เสวนาเผยแรงงานอีสานเก็บเบอร์รี่สวีเดนกลับมาพร้อมหนี้ใหม่ ชี้รัฐไทยทอดทิ้งเหยื่อค้ามนุษย์
.
.
วงเสวนาหลังฉายสารคดี Blood Berries เปิดเสียงแรงงานชาวอีสานสองคนที่ถูกหลอกไปเก็บเบอร์รี่ในสวีเดน ด้วยคำสัญญาว่าจะได้เงิน 300,000 บาทใน 68 วัน แต่กลับมาพร้อมหนี้และได้รับเงินชดเชยจากรัฐเพียง 3,000 บาท ขณะที่ผู้เสียหายทั้งหมดมีเกือบ 100,000 คน แต่รัฐไม่เคยเยียวยาอย่างจริงจัง บก.บห. The Isaan Record ชี้ว่านักการเมืองที่เกี่ยวข้องยังคงดำรงตำแหน่ง และยังใช้คดีฟ้องปิดปากสื่อที่รายงานเรื่องนี้
.
วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทีม The Isaan Record และ นิทรรศการแรง (คน) งาน ชวนรับชมภาพยนตร์สารคดี Blood Berries หมากไม้ ณ ร้าน Arai Arai Home Cafe & Local Bar และเสวนาหลังการฉาย โดยมีผู้ร่วมบรรยาย คือ หัสดี สมหวัง แรงงานเก็บเบอร์รี่ ประเทศสวีเดน จุฑามาศ ศรีสงคราม หรือหลวย แรงงานเก็บเบอร์รี่ ประเทศสวีเดน และ หทัยรัตน์ พหลทัพ หรือ วิส ผู้กำกับสารคดี Blood Berries หมากไม้ และบก.บห. The Isaan Record ดำเนินรายการโดย อรวรรณ จิตรัมย์ หรือ เค้ก ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์
.
Blood Berries เป็นสารคดีที่ The Isaan Record ต้องการจะนำเสนอถึงปัญหาการค้ามนุษย์ ผ่านเหตุการณ์แรงงานไทยที่ไปทำงานเก็บเบอร์รี่ในประเทศสวีเดน-ฟินแลนด์ กับบริษัทต่างชาติ โดยมีแรงงานสำคัญอย่าง หลวย ดอกลิ ที่ปรากฎอยู่ในการเล่าเรื่องของสารคดี และนอกจากนี้สารคดียังได้พูดถึงโครงสร้างอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรมต่อแรงงานผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงแรงงาน รวมไปถึง สุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี
.
ความใฝ่ฝัน…เพราะชีวิตใหม่ที่ดีกว่า
.
วิส บก.บห. เกริ่นว่า เธอเองก็เป็นลูกของแรงงานพลัดถิ่น พ่อของเธอเคยไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอารเบีย ตั้งแต่เธออายุได้ 5 ขวบ (วิสเกิดปี พ.ศ. 2523) เธอเล่าว่า คนอีสานหรือแรงงานชาวอีสานเริ่มอพยพตั้งแต่ก่อนยุคจอมพลป. โดยขณะนั้นการนำแรงงานอีสาน ซึ่งเป็นแรงงานราคาถูกมาทำงานเพื่อพัฒนาเมือง
.
“สิ่งนึงที่คนอีสานไหลออกจากพื้นที่ เพราะปลูกข้าวได้แค่ปีละครั้ง” วิส พูด ในฐานะที่เธอเป็นนักข่าวที่ติดตามประเด็นแรงงานอีสานมาอย่างยาวยาน เธอเล่าต่อว่า อีสานในสมัยก่อนเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้ง กลายเป็นว่าการปลูกข้าวก็อาจทำให้ติดหนี้เพิ่ม นอกจากจะไม่ได้ราคาดีก็ยังกินต้นทุนไปด้วย ดังนั้นคนอีสาน เขาจึงไหลออกจากพื้นที่ตนเอง บ้างก็ไหลออกไปอยู่เมืองใหญ่ บ้างก็ไปต่างประเทศเลย โดยเฉพาะเคสอย่างหลวยและหัสดี เพราะความต้องการการมีชีวิตที่ดีกว่า
.
