ตอนก่อนหน้า
https://pantip.com/topic/36795162
https://pantip.com/topic/36815263
เหยื่อ
โดย...ล. วิลิศมาหรา
เอมิลี่ยืนโงนเงนไปมาอยู่ท่ามกลางความมืด หญิงสาวกะพริบตาซ้ำๆ สองสามครั้งจนสายตาคุ้นชินกับความมืดพอสังเกตเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้
หัวใจหล่นวูบเมื่อพบว่าที่นี่คือในป่า...ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นทั้งต้นสนและต้นเฟิร์น พุ่มไม้หรือต้นไม้บางต้นมีหนามแหลมคม และมันคงจะฝากคมหนามเอาไว้ตามผิวเนื้อจนทั่วตัวเธอ เพราะเมื่อยกสองมือขึ้นลูบตามเนื้อตัวหน้าตาดู เอมิลี่ก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เนื่องจากมือไปกระทบถูกบาดแผลมากมายตามผิวเนื้อเข้า มีเลือดสดๆ เลอะติดมือออกมาจนเปรอะไปหมด และพอก้มหน้าลงดูมือ เลือดอุ่นๆ ก็ทะลักออกมาจากรูจมูก ก่อนจะหยดแหมะๆ ลงบนพื้นหิมะสีขาวตรงปลายเท้าเป็นดวงๆ
พลันก็รู้สึกถึงความอ่อนแรงของแขนขาและความสับสนมึนงงในหัว มีอาการปั่นป่วนในช่องท้องกับคลื่นไส้อยากอาเจียนร่วมด้วย ทันใดนั้นความหนาวเย็นยะเยียบก็เสียดแทงผิวกายเข้ามาจนตัวสั่น จะไม่หนาวได้อย่างไรในเมื่อทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงแค่ชุดเสื้อกางเกงนอนบางๆ สวมอยู่เพียงชั้นเดียว เธอไม่ได้สวมเสื้อคลุมชุดนอนมาด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่ผ้าพันคอ หมวกหรือถุงมือและไม่ได้สวมรองเท้า...เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่ ถามตัวเองเอ็ดอึงในใจ
คำถามต่อมา...
ฉันอยู่ที่ไหน...เค้นสมองพยายามนึกให้ออกอย่างงงงวย แต่แม้พยายามเค้นความคิดอย่างหนักก็ยังนึกไม่ออก ซ้ำร้ายยังเกิดวิงเวียนแถมได้ยินเสียงวิ้งๆ อยู่ในหัวที่หมุนติ้วอีกด้วย จนต้องหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้ายาวๆ
เอาล่ะ เอมิลี่ เธอต้องรวบรวมสติให้มั่น...บอกตัวเองแล้วบังคับร่างบอบช้ำให้ยืนตัวตรง ก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ตัวใหม่ เพื่อพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่คนเดียวในป่าจริงแท้แน่นอน รอบกายคือทิวไม้สูงต่ำหนาแน่น ท่ามกลางกระแสลมพัดหวือ หิมะโปรยปรายและความเงียบสงัดของยามค่ำคืน พระจันทร์ดวงโตแขวนลอยอยู่บนฟ้า
หรือว่ามันคือฝันร้าย...ครุ่นคิดไปอีกทาง แต่ทำไมสิ่งที่ตาเห็นกับความเจ็บปวดรวดร้าวราวร่างจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นี้จึงเป็นจริงล่ะ ถ้าเป็นความฝันเธอจะต้องรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ และจะต้องไม่เจ็บปวดแบบนี้ ทั้งยังสามารถบังคับตัวเองให้ทำอะไรก็ได้ เธอยังเคยฝันว่าร่อนเหินไปมาบนอากาศอย่างสนุกสนานมาก่อน
แต่นี่พอลองขยับสองขาที่อ่อนหยุ่นเหมือนยางให้ก้าวเดินดู แต่เพียงสองสามก้าวกล้ามเนื้อขาที่อ่อนล้าก็หมดแรง ต้องล้มแปะลงบนพื้นโคลนเปียกแฉะเสียแล้ว เอมิลี่กัดฟันแน่น พยายามกล้ำกลืนอาการวิงเวียนอยากอาเจียนเอาไว้ เกาะประคองตัวเองกับต้นไม้ให้ลุกขึ้นใหม่ เมื่อลุกขึ้นได้ก็ใช้มือข้างหนึ่งค้ำอยู่บนต้นไม้เพื่อไม่ให้ล้ม จนกระทั่งมั่นคงดีแล้วจึงค่อยๆ สืบเท้าออกเดิน
พระเจ้า...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ใครหรืออะไรทำร้ายฉันจนบาดเจ็บแบบนี้ ใครก็ได้ช่วยฉันที ฉันต้องการความช่วยเหลือ...หญิงสาวคร่ำครวญลอดไรฟันที่สั่นกระทบกันกึกกัก เมื่อตระหนักว่าทั้งหมดนี้มันคือความจริง น้ำตาจึงไหลพรากลงอาบใบหน้าที่ด้านชาจากอากาศอันหนาวเหน็บ
‘ ใต้เตียง’ เสