อัพเดดเรื่องเครื่องซักผ้าซัมซุงครับ
จากกระทู้
https://pantip.com/topic/36865759 ครับ
พอดีไปต่างประเทศมา 3 วัน ผมชี้แจงส่วนผมก่อนครับ เหตุผลที่ผมไม่ยอมรับข้อเสนอง่ายๆ เพราะ
1. ผมมองว่าเครื่องซักผ้า ถังซักไม่ควรเป็นสนิมในอายุการใช้งานเพียง ๘ เดือน อีกนัยหนึ่งคือ ถังซักผ้า เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับผ้าโดยตรง ไม่ควรเกิดความเสียหายในลักษณะนี้ และกรณีของผมยังไม่เคยเกิดขึ้น ตามข้อมูลที่ทาง จนท ซซ แจ้งให้ผมทราบ
2. มีความเสียหาย ที่ไม่ได้เกิดจากตัวผมเอง
3. ความล่าช้าในการดำเนินการของ ซซ ที่ให้ผมรอ รอ และรอแบบไม่สามารถระบุวันเวลาได้ชัดเจน เหมือนไม่มีใจกับการบริการลูกค้า
วันที่ ๑๙ จนท ได้โทรถามความประสงค์ผมอีกครั้ง ผมแจ้งว่า ผมขอให้ทางซัมซุงเอาเครื่องคืน พร้อมขอค่าเสื้อผมด้วย ๕ ตัว การเปลี่ยนเครื่องผมขอเป็นทางเลือกสุดท้าย ส่วนซ่อมเปลี่ยนแค่ถังผมขอไม่รับข้อเสนอนี้ ทาง ซซ ควรเอาไปเป็นกรณีศึกษา
ผมพยายามถามสาเหตุที่เกิดขึ้น จนท บอกผมว่าเขาเป็นช่างมานาน เขาเชื่อว่าไม่ใช่สนิทที่ถังหรอก น่าจะเป็นส่วนอื่น เพราะสนิทจะไม่ติดเสื้อ อืมม…ครับ ไม่ติดครับ ไม่ติดเลย รู้งี้เอาเสื้อให้ช่างไปด้วย ผมนี่กลับไปมุดเครื่องซักผ้าผมดูอีกที ยืนยันอีกครั้งครับ สนิมเลยแหละ
เมื่อวันที่ ๒๐ ทาง จนท ได้โทรหาผม แจ้งว่าทางผู้บริหารได้อนุมัติให้เปลี่ยนเครื่องซักผ้าได้แล้ว ให้ผมเซ็นต์สำเนาบัตร ปชช ขีดคร่อมกำกับว่า
ประสงค์ขอเปลี่ยนเครื่อง ผมยังยืนยันคำเดิมว่า ผมยังไม่ขอตกลงเปลี่ยนเครื่องตอนนี้ ผมขอทราบความเป็นไปได้ในการเครื่องคืนก่อน ทาง จนท บอกแค่ว่าได้รับแค่อนุมัติให้เปลี่ยนเครื่อง ถ้าจะให้ ซซ ซื้อเครื่องคืน ต้องดำเนินการส่งเรื่องไปใหม่อีกครั้ง อ่าว… แปลว่าก่อนหน้านี้ ทาง ซซ ไม่ได้ส่งเรื่องให้ผมเลยใช่ไหม ส่งไปแค่ว่าผมขอเปลี่ยนเครื่องใช่ไหม ทั้งที่ผมบอกไปแล้วนะ ตกลง ซซ ทำอะไรอยู่กันแน่
ผมแจ้งกลับไปอีกว่า ยังไม่ขอรับข้อเสนอ ณ ตอนนี้ ขอผมกลับไปตัดสินใจอีกครั้ง แล้วการเคล็มค่าความเสียหายของผมเป็นอย่างไรบ้าง ผมจะต้องรอการดำเนินการอีกนานแค่ไหน จนท ตอบว่า บอกไม่ได้ เขาเปนแค่ส่วนดูแลลูกค้าทางพื้นที่สีลมเท่านั้น ส่วนค่าความเสียหายบอกเลยว่ายาก ไม่น่าจะเคล็มได้ เขาต้องส่งเรื่องไปส่งเรื่องไปส่วนกลางอีกครั้ง // ส่งอะไรเยอะแยะ ไม่เข้าใจ
วันที่ ๒๒ มี จนท โทรหาผมอีกครั้ง เปน จนท คนใหม่ ถามเรื่องการขอเปลี่ยนเครื่อง คราวนี้ จนท บอกว่าเป็นลูกน้องของคนที่โทรหาผมเมื่อวาน ผมยืนยันคำเดิม เรื่องของผมมันตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. แล้ว มันนานมากเกินไปแล้ว
ผมขอคุยกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจของ ซซ จนท บอกให้ผมเซ็นต์บัตรประชาชน พร้อมให้ผมระบุสำเนาว่า “มีความประสงค์ที่จะขอคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ” เพื่อที่ทาง cs จะได้ส่งเรื่องไปสำนักงานใหญ่ แจ้งให้ส่วนกลางโทรหาผม เห้ยยย…!!!!! การที่จะขอคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจสักคน ผมต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ
นี่มันเอกชนในรูปแบบราชการชัดๆ
วันนี้วันที่ 28 ครับ ผมยังไม่ได้ดำเนินการส่วนของผมต่อ เพราะเพิ่งกลับมา ผมกำลังทำหนังสือต่อ สคบ ควบคู่ไป เพราะผมทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆ ที่หลังไมค์ให้คำแนะนำ ผมในฐานะผู้บริโภค ผมสัมผัสถึงความจริงใจ การเอาใจใส่ และการดูแลลูกค้าว่า มันมีน้อยมากๆ ผมเชื่อว่าถ้าผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้อะไรสักอย่างนั่นคือเขาต้องมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว (ผมมีแอลอีดี ๔๘ นิ้ว แบรนด์นี้อีกหนึ่งเครื่อง ยังลุ้นๆให้ไม่เป็นอะไรอยู่ครับ) ตัวผมเองเล็กมากเมื่อเทียบกับ ซซ สิ่งที่ผมทำได้คือ การบอกต่อต่อผู้บริโภคถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนการดำเนินการ และบริการหลังการขายที่เกิดขึ้นกับผม ต่อเพื่อนผู้บริโภคคนอื่นๆ เป็นทางเลือกตัดสินใจก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เหมือนที่ผมเจอครับ
อัพเดด เครื่องซักผ้าซัมซุง กรณีถังซักเป็นสนิม และการบริการหลังการขายครับ
จากกระทู้ https://pantip.com/topic/36865759 ครับ
พอดีไปต่างประเทศมา 3 วัน ผมชี้แจงส่วนผมก่อนครับ เหตุผลที่ผมไม่ยอมรับข้อเสนอง่ายๆ เพราะ
1. ผมมองว่าเครื่องซักผ้า ถังซักไม่ควรเป็นสนิมในอายุการใช้งานเพียง ๘ เดือน อีกนัยหนึ่งคือ ถังซักผ้า เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับผ้าโดยตรง ไม่ควรเกิดความเสียหายในลักษณะนี้ และกรณีของผมยังไม่เคยเกิดขึ้น ตามข้อมูลที่ทาง จนท ซซ แจ้งให้ผมทราบ
2. มีความเสียหาย ที่ไม่ได้เกิดจากตัวผมเอง
3. ความล่าช้าในการดำเนินการของ ซซ ที่ให้ผมรอ รอ และรอแบบไม่สามารถระบุวันเวลาได้ชัดเจน เหมือนไม่มีใจกับการบริการลูกค้า
วันที่ ๑๙ จนท ได้โทรถามความประสงค์ผมอีกครั้ง ผมแจ้งว่า ผมขอให้ทางซัมซุงเอาเครื่องคืน พร้อมขอค่าเสื้อผมด้วย ๕ ตัว การเปลี่ยนเครื่องผมขอเป็นทางเลือกสุดท้าย ส่วนซ่อมเปลี่ยนแค่ถังผมขอไม่รับข้อเสนอนี้ ทาง ซซ ควรเอาไปเป็นกรณีศึกษา
ผมพยายามถามสาเหตุที่เกิดขึ้น จนท บอกผมว่าเขาเป็นช่างมานาน เขาเชื่อว่าไม่ใช่สนิทที่ถังหรอก น่าจะเป็นส่วนอื่น เพราะสนิทจะไม่ติดเสื้อ อืมม…ครับ ไม่ติดครับ ไม่ติดเลย รู้งี้เอาเสื้อให้ช่างไปด้วย ผมนี่กลับไปมุดเครื่องซักผ้าผมดูอีกที ยืนยันอีกครั้งครับ สนิมเลยแหละ
