สืบเนื่องจากผมได้จดหมายทวงหนี้มา 1 ฉบับ จากบริษัทกฏหมายแห่งหนึ่ง ได้ระบุว่ามียอดค้างชำระ ผมจึงได้โทรไป 1678 เพื่อสอบถาม ปรากฎว่าทาง พนง. ได้บอกว่า ผมได้มียอดค้างชำระ ตั้งแต่เดือน 11 ปี 2016 จนปัจจุบัน เดือน 09 ปี 2017 ผมได้จดหมายทวงหนี้ ผมอยากตั้งคำถามว่า ทรูหากินกับลูกค้าแบบนี้เหรอครับ
สิ่งที่ผมอยากจะบอกกล่าวหรือเสนอให้ทรูหรือเพื่อนๆร่วมกันแสดงความคิดเห็นหน่อยครับว่า ทำแบบนี้ใช้ได้เหรอครับ เพื่อนๆท่านใดเคยเจอแบบนี้กันบ้างครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ทรูน่าจะดำเนินการบางอย่างก่อนหรือแจ้งให้ลูกค้าทราบ แต่นี่อยู่ดีๆก้อมีจดหมายจากบริษัทกฏหมายมาดำเนินคดี ใครบ้างจะไม่โมโหครับ
สิ่งที่อยากบอกกับทรูไว้คือ
1. เมื่อลูกค้ามียอดค้างชำระใดๆ ควรมีจดหมายแจ้งเตือน หรือ โทรหาลูกค้าก่อน
2. ผมเชื่อว่าลูกค้าบางราย ใช้บริการทรูหลายทาง ควรจะหาทางบอกลูกค้า ไม่ใช้แจ้งว่า ลูกค้าย้ายที่อยู่หรือจดหมายตกหล่น
3. การที่ทรูทิ้งระยะนานแบบนี้ ลูกค้าจะเอาหลักฐานที่ไหนไปแย้งให้กับทรู เพราะลูกค้าบางรายใช้มากกว่า 1 บริการ
4. หน้าตู้ชำระเงิน ควรจะมีบอกว่าลูกค้ามี บัญชีไหนที่ยังชำระไม่หมด จะได้หาหลักฐานตรวจสอบได้
ต่อไปนี้คือผมอยากทิ้งข้อสงสัยให้ทรูกับเพื่อนๆลองพิจรณาดูครับ คือ ทรูเค้าจะมีเงื่อนไขว่าถ้าลูกค้าท่านใดจะเปิดบริการใหม่ จะต้องไม่มียอดค้างชำระใดๆกับทรูถึงจะเปิดบริการใหม่ได้ เมื่อเดือน 12 ปี 2016 ผมได้เปิดเบอร์ทรูมูฟ แต่เค้าบอกว่าให้ผมไปชำระยอดติดค้างก่อน (ผมก้องงๆ จ่ายทุกเดือน ผมไปติดอะไร) เค้าบอกผมติดอยู่ 6.xx บาท ค่าเกินมา 1 วัน OHO!!!!! ติดมาแต่ชาติปางไหนใครจะจำได้ ผมเห็น 6 บาทก่าๆ เลยชำระไป จากนั้นผมเลยเปิดเบอร์ได้ ******* เพื่อนๆครับ เหตุการณ์คือ ณ เดือน 12 ปี 2016 ทำไมผมเปิดเบอร์ได้ ถ้าผมมียอดค้างชำระ ซึ่ง ณ วันนี้ที่ผมโทรไป call center บอกผมค้างเดือน 10 ปี 2016 ผมควรจะเปิดเบอร์ไม่ได้ตั้งแต่ เดือน 12 ปี 2016 หรือ ทางทรูก้อต้องบอกว่ามีอีกยอด ช่ายรึป่าวครับ ******
นี่ตกลงคือทรูวางยาลูกค้า แล้วมาทำการหักหลังกับลูกค้าในภายหลังเหรอครับ ทิ้งระยะไว้ตั้งเกือบปี แล้วมาบอกว่าจะดำเนินคดี พอจะใช้บริการอื่นมาบอกว่าเป็นหนี้ ลูกค้าเสียหายหมด แล้วจู่ๆก้อจะมาเก็บเงินย้อนหลัง ถ้า 2-3 เดือนยังพอหาหลักฐานได้ นี่เกือบปีหลักฐานก้อหายหมด จำก้อไม่ได้
สิ่งที่อยากเสนอมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คือ ก่อนใช้บริการไม่ว่าบริษัทใด ขอให้บริษัทนั้นออกเอกสารว่า ลูกค้าไม่ได้มี black list ใดๆ แล้วค่อยให้บริการ ไม่ใช้ให้แต่ลูกค้าเซ็นว่าจะใช้ จะเอาประโยชน์จากลูกค้าฝ่ายเดียว ออกเอกสารกำกับไปเลย เพื่อทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ยืนยันกัน จะได้ไม่เกิดภาระ รวยก้อรวยไป จนก้อจนไป
