American Vandal / Tony Yacenda (USA,2017) 8/10
หนัก รุนแรง เจ็บแสบ และ ฉลาด
โอเคยอมรับว่าที่หลวมตัวมาดูก็เพราะพล็อตที่เห็นจากตัวอย่างแล้วมันชวนดูด้วยความไร้สาระของมันนี่แหละ แต่ใครจะคิดว่ารูปไอ้จู๋บนรถ 27 คัน จะพาเราไปกระสวกใส้สังคมได้แทบทุกแง่มุม ยังหน่วงๆอยู่เลยหลังดูจบ
เริ่มจากเซ็ตติ้งไฮสกูลที่ดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีอะไรมากไปกว่าสังคมเด็กมัธยม แต่หลังจากเกิดคดีตลกร้ายที่ใครสักคนพิเรนพ่นรูปไอ้จู๋บนรถอาจารย์ถึง 27 คันจนต้องตามสืบความจริงซึ่งเปิดเรื่องมาหนังค่อนข้างชี้นำเราในระดับนึงเพราะการนำเสนอเลียนแบบสารคดี ซึ่งส่วนนี้มีผลอย่างมากต่ออารมณ์ระหว่างดู เปิดมาหนังก็ชวนเราล่าแม่มดกันเลย เริ่มจากความเห็นของเด็กในโรงเรียนต่อ "ดีแลน"นักเรียนเกเรที่ใครๆก็หาว่าเขาทำ ตอนแรกมันก็ตลกดีที่ทำไมต้องจริงจังอะไรกับเรื่องนี้ขนาดนี้ แต่มันเริ่มจะไม่ตลก เมื่อคดีจู๋มันส่งผลต่ออนาคตเด็กคนนึงด้วยข้อหา จงใจทำลายทรัพย์สินผู้อื่น ซึ่งเป็นคดีอาญา และมันจะทำให้เขาหมดอนาคตในการเรียนมหาลัย
ในซีรี่ย์มีตัวละครเยอะมากและหลายตัวถูกเชื่อมโยงกันหมดความน่าสนใจคือเด็กแต่ละคนที่อาจจะเป็น"ผู้ต้องสงสัย"ในเรื่องนั้นมีบุคลิกที่ต่างกัน อ๋อๆ รวมไปถึงอาจารย์เรียกได้ว่าใครที่อยู่ในสารคดีนี้ต่างมีบุคลิกที่ชัดเจนเสมือนตัวแทนคนในสังคมในแต่ละประเภทซึ่งมันจะส่งผลบางอย่างต่อประเด็นในเรื่อง...
ในการสืบสวนคดีของ "ปีเตอร์" เด็กนักเรียนที่อยากหาความจริงด้วยการเป็น "สื่อ" จัดทำสารคดีขึ้นมา ระหว่างสอบสวนนอกจากเราจะตามหาความจริงแล้วหนังยังพาเราลงลึกไปสำรวจกระบวนการยุติธรรมที่ถูกจำลองขึ้นในโรงเรียน ง่ายๆคือ โรงเรียนในเรื่องเปรียบเสมือนสังคมย่อส่วนที่เราอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นประเด็นในหนังมันไม่ได้มีแค่ต้องหาความจริง แต่มันยังลงลึกไปจนถึง สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก, ชนชั้นระหว่างนักเรียน,ชนชั้นระหว่างครูและชนชั้นระหว่างครูกับนักเรียน,บทบาทของสื่อต่อการนำเสนอ ลามไปจนถึงการเมือง,เทคโนโลยี อิธิพลจากการอคติ,ความยุติธรรม,สิทธิระหว่างเพศ,เชื้อชาติ ใช่แล้วมันเริ่มมาจากคดีพ่นรูปจู๋นี่แหละ!! ประเด็นแล้วประเด็นเล่าที่ประดังประเดเข้ามาให้เราต้องหวั่นไหวว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริง และในหลายๆครั้ง หนังก็ชี้นำเราให้กลายเป็นคนที่ตัดสินคนจากอคติสะเองด้วยหลักฐานที่ทำให้เราไขว้เขว เหมือนกับตอกย้ำให้เราตระหนักว่า เราต่างอะไรกับนักเรียนในเรื่องที่อคติกับ "ดีแลน" รึเปล่า
จะไม่อธิบายละกันว่าหนังมันเสียดสีอะไรบ้างเช่นแบบการลากใส้ชีวิตของตัวละครในเรื่องโดยใช้สื่อเป็นข้ออ้างและเล่นประเด็นสิทธิส่วนตัวซึ่งก็น่าสนใจแต่คือมันไม่ได้มีแค่นี้ไงอย่าที่บอกมันเล่นแทบทุกมุม5555 เอาจริงๆคือหนังมันค่อนข้างชัดเจนในตัวมันเองพอสมควรแล้วไงว่าต้องการจะสื่ออะไร และมันก็สื่อออกมาตรงๆเลย แต่มันสนุกเพราะมั้นมีชั้นเชิง
มองในมุมหนังสืบสวนสอบสวนถือว่าสนุกมากหักมุมให้ได้ตื่นเต้นตลอดเวลาและไม่สามารถทำให้เราเชื่อใจใครได้เลยจริงๆ แม้ว่าหลักฐานบางชิ้นก็ดูจะจงใจใส่มาเพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินเรื่องให้เป็นไปในแบบที่ต้องการแต่นั้นไม่ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดเพราะอีกในหนึ่งมันถูกใช้มาเพื่อเหตุผลข้างต้นนั้นคือประเด็นหลักที่หนังอยากจะสื่อคือเสียดสีสังคมปัจจุบันโดยที่ใช้หน้าหนังเป็นหนังตลกไร้สาระ ซึ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้กำกับเองก็ต้องการรึเปล่าเมื่อเราเห็นตัวซีรี่ย์เรื่องนี้ เรามองมันแค่ผิวเผิน โดยใช้เรื่องการพ่นจู๋บนรถที่ดู"เหมือนจะ"ไม่ซีเรียสในทางกลับกันเรากับขำมันด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้หลวมตัวเข้ามาดูเรากลับถูกตบหน้าในหลายๆอย่าง และพบว่ามันไม่ใช่ในแบบที่เราคิด ไม่เป็นไปในสิ่งที่เราอยากให้เป็น นี้จึงไม่ใช่แค่ซีรี่ย์สอบสวนว่าใครเป็นคนผิด แต่มันเป็นซีรี่ย์ที่พูดถึงสังคมและอคติมนุษย์ผ่านเด็กนักเรียน ผ่านสังคมแบบโรงเรียนได้ดี และยังหนักหน่วงและรุนแรง

Twentysix
https://www.facebook.com/twentysix.movies/
American Vandal หนักหน่วง รุนแรง เจ็บแสบ และฉลาด
หนัก รุนแรง เจ็บแสบ และ ฉลาด
โอเคยอมรับว่าที่หลวมตัวมาดูก็เพราะพล็อตที่เห็นจากตัวอย่างแล้วมันชวนดูด้วยความไร้สาระของมันนี่แหละ แต่ใครจะคิดว่ารูปไอ้จู๋บนรถ 27 คัน จะพาเราไปกระสวกใส้สังคมได้แทบทุกแง่มุม ยังหน่วงๆอยู่เลยหลังดูจบ
เริ่มจากเซ็ตติ้งไฮสกูลที่ดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีอะไรมากไปกว่าสังคมเด็กมัธยม แต่หลังจากเกิดคดีตลกร้ายที่ใครสักคนพิเรนพ่นรูปไอ้จู๋บนรถอาจารย์ถึง 27 คันจนต้องตามสืบความจริงซึ่งเปิดเรื่องมาหนังค่อนข้างชี้นำเราในระดับนึงเพราะการนำเสนอเลียนแบบสารคดี ซึ่งส่วนนี้มีผลอย่างมากต่ออารมณ์ระหว่างดู เปิดมาหนังก็ชวนเราล่าแม่มดกันเลย เริ่มจากความเห็นของเด็กในโรงเรียนต่อ "ดีแลน"นักเรียนเกเรที่ใครๆก็หาว่าเขาทำ ตอนแรกมันก็ตลกดีที่ทำไมต้องจริงจังอะไรกับเรื่องนี้ขนาดนี้ แต่มันเริ่มจะไม่ตลก เมื่อคดีจู๋มันส่งผลต่ออนาคตเด็กคนนึงด้วยข้อหา จงใจทำลายทรัพย์สินผู้อื่น ซึ่งเป็นคดีอาญา และมันจะทำให้เขาหมดอนาคตในการเรียนมหาลัย
ในซีรี่ย์มีตัวละครเยอะมากและหลายตัวถูกเชื่อมโยงกันหมดความน่าสนใจคือเด็กแต่ละคนที่อาจจะเป็น"ผู้ต้องสงสัย"ในเรื่องนั้นมีบุคลิกที่ต่างกัน อ๋อๆ รวมไปถึงอาจารย์เรียกได้ว่าใครที่อยู่ในสารคดีนี้ต่างมีบุคลิกที่ชัดเจนเสมือนตัวแทนคนในสังคมในแต่ละประเภทซึ่งมันจะส่งผลบางอย่างต่อประเด็นในเรื่อง...
ในการสืบสวนคดีของ "ปีเตอร์" เด็กนักเรียนที่อยากหาความจริงด้วยการเป็น "สื่อ" จัดทำสารคดีขึ้นมา ระหว่างสอบสวนนอกจากเราจะตามหาความจริงแล้วหนังยังพาเราลงลึกไปสำรวจกระบวนการยุติธรรมที่ถูกจำลองขึ้นในโรงเรียน ง่ายๆคือ โรงเรียนในเรื่องเปรียบเสมือนสังคมย่อส่วนที่เราอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นประเด็นในหนังมันไม่ได้มีแค่ต้องหาความจริง แต่มันยังลงลึกไปจนถึง สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก, ชนชั้นระหว่างนักเรียน,ชนชั้นระหว่างครูและชนชั้นระหว่างครูกับนักเรียน,บทบาทของสื่อต่อการนำเสนอ ลามไปจนถึงการเมือง,เทคโนโลยี อิธิพลจากการอคติ,ความยุติธรรม,สิทธิระหว่างเพศ,เชื้อชาติ ใช่แล้วมันเริ่มมาจากคดีพ่นรูปจู๋นี่แหละ!! ประเด็นแล้วประเด็นเล่าที่ประดังประเดเข้ามาให้เราต้องหวั่นไหวว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริง และในหลายๆครั้ง หนังก็ชี้นำเราให้กลายเป็นคนที่ตัดสินคนจากอคติสะเองด้วยหลักฐานที่ทำให้เราไขว้เขว เหมือนกับตอกย้ำให้เราตระหนักว่า เราต่างอะไรกับนักเรียนในเรื่องที่อคติกับ "ดีแลน" รึเปล่า
จะไม่อธิบายละกันว่าหนังมันเสียดสีอะไรบ้างเช่นแบบการลากใส้ชีวิตของตัวละครในเรื่องโดยใช้สื่อเป็นข้ออ้างและเล่นประเด็นสิทธิส่วนตัวซึ่งก็น่าสนใจแต่คือมันไม่ได้มีแค่นี้ไงอย่าที่บอกมันเล่นแทบทุกมุม5555 เอาจริงๆคือหนังมันค่อนข้างชัดเจนในตัวมันเองพอสมควรแล้วไงว่าต้องการจะสื่ออะไร และมันก็สื่อออกมาตรงๆเลย แต่มันสนุกเพราะมั้นมีชั้นเชิง
มองในมุมหนังสืบสวนสอบสวนถือว่าสนุกมากหักมุมให้ได้ตื่นเต้นตลอดเวลาและไม่สามารถทำให้เราเชื่อใจใครได้เลยจริงๆ แม้ว่าหลักฐานบางชิ้นก็ดูจะจงใจใส่มาเพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินเรื่องให้เป็นไปในแบบที่ต้องการแต่นั้นไม่ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดเพราะอีกในหนึ่งมันถูกใช้มาเพื่อเหตุผลข้างต้นนั้นคือประเด็นหลักที่หนังอยากจะสื่อคือเสียดสีสังคมปัจจุบันโดยที่ใช้หน้าหนังเป็นหนังตลกไร้สาระ ซึ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้กำกับเองก็ต้องการรึเปล่าเมื่อเราเห็นตัวซีรี่ย์เรื่องนี้ เรามองมันแค่ผิวเผิน โดยใช้เรื่องการพ่นจู๋บนรถที่ดู"เหมือนจะ"ไม่ซีเรียสในทางกลับกันเรากับขำมันด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้หลวมตัวเข้ามาดูเรากลับถูกตบหน้าในหลายๆอย่าง และพบว่ามันไม่ใช่ในแบบที่เราคิด ไม่เป็นไปในสิ่งที่เราอยากให้เป็น นี้จึงไม่ใช่แค่ซีรี่ย์สอบสวนว่าใครเป็นคนผิด แต่มันเป็นซีรี่ย์ที่พูดถึงสังคมและอคติมนุษย์ผ่านเด็กนักเรียน ผ่านสังคมแบบโรงเรียนได้ดี และยังหนักหน่วงและรุนแรง
Twentysix
https://www.facebook.com/twentysix.movies/