เมื่อวันที่ ๒๐ ทาง จนท ได้โทรหาผม แจ้งว่าทางผู้บริหารได้อนุมัติให้เปลี่ยนเครื่องซักผ้าได้แล้ว ให้ผมเซ็นต์สำเนาบัตร ปชช ขีดคร่อมกำกับว่า ประสงค์ขอเปลี่ยนเครื่อง ผมยังยืนยันคำเดิมว่า ผมยังไม่ขอตกลงเปลี่ยนเครื่องตอนนี้ ผมขอทราบความเป็นไปได้ในการเครื่องคืนก่อน ทาง จนท บอกแค่ว่าได้รับแค่อนุมัติให้เปลี่ยนเครื่อง ถ้าจะให้ ซซ ซื้อเครื่องคืน ต้องดำเนินการส่งเรื่องไปใหม่อีกครั้ง อ่าว… แปลว่าก่อนหน้านี้ ทาง ซซ ไม่ได้ส่งเรื่องให้ผมเลยใช่ไหม ส่งไปแค่ว่าผมขอเปลี่ยนเครื่องใช่ไหม ทั้งที่ผมบอกไปแล้วนะ ตกลง ซซ ทำอะไรอยู่กันแน่
ผมแจ้งกลับไปอีกว่า ยังไม่ขอรับข้อเสนอ ณ ตอนนี้ ขอผมกลับไปตัดสินใจอีกครั้ง แล้วการเคล็มค่าความเสียหายของผมเป็นอย่างไรบ้าง ผมจะต้องรอการดำเนินการอีกนานแค่ไหน จนท ตอบว่า บอกไม่ได้ เขาเปนแค่ส่วนดูแลลูกค้าทางพื้นที่สีลมเท่านั้น ส่วนค่าความเสียหายบอกเลยว่ายาก ไม่น่าจะเคล็มได้ เขาต้องส่งเรื่องไปส่งเรื่องไปส่วนกลางอีกครั้ง // ส่งอะไรเยอะแยะ ไม่เข้าใจ
วันที่ ๒๒ มี จนท โทรหาผมอีกครั้ง เปน จนท คนใหม่ ถามเรื่องการขอเปลี่ยนเครื่อง คราวนี้ จนท บอกว่าเป็นลูกน้องของคนที่โทรหาผมเมื่อวาน ผมยืนยันคำเดิม เรื่องของผมมันตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. แล้ว มันนานมากเกินไปแล้ว ผมขอคุยกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจของ ซซ จนท บอกให้ผมเซ็นต์บัตรประชาชน พร้อมให้ผมระบุสำเนาว่า “มีความประสงค์ที่จะขอคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ” เพื่อที่ทาง cs จะได้ส่งเรื่องไปสำนักงานใหญ่ แจ้งให้ส่วนกลางโทรหาผม เห้ยยย…!!!!! การที่จะขอคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจสักคน ผมต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ นี่มันเอกชนในรูปแบบราชการชัดๆ
วันนี้วันที่ 28 ครับ ผมยังไม่ได้ดำเนินการส่วนของผมต่อ เพราะเพิ่งกลับมา ผมกำลังทำหนังสือต่อ สคบ ควบคู่ไป เพราะผมทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆ ที่หลังไมค์ให้คำแนะนำ ผมในฐานะผู้บริโภค ผมสัมผัสถึงความจริงใจ การเอาใจใส่ และการดูแลลูกค้าว่า มันมีน้อยมากๆ ผมเชื่อว่าถ้าผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้อะไรสักอย่างนั่นคือเขาต้องมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว (ผมมีแอลอีดี ๔๘ นิ้ว แบรนด์นี้อีกหนึ่งเครื่อง ยังลุ้นๆให้ไม่เป็นอะไรอยู่ครับ) ตัวผมเองเล็กมากเมื่อเทียบกับ ซซ สิ่งที่ผมทำได้คือ การบอกต่อต่อผู้บริโภคถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนการดำเนินการ และบริการหลังการขายที่เกิดขึ้นกับผม ต่อเพื่อนผู้บริโภคคนอื่นๆ เป็นทางเลือกตัดสินใจก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เหมือนที่ผมเจอครับ