อยากขอคำแนะนำ ว่าเราควรทำอย่างไรดี
เรากับเพื่อนร่วมงาน เขาเป็นคนต่างชาติ เราสองคนรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ ประมาณ3ปี ก่อนที่เขาจะมาประจำการอยู่ที่เมืองไทย
พอเขามาอยู่เมืองไทย เราเป็นเหมือนเพื่อนคนเดียวของเขา เราสองคนเป็นเหมือนบัดดี้ ทุกๆที่ที่ มีเขาจะต้องมีเรา และทุกๆที่ที่มีเราจะต้องมีเขา ในที่ทำงาน มันเป็นช่วงเวลาที่การทำงานของเรา แฮปปี้มาก จากความสนิทสนม ในที่ทำงานก้อเริ่มเป็นความสนิทสนม นอกเวลาทำงาน เราคุยไลน์กันตอนกลางคืน เพราะต่างคนต่างอยู่คนเดียว (แต่เขาก้อมีแฟนแล้วนะเพียงแต่ไม่ได้มาอยู่ที่เมืองไทย) ก้อคุยกันสนุกสนานเรื่อยเปื่อย เราก้อมีเที่ยวกันบ้างแต่เที่ยวเป็นกลุ่ม เขาเป็นคนไม่ดื่ม แต่สูบบุหรี่ ค่อนข้างจัด แต่ตรงข้ามกับเรา เราดื่ม แต่ไม่สูบบุหรี่ เวลาไปเที่ยวเขาก้อจะคอย ปรามว่าอย่าดื่มเยอะต้องขับรถ
มาหลังๆเราเที่ยวกันอีกหลายครั้ง ด้วยความไว้ใจ เราก้อไปค้างห้องของเขา ก้อไม่คิดอะไร จากเพื่อน เกิดเป็นความสนิท เกิดเป็นความใกล้ชิด เกิดเป็นความผูกพัน จนมีวันหนึ่งเขาบอก อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด เราก้อเลยพาไป เที่ยวจังหวัดใกล้ๆ เหตุการณ์ กลายเป็นความผูกพัน ความรู้สึกที่ดี มีโมเม้นต์เหมือน อะนิเมะญี่ปุ่นนิดๆ แอบมีเขิน เห้ย!!!! เริ่มมีความรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
+++ แต่ถึงแม้จะแฮปปี้มากแค่ไหน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจะคอยเตือนตัวเองเสมอว่า เขาเป็นแค่เพื่อนนะ อย่าคิดไปไกล เพราะมันเป็นไปไม่ได้ หลายๆครั้งที่ความรู้สึกของเราเหมือนจะขัดกัน เหมือนกำแพงที่ตัวเองตั้งไว้ตั้งแต่ครั้งที่รักแรกเคยพังลง มันเริ่มมีสั่นคลอน
จากที่เป็นเพื่อน อาการเริ่มเปลี่ยนไป ดูเทคแคร์ มีแอบเหมือนจะหวง (ถ้าเราไม่คิดไปเอง) เวลาเราคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ต้องแปลให้อย่างละเอียด เพราะเขาไม่รู้ภาษาไทยเลย .......... เหมือนจะเป็นมันเป็นช่วงเวลาที่ ดีนะ
และสุดสัปดาห์นี้ ก้อเช่นกัน เขาขอร้องให้เราพาไปเที่ยวบอนดอย อยากไปเท่วน้ำตก เพราะมาอยู่เมืองไทยก้อเกือบ2ปีแล้วไม่เคยไปเที่ยวน้ำตกเลย นี้คือเหตุผลของเขาที่อยากไป
บรรยากาศสวยมาก แต่กว่าจะขับรถไปถึงก้อเหนื่อยเอาการเลย ตอนแรกไม่คิดว่าขับรถขึ้นเขาจะเหนื่อยขนาดนี้ เราไม่เคยขับรถไกลแบบนี้ เท่วน้ำตก และแวะเที่ยวข้างทาง จนบ่าย ขากลับฝนตกหนัก ทำให้ต้องหา รีสอร์ทใกล้ๆพัก เพราะเราขับรถลงเขาไม่เก่ง พอไปถึงรีสอร์ท เปิดห้องพัก เหลือแค่ห้องเดียว เตียงเดี่ยว
