[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สืบเนื่องจากกระทู้
https://pantip.com/topic/36812515
https://pantip.com/topic/36908528
คือ คำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนถามมา
ผมกล้าตอบได้เลยว่า "ไม่เลย"
พ่อแม่ค่อนข้ามตามใจ ไม่ได้บังคับให้ทำการบ้าน ไม่ได้บังคับให้อ่านหนังสือด้วยซ้ำ
สมัย ป.2 อาจารย์ประจำชั้นเป็นคนปลูกฝังให้ทำการบ้านให้เสร็จระหว่างรอผู้ปกครองมารับ ผมรอพ่อมารับราว 1 ชั่วโมง ระหว่างนี้ก็ทำการบ้านให้เสร็จเรื่อยมาแม้จบ ป.2 แล้วก็ตาม
พอกลับบ้าน ก็ขี่จักรยานเล่น ไม่ก็พาหมาไปเดินเล่น มีเล่นเกมคอมพิวเตอร์ด้วย
แล้วผมได้นิสัยชอบเรียนรู้มาจากไหน
จำได้ว่า แม่เป็นคนนำหนังสือเข้ามาในบ้าน เป็นทั้งหนังสือที่ยืมจากหอสมุดมหาวิทยาลัยและที่ซื้อเอง แม้ตอนนั้นผมอ่านหนังสือไม่ออก แม่ก็จะเป็นคนอ่านให้ฟัง
ที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือ สารานุกรมสำหรับเด็กที่มีรูปเยอะ ๆ กับการ์ตูนความรู้ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่น ทำให้ผมอยากเห็นโลกกว้าง และจุดประกายให้ผมอยากมาเรียนที่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ ที่บ้านไม่เคยบังคับให้เรียนพิเศษ เป็นตัวผมเองที่ขอเรียน เริ่มเรียนพิเศษครั้งแรกก็ตอน ม.ต้น เป็นที่เรียนพิเศษที่มีส่วนลดให้นักเรียนที่ทำคะแนนได้ถึงเกณฑ์ในวิชาต่าง ๆ พอเอามารวมกันแล้ว ที่บ้านแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย จำได้ว่า ตอนนั้นคอร์สเหมารวมราคาประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ลดไปลดมาเหลือประมาณ ๗๕๐ บาท
สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทางบ้านมีผลต่อผม คือ การเคารพการตัดสินใจของผม
พ่อเคยเปรย ๆ ว่า อยากให้เป็นหมอ ตอนอยู่ ม.6 ผมสอบติดแพทย์ศิริราช แต่ก็บอกกับที่บ้านว่า ไม่อยากเรียนหมอ เคยไปฝึกงานที่โรงพยาบาล เห็นแล้วเป็นหมอไม่ไหวแน่ ๆ เลยสละสิทธิโดยไม่ลังเล
แม้ผมจะเรียนสายวิทย์มา แต่ก็พอรู้ตั้งแต่ ม.ต้น แล้วว่า อยากเรียนสายศิลป์ที่ได้ใช้ภาษาต่างประเทศ
พอคราวต้องเลือกคณะหลังผลสอบ Admission ออก และเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ไม่ได้เรียนเมืองนอก ผมเลือกคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ไว้อันดับแรก และได้ตามนั้น พอขึ้นปี 3 ก็เลือกเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ
เรื่องราวระหว่างและต่อจากนั้น ก็ตามที่ได้เคยเสนอไปครับ
ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านเข้มงวดมั้ย
คือ คำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนถามมา
ผมกล้าตอบได้เลยว่า "ไม่เลย"
พ่อแม่ค่อนข้ามตามใจ ไม่ได้บังคับให้ทำการบ้าน ไม่ได้บังคับให้อ่านหนังสือด้วยซ้ำ
สมัย ป.2 อาจารย์ประจำชั้นเป็นคนปลูกฝังให้ทำการบ้านให้เสร็จระหว่างรอผู้ปกครองมารับ ผมรอพ่อมารับราว 1 ชั่วโมง ระหว่างนี้ก็ทำการบ้านให้เสร็จเรื่อยมาแม้จบ ป.2 แล้วก็ตาม
พอกลับบ้าน ก็ขี่จักรยานเล่น ไม่ก็พาหมาไปเดินเล่น มีเล่นเกมคอมพิวเตอร์ด้วย
แล้วผมได้นิสัยชอบเรียนรู้มาจากไหน
จำได้ว่า แม่เป็นคนนำหนังสือเข้ามาในบ้าน เป็นทั้งหนังสือที่ยืมจากหอสมุดมหาวิทยาลัยและที่ซื้อเอง แม้ตอนนั้นผมอ่านหนังสือไม่ออก แม่ก็จะเป็นคนอ่านให้ฟัง
ที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือ สารานุกรมสำหรับเด็กที่มีรูปเยอะ ๆ กับการ์ตูนความรู้ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่น ทำให้ผมอยากเห็นโลกกว้าง และจุดประกายให้ผมอยากมาเรียนที่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ ที่บ้านไม่เคยบังคับให้เรียนพิเศษ เป็นตัวผมเองที่ขอเรียน เริ่มเรียนพิเศษครั้งแรกก็ตอน ม.ต้น เป็นที่เรียนพิเศษที่มีส่วนลดให้นักเรียนที่ทำคะแนนได้ถึงเกณฑ์ในวิชาต่าง ๆ พอเอามารวมกันแล้ว ที่บ้านแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย จำได้ว่า ตอนนั้นคอร์สเหมารวมราคาประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ลดไปลดมาเหลือประมาณ ๗๕๐ บาท
สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทางบ้านมีผลต่อผม คือ การเคารพการตัดสินใจของผม
พ่อเคยเปรย ๆ ว่า อยากให้เป็นหมอ ตอนอยู่ ม.6 ผมสอบติดแพทย์ศิริราช แต่ก็บอกกับที่บ้านว่า ไม่อยากเรียนหมอ เคยไปฝึกงานที่โรงพยาบาล เห็นแล้วเป็นหมอไม่ไหวแน่ ๆ เลยสละสิทธิโดยไม่ลังเล
แม้ผมจะเรียนสายวิทย์มา แต่ก็พอรู้ตั้งแต่ ม.ต้น แล้วว่า อยากเรียนสายศิลป์ที่ได้ใช้ภาษาต่างประเทศ
พอคราวต้องเลือกคณะหลังผลสอบ Admission ออก และเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ไม่ได้เรียนเมืองนอก ผมเลือกคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ไว้อันดับแรก และได้ตามนั้น พอขึ้นปี 3 ก็เลือกเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ
เรื่องราวระหว่างและต่อจากนั้น ก็ตามที่ได้เคยเสนอไปครับ