“พูดไปถึงนโยบายเลยเนอะ มันควรต้องทำให้เราเท่าเทียมกับบ้านอื่น เคยมีคนเก็บสถิติเหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะในช่วงปี 2554 World Bank เค้าเคยเก็บสถิติว่า ในกรุงเทพฯได้งบประมาณประมาณ 27 บาท ในอีสาน ซึ่งในอีสาน จังหวัดของพี่ จังหวัดหนองบัวลำภู ได้งบประมาณ 1 บาท นั่นหมายความว่าแก็บมันห่าง 27 เท่า ถ้าหากเรามองย้อนไปใช่มั้ยคะ ในจังหวัดที่มีรายได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เทียบเท่ากับจังหวัดหนองบัวลำภู ก็มี แม่ฮ่องสอนและก็คือ ยะลา เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มันไม่มีความเท่าเทียมเลย นี่เป็นปัจจัยทำให้คนแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าค่ะ” วิส พูด
.
คนอีสานเอง เขาก็อยากมีชีวิตที่ดีแบบคนภาคอื่นๆ การตัดสินใจไปเก็บเบอร์รี่ ที่แลกด้วยข้อเสนอเม็ดเงินจำนวนมาก กลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
.
หลวย เล่าว่า ช่วงที่เธอตัดสินใจไปเป็นแรงงานเก็บเบอร์รี่เป็นช่วงหลัง Covid-19 แต่เดิมเธอทำอาชีพก่อสร้าง ซึ่งงานก็ไม่ค่อยมี อีกทั้งทำงานก่อสร้างก็มีความเสี่ยงที่จะติด Covid-19 ด้วย ครอบครัวเธอเองก็มีหนี้สินอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาชวนไปทำงานเก็บเบอร์รี่ โดยเสนอว่า ถ้าไปสองคนผัวเมีย โดยทำงานเพียง 68 วัน จะได้เงินก้อน 300,000 บาท แต่ถ้าไปคนเดียวจะได้แค่ 100,000 บาท ค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่าง ค่ากิน ค่าที่อยู่ ค่าเครื่องบินต่อคนไม่เกิน 120,000 บาท ขณะนั้นเธอเองก็คิดว่า ครอบครัวเธอก็ไม่จำเป็นต้องมีเงินเก็บถึง 300,000 บาท เพียง 50,000-60,000 บาทก็เพียงพอแล้ว ถือว่าไปหาประสบการณ์และนำเงินที่ได้มาต่อยอดชีวิตและครอบครัว
.
“หนี้สินเรามีอยู่แล้ว แต่เราอยากไปหาเงินก้อนอ่ะค่ะ เพื่อที่จะมา หนึ่งก็เป็นทุนเรียนของลูกเนอะ สองก็มาต่อยอดชีวิต เราก็เลยไป ไปมันก็ไม่ใช่อย่างที่เราวาดฝันเอาไว้ ไปเจออะไรมาหลายอย่าง” หลวยบ่น
.
ฝั่งหัสดีซึ่งเป็นแรงงานพลัดถิ่นมาหลายที่ เล่าว่า ส่วนมากแรงงานในหมู่บ้านเขาจะไปประเทศอิสราเอลกับประเทศเกาหลีใต้ ตัวเขาก็เคยไปเป็น ‘ผีน้อย’ ที่เกาหลีใต้ แต่ไปแล้วได้เงินดี ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจไปเป็นแรงงานเก็บเบอร์รี่ที่สวีเดนเพราะ อยู่บ้านทำได้แค่ปลูกมัน ตัดอ้อยขาย ได้แค่วันละ 300 บาท ไม่มีเงินเก็บ แถมปลูกอ้อย ปลูกมันก็สร้างหนี้สิน สร้างภาระอีก พอมีคนมาชวนให้ข้อเสนอเช่นเดียวกับที่หลวยเล่า และเขาเองก็เห็นว่าคนอื่นไปแล้วรายได้ดี เพื่อนฝูงแนะนำ เขาจึงตัดสินใจไป
.
รัฐหลอกลวงซ้ำ
.
วิส เล่าถึงสถานการณ์ตอนนี้ ตัวต้นเรื่องอย่างกระทรวงแรงงานเองก็นิ่งเฉย ไม่มีการแก้ปัญหาใดๆ เธอพูดต่อว่า ถ้าหากหน่วยงานรัฐ อย่างกระทรวงแรงงาน กรมจัดหางานหรืออื่นๆ ไม่เข้ามาสแตมป์ให้กับหน่วยงานเอกชนที่เป็นคนพาไป จำนวนเหยื่อก็จะไม่สูงขนาดนี้
.
วิส เล่าต่อว่า จำนวนผู้เสียหายจากการเก็บข้อมูลของจรรยา ยิ้มประเสริฐ หรือ ยายเล็ก นักกิจกรรมด้านสิทธิแรงงานและการเมือง ผู้ก่อตั้งองค์กร ACT4DEM ที่เก็บมาประมาณ 20 ปี เล่าว่า มีผู้เสียหายจำนวนเกือบ 100,000 คน แต่มีเพียง 4,000 คนเท่านั้นที่เข้ามาร้องเรียนกับสหภาพแรงงาน แต่ภาครัฐก็ไม่มีการเยียวยาใดๆต่อแรงงานที่ได้รับความเสียหาย ทั้งๆที่ควรจะต้องเยียวยาคนละ 30,000 บาท เพราะแรงงานทั้งสวีเดน-ฟินแลนด์ ถูกบังคับให้จ่ายค่าประกันคนละ 500 บาทก่อนไป แต่จนถึงตอนนี้ทั้งหลวยและหัสดีกลับมาเมืองไทยได้ 4-5 ปีแล้ว กลับได้เงินจากพม.แค่ 3,000 บาท หมายความว่า รัฐก็หลอกลวงซ้ำ
.
ในขณะที่ตอนนี้ศาลประเทศฟินแลนด์ก็ได้มีการตัดสินคดีแล้วว่า บริษัทเอกชนหรือนายหน้าต่างๆ คือ ผู้ร่วมขบวนการการค้ามนุษย์ แต่หน่วยงานรัฐในไทยก็ไม่มีการตัดสินให้เป็นการค้ามนุษย์ หรือ คดีไม่มีความคืบหน้าเลย แถมนักการเมืองไทยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง 2 คน คือ สุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยและ อิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และข้าราชการอีก 5 คนก็ยังคงได้ทำงานต่อ วิสเล่าต่อว่า หลังจากที่สุชาติ ชมกลิ่นได้ดำรงตำแหน่งส.ส.ต่อนั้น ก็ได้มีการฟ้องปิดปากเธอ เรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท ตอนนี้ได้ถอนฟ้องไปแล้ว แต่มีการฟ้องปิดปาก โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการข่าวสำนักเดียวกัน โดยเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาทแทน
..
“กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการส่งไปยังป.ป.ช.ว่า นักการเมือง 2 คนและข้าราชการอีก 5 คน มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับสินบนจากบริษัทการจัดหางาน แต่จนป่านนี้ 2 ปี ยังไม่มีความคืบหน้า แล้วเราก็ไม่มั่นใจว่า ไอ้ป.ป.ช.นี่ทำงานจริงหรือเปล่า เพราะว่าคือมันเหมือนรูปหน้าปะจมูกอะใช่ไหมคะ” วิส กล่าว
.
เธอยังเล่าต่อว่า มีแรงงานเก็บเบอร์รี่เคสสวีเดน ที่เขากู้เงินจากนายหน้าไป กลายเป็นว่า ชาวบ้านเจอ 2 เด้ง คือ ไม่ได้เงินค่าแรงแถมยังถูกนายหน้าฟ้องร้องคดีด้วย รัฐก็ไม่ได้มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด ผู้เสียหายต้องหาทนายความเอง แถมผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆ อาทิ อรนุช ผลภิญโญ สหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย และโกวิท โพธิสาร บรรณาธิการ The Isaan Record ถูกสุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องปิดปากในคดีนี้
.
ต้องรวมกลุ่มเพื่อสู้…สู้คนเดียว สู้ไม่รอด
.
