพผมและเช็ดเลือดที่พื้นร้าน amazon ให้ นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจ แต่ถ้าผมเข้าใจรายละเอียดกรมธรรม์ผิดก็ยิ่งไม่ใช่ความผิดผม เพราะผมไม่มีรายละเอียดกรมธรรม์ตั้งแต่แรก เพราะถูกขายพ่วงประกันมาโดยไม่รู้ตัว เชื่อไหมว่าอาจมีลูกค้าบัตรเครดิตบางคนที่โดนคิดเงินค่า credit shield และจนบัดนี้อาจไม่รู้ตัว เพราะอาจไม่ได้สังเกตในใบแจ้งหนี้ดีๆ ก็เป็นได้ เพื่อนของผมถ้าไม่เอะใจว่าทำไมยอดบัตรเครดิตมีเศษสตางค์แปลกๆ โผล่มาทุกเดือน ก็คงถูกคิดค่าประกันไปเรื่อยๆ เช่นกัน ทั้งสามกระทู้ผมต้องขอโทษที่ผมตอบกลับรุนแรง เพราะข้อเท็จจริงคือผิดทั้งสองฝ่าย แต่ประเด็นเรื่องจริยธรรมและจรรยาบรรณ ผมไม่ใช่ฝ่ายผิดครับ

แล้วถ้าคุณคิดว่าเหยื่ออย่างพวกผมผิดที่ไม่อ่านเอกสารให้ถี่ถ้วน การเซ็นเอกสารเป็นการตกลงทำประกันโดยสมบูรณ์ ไม่สงสัยหรือว่าทำไมกสิกรไม่ฟ้องผมกลับ เขายอมให้เหยื่อทุกคนโทรเข้า call center เพื่อยกเลิกประกันตัวนี้ได้ แถมคืนค่าประกันให้ด้วย

call center เมืองไทยประกันชีวิต คราวหน้ารบกวนให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้วยนะครับ น้ำเสียงในการให้บริการคุณก็ไม่ดี และ call center ธปท ฝากถามด้วยว่า ทำไมวันนั้นที่ผมโทรไป คุณไม่เป็นคนยกเลิกกรมธรรม์ให้ผมเอง ทำไมต้องให้ผมไปยกเลิกผ่านกสิกร คิดจะเป็นคู่ค้ากับกสิกร ก็รักกสิกรให้มากๆ นะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่