TRUE ทำไมหากินกับลูกค้าแบบนี้เหรอ (บอกลูกค้าติดหนี้ ทิ้งระยะมาเกือบปี)
สิ่งที่ผมอยากจะบอกกล่าวหรือเสนอให้ทรูหรือเพื่อนๆร่วมกันแสดงความคิดเห็นหน่อยครับว่า ทำแบบนี้ใช้ได้เหรอครับ เพื่อนๆท่านใดเคยเจอแบบนี้กันบ้างครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ทรูน่าจะดำเนินการบางอย่างก่อนหรือแจ้งให้ลูกค้าทราบ แต่นี่อยู่ดีๆก้อมีจดหมายจากบริษัทกฏหมายมาดำเนินคดี ใครบ้างจะไม่โมโหครับ
สิ่งที่อยากบอกกับทรูไว้คือ
1. เมื่อลูกค้ามียอดค้างชำระใดๆ ควรมีจดหมายแจ้งเตือน หรือ โทรหาลูกค้าก่อน
2. ผมเชื่อว่าลูกค้าบางราย ใช้บริการทรูหลายทาง ควรจะหาทางบอกลูกค้า ไม่ใช้แจ้งว่า ลูกค้าย้ายที่อยู่หรือจดหมายตกหล่น
3. การที่ทรูทิ้งระยะนานแบบนี้ ลูกค้าจะเอาหลักฐานที่ไหนไปแย้งให้กับทรู เพราะลูกค้าบางรายใช้มากกว่า 1 บริการ
4. หน้าตู้ชำระเงิน ควรจะมีบอกว่าลูกค้ามี บัญชีไหนที่ยังชำระไม่หมด จะได้หาหลักฐานตรวจสอบได้
ต่อไปนี้คือผมอยากทิ้งข้อสงสัยให้ทรูกับเพื่อนๆลองพิจรณาดูครับ คือ ทรูเค้าจะมีเงื่อนไขว่าถ้าลูกค้าท่านใดจะเปิดบริการใหม่ จะต้องไม่มียอดค้างชำระใดๆกับทรูถึงจะเปิดบริการใหม่ได้ เมื่อเดือน 12 ปี 2016 ผมได้เปิดเบอร์ทรูมูฟ แต่เค้าบอกว่าให้ผมไปชำระยอดติดค้างก่อน (ผมก้องงๆ จ่ายทุกเดือน ผมไปติดอะไร) เค้าบอกผมติดอยู่ 6.xx บาท ค่าเกินมา 1 วัน OHO!!!!! ติดมาแต่ชาติปางไหนใครจะจำได้ ผมเห็น 6 บาทก่าๆ เลยชำระไป จากนั้นผมเลยเปิดเบอร์ได้ ******* เพื่อนๆครับ เหตุการณ์คือ ณ เดือน 12 ปี 2016 ทำไมผมเปิดเบอร์ได้ ถ้าผมมียอดค้างชำระ ซึ่ง ณ วันนี้ที่ผมโทรไป call center บอกผมค้างเดือน 10 ปี 2016 ผมควรจะเปิดเบอร์ไม่ได้ตั้งแต่ เดือน 12 ปี 2016 หรือ ทางทรูก้อต้องบอกว่ามีอีกยอด ช่ายรึป่าวครับ ******
นี่ตกลงคือทรูวางยาลูกค้า แล้วมาทำการหักหลังกับลูกค้าในภายหลังเหรอครับ ทิ้งระยะไว้ตั้งเกือบปี แล้วมาบอกว่าจะดำเนินคดี พอจะใช้บริการอื่นมาบอกว่าเป็นหนี้ ลูกค้าเสียหายหมด แล้วจู่ๆก้อจะมาเก็บเงินย้อนหลัง ถ้า 2-3 เดือนยังพอหาหลักฐานได้ นี่เกือบปีหลักฐานก้อหายหมด จำก้อไม่ได้
สิ่งที่อยากเสนอมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คือ ก่อนใช้บริการไม่ว่าบริษัทใด ขอให้บริษัทนั้นออกเอกสารว่า ลูกค้าไม่ได้มี black list ใดๆ แล้วค่อยให้บริการ ไม่ใช้ให้แต่ลูกค้าเซ็นว่าจะใช้ จะเอาประโยชน์จากลูกค้าฝ่ายเดียว ออกเอกสารกำกับไปเลย เพื่อทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ยืนยันกัน จะได้ไม่เกิดภาระ รวยก้อรวยไป จนก้อจนไป