เอาวะไม่เป็นไร !!!! แต่ในใจลึกๆ ก้อหวั่นๆๆ แต่ก้อคิดว่าไม่เป็นไรหรอก ไปเที่ยวด้วยกันก้อบ่อย อีกอย่าเราก้อเคยไปนอนห้องเขา ( เรานอนในห้อง เขานอนโซฟาด้านนอก)
พอตกเย็นฝนยังไม่หยุด ต้องเดินกางร่ม 1คัน เพื่อไปกันข้าวที่ห้องอาหาร เปียกกันเล็กน้อย เขาชวนดื่มไวน์แก้หนาว
เราก้อดื่ม สักพัก ก้อกลับที่พัก ไม่ว่าจะด้วยฤทธิ์ของ แอลกอฮออล์ หรืออะไรก้อตาม
สิ่งที่เรากลัวมันก้อเกิดขึ้น ผู้หญิง กับผู้ชาย บวกกับความหวั่นไหว ใกล้ชิด มันทำลายกำแพงที่เราเคยตั้งเอาไว้ ภายในใจ
+++++เรารู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่มีความยับยั้งชั่งใจ เกลียดตัวเองที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น+++++
เขาไม่เคยขอเราเป็นแฟน เพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว แต่กลับมีอะไรกัน เพราะความเมาหรืออะไรก้อแล้วแต่
มันคือสิ่งที่น่าอับอายสำหรับเรา
หลังจากวันนั้นเราก้อหลบหน้าเขา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน จากที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นเงา เราก้อปลีกตัวออกมา หาที่มุมเงียบๆนั่งทำงาน และทุกวันจะเจอหน้ากันเฉพาะในที่ห้องประชุมเท่านั้น มันเหมือนมองหน้ากันไม่ค่อยจะสนิทใจ ทั้งเขาทั้งเรา
พอเรากับเขาไม่คุยกับ เขาก้อหันไปคุยกับน้องในที่ทำงานอีกคน มีท่าทีสนิทสนม กันเหมือนกับครั้งที่เขายังสนิทกับเรา
เรารู้สึกเจ็บทุกครั้งที่เห็นภาพทั้งสองคนเดินหัวเราะผ่านหน้าเราไป บางครั้งแอบไปร้องไห้ ในห้องน้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนั้น
เวลาในการทำงานแต่ละวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า ยิ่งหลบเหมือนยิ่งเจอ ประชุมทุกรอบ ต้องมีเขาอยู่ด้วยทุกครั้งไป
การสนทนาระหว่างเราสองคนไม่เหมือนเดิม จนคนอื่นๆสงสัย แต่ก้อไม่มีใครถามอะไร
+++++และหลังจากนั้นอีก หนึ่งสัปดาห์ ในที่ประชุมก้อแจ้งว่าเขาต้องกลับไปประจำการที่สำนักงานใหญ่ ที่ญี่ปุ่น
ฉันตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้ ใจหนึ่งรู้สึกโล่งอก ที่ไม่ต้องเจอหน้ากันทุกวันแบบนี้ แต่อีกใจนึงก้อเสียใจมันบอกไม่ถูก และนับจากวันนี้ที่ เหลือเวลาอีก1เดือนเขาจะกลับแล้ว ทุกๆๆ ส่วนงาน เริ่มทยอย นัดวัน จัดเลี้ยงส่งเขา
เราไม่อยากไปงานเลี้ยงทุกๆนัด เราต้องทำอย่างไรดี เราไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเขา แล้วเขาคิดอะไรถึงได้ขอย้ายตัวเองกลับไปแบบนั้น
อยากขอคำแนะนำ ว่าเราควรทำอย่างไรดี
เรากับเพื่อนร่วมงาน เขาเป็นคนต่างชาติ เราสองคนรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ ประมาณ3ปี ก่อนที่เขาจะมาประจำการอยู่ที่เมืองไทย
พอเขามาอยู่เมืองไทย เราเป็นเหมือนเพื่อนคนเดียวของเขา เราสองคนเป็นเหมือนบัดดี้ ทุกๆที่ที่ มีเขาจะต้องมีเรา และทุกๆที่ที่มีเราจะต้องมีเขา ในที่ทำงาน มันเป็นช่วงเวลาที่การทำงานของเรา แฮปปี้มาก จากความสนิทสนม ในที่ทำงานก้อเริ่มเป็นความสนิทสนม นอกเวลาทำงาน เราคุยไลน์กันตอนกลางคืน เพราะต่างคนต่างอยู่คนเดียว (แต่เขาก้อมีแฟนแล้วนะเพียงแต่ไม่ได้มาอยู่ที่เมืองไทย) ก้อคุยกันสนุกสนานเรื่อยเปื่อย เราก้อมีเที่ยวกันบ้างแต่เที่ยวเป็นกลุ่ม เขาเป็นคนไม่ดื่ม แต่สูบบุหรี่ ค่อนข้างจัด แต่ตรงข้ามกับเรา เราดื่ม แต่ไม่สูบบุหรี่ เวลาไปเที่ยวเขาก้อจะคอย ปรามว่าอย่าดื่มเยอะต้องขับรถ
มาหลังๆเราเที่ยวกันอีกหลายครั้ง ด้วยความไว้ใจ เราก้อไปค้างห้องของเขา ก้อไม่คิดอะไร จากเพื่อน เกิดเป็นความสนิท เกิดเป็นความใกล้ชิด เกิดเป็นความผูกพัน จนมีวันหนึ่งเขาบอก อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด เราก้อเลยพาไป เที่ยวจังหวัดใกล้ๆ เหตุการณ์ กลายเป็นความผูกพัน ความรู้สึกที่ดี มีโมเม้นต์เหมือน อะนิเมะญี่ปุ่นนิดๆ แอบมีเขิน เห้ย!!!! เริ่มมีความรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
+++ แต่ถึงแม้จะแฮปปี้มากแค่ไหน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจะคอยเตือนตัวเองเสมอว่า เขาเป็นแค่เพื่อนนะ อย่าคิดไปไกล เพราะมันเป็นไปไม่ได้ หลายๆครั้งที่ความรู้สึกของเราเหมือนจะขัดกัน เหมือนกำแพงที่ตัวเองตั้งไว้ตั้งแต่ครั้งที่รักแรกเคยพังลง มันเริ่มมีสั่นคลอน
จากที่เป็นเพื่อน อาการเริ่มเปลี่ยนไป ดูเทคแคร์ มีแอบเหมือนจะหวง (ถ้าเราไม่คิดไปเอง) เวลาเราคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ต้องแปลให้อย่างละเอียด เพราะเขาไม่รู้ภาษาไทยเลย .......... เหมือนจะเป็นมันเป็นช่วงเวลาที่ ดีนะ
และสุดสัปดาห์นี้ ก้อเช่นกัน เขาขอร้องให้เราพาไปเที่ยวบอนดอย อยากไปเท่วน้ำตก เพราะมาอยู่เมืองไทยก้อเกือบ2ปีแล้วไม่เคยไปเที่ยวน้ำตกเลย นี้คือเหตุผลของเขาที่อยากไป
บรรยากาศสวยมาก แต่กว่าจะขับรถไปถึงก้อเหนื่อยเอาการเลย ตอนแรกไม่คิดว่าขับรถขึ้นเขาจะเหนื่อยขนาดนี้ เราไม่เคยขับรถไกลแบบนี้ เท่วน้ำตก และแวะเที่ยวข้างทาง จนบ่าย ขากลับฝนตกหนัก ทำให้ต้องหา รีสอร์ทใกล้ๆพัก เพราะเราขับรถลงเขาไม่เก่ง พอไปถึงรีสอร์ท เปิดห้องพัก เหลือแค่ห้องเดียว เตียงเดี่ยว
เอาวะไม่เป็นไร !!!! แต่ในใจลึกๆ ก้อหวั่นๆๆ แต่ก้อคิดว่าไม่เป็นไรหรอก ไปเที่ยวด้วยกันก้อบ่อย อีกอย่าเราก้อเคยไปนอนห้องเขา ( เรานอนในห้อง เขานอนโซฟาด้านนอก)
พอตกเย็นฝนยังไม่หยุด ต้องเดินกางร่ม 1คัน เพื่อไปกันข้าวที่ห้องอาหาร เปียกกันเล็กน้อย เขาชวนดื่มไวน์แก้หนาว
เราก้อดื่ม สักพัก ก้อกลับที่พัก ไม่ว่าจะด้วยฤทธิ์ของ แอลกอฮออล์ หรืออะไรก้อตาม
สิ่งที่เรากลัวมันก้อเกิดขึ้น ผู้หญิง กับผู้ชาย บวกกับความหวั่นไหว ใกล้ชิด มันทำลายกำแพงที่เราเคยตั้งเอาไว้ ภายในใจ
+++++เรารู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่มีความยับยั้งชั่งใจ เกลียดตัวเองที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น+++++
เขาไม่เคยขอเราเป็นแฟน เพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว แต่กลับมีอะไรกัน เพราะความเมาหรืออะไรก้อแล้วแต่
มันคือสิ่งที่น่าอับอายสำหรับเรา
หลังจากวันนั้นเราก้อหลบหน้าเขา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน จากที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นเงา เราก้อปลีกตัวออกมา หาที่มุมเงียบๆนั่งทำงาน และทุกวันจะเจอหน้ากันเฉพาะในที่ห้องประชุมเท่านั้น มันเหมือนมองหน้ากันไม่ค่อยจะสนิทใจ ทั้งเขาทั้งเรา
พอเรากับเขาไม่คุยกับ เขาก้อหันไปคุยกับน้องในที่ทำงานอีกคน มีท่าทีสนิทสนม กันเหมือนกับครั้งที่เขายังสนิทกับเรา
เรารู้สึกเจ็บทุกครั้งที่เห็นภาพทั้งสองคนเดินหัวเราะผ่านหน้าเราไป บางครั้งแอบไปร้องไห้ ในห้องน้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนั้น
เวลาในการทำงานแต่ละวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า ยิ่งหลบเหมือนยิ่งเจอ ประชุมทุกรอบ ต้องมีเขาอยู่ด้วยทุกครั้งไป
การสนทนาระหว่างเราสองคนไม่เหมือนเดิม จนคนอื่นๆสงสัย แต่ก้อไม่มีใครถามอะไร
+++++และหลังจากนั้นอีก หนึ่งสัปดาห์ ในที่ประชุมก้อแจ้งว่าเขาต้องกลับไปประจำการที่สำนักงานใหญ่ ที่ญี่ปุ่น
ฉันตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้ ใจหนึ่งรู้สึกโล่งอก ที่ไม่ต้องเจอหน้ากันทุกวันแบบนี้ แต่อีกใจนึงก้อเสียใจมันบอกไม่ถูก และนับจากวันนี้ที่ เหลือเวลาอีก1เดือนเขาจะกลับแล้ว ทุกๆๆ ส่วนงาน เริ่มทยอย นัดวัน จัดเลี้ยงส่งเขา
เราไม่อยากไปงานเลี้ยงทุกๆนัด เราต้องทำอย่างไรดี เราไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเขา แล้วเขาคิดอะไรถึงได้ขอย้ายตัวเองกลับไปแบบนั้น