หัสดีบอกว่า เริ่มต้น เขาและแรงงานคนอื่นที่ได้รับความเสียหายจากบริษัทเดียวกันต่อสู้มาด้วยกัน 104 คน ได้มีการรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงาน เพื่อเรียกร้องกับหน่วยงานรัฐ ถึงแม้ว่าจะเกิดการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานแล้ว รัฐก็ยังไม่ใยดี พร้อมทั้งจะแจ้งข้อหาบุกรุกด้วย
.
“ขนาดเรารวมตัวเป็นสหภาพแรงงานนะพี่ ยังทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย รัฐบาลเราเนี่ย เขาไม่เห็นหัวเราหรอก” หัสดี เล่า
.
ตัวเขาและเพื่อนๆแรงงาน ต่อสู้กับนายทุนหรือบริษัทก็ยังทำได้ยากมาก แรงงานบางคนถึงขั้นฆ่าตัวตายไปแล้วก็ยังไม่เคยได้ใช้เงินเลย ลูกต้องรับผิดชอบหนี้สินแทน
.
“ หน่วยงานไหนที่จะช่วยเราจริง อย่างเช่นว่าพี่หลวยเขาได้พม. 3,000 บาทผมกับเมียยังไม่ได้สักบาทเลย ทุกหน่วยงานไม่เคยช่วยเหลือพวกผมเลย ผมโทรไปพม.มุกดาหาร เขาบอกว่าอย่ามาออกคำสั่งฉัน ฉันจะไปเมื่อไหร่หรือไม่ไปก็เรื่องของฉัน ก็หน่วยงานกลางส่งเรื่องไปแล้วทำไมคุณไม่ออกมา เขาบอกอย่ามาสั่งฉัน” หัสดีบ่นต่อ
.
“ บรรยายไม่ได้เลยนะเพราะว่าเราไปเยอะมากไปกระทรวงนู่นกระทรวงนี่แล้วก็อย่างพี่น้องเราแต่ละบริษัทเนี่ยถูกฟ้องถูกอะไรเนี่ยแรงงานพวกเราสหภาพพวกเราอย่างที่คุณวีนี่ก็ไปทุกทุกอย่างที่เราไปมันมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันถ้าอยู่ค่ากินบางทีไปขึ้นศาลยังต้องต้องนอนที่นั่นเลยค่ะบางทีถ้าค่าโรงแรมเราไม่มีเราต้องไปนอนวัดก็มีค่ะ” หลวยเล่าเพิ่มเติมถึงข้อจำกัดที่เจอจากการรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้อง
.
ยังอยากกลับไปอยู่ไหม.. ถ้าต้องเป็นแรงงานพลัดถิ่น
.
ประเด็นนี้ชวนพูดถึงข้อจำกัดการทำงานในถิ่นบ้านเกิดของแรงงานชาวอีสาน ที่มองว่าแรงงานทุกคนต่างต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างนั้นทำให้แรงงานคนอีสานกลายเป็นแรงงานพลัดถิ่นจำนวนมาก
.
“ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปนะคะ สวีเดนอากาศบ้านเขาดีมากเลย อากาศเย็นดี ผลไม้ราคาเขาก็ดีนะคะ แต่ว่ามันเป็นที่คนไทยเราเองน่ะ หักกันก็เยอะ” หลวย พูด
.
ส่วนฝั่งหัสดี บอกว่า ถ้าเขาเลือกได้ เขาอยากกลับไปเป็นผีน้อยในเกาหลีใต้ดีกว่า เพราะได้เงินมากกว่าการทำงานแรงงานที่ถูกต้องในเมืองไทย เขาเล่าต่อว่าทำงานในไทย รายได้เดือนละ 3,000 บาทก็ยังหายาก แต่ไปเป็นผีน้อย ได้เงินมากกว่า ไปเป็นแรงงานต่างประเทศได้ค่าแรงสูงกว่า และเขาก็อยากให้รัฐบาลไทยใส่ใจเรื่องแรงงานให้มากกว่านี้
JJNY : รัฐทอดทิ้งเหยื่อค้ามนุษย์│สภาเดือด โสภณซัด ปชน.│สภาฯ ไฟเขียว นพดล ปชน.ข้องใจนั่งกก.│โจยื่นไขก๊อก รุดพา ‘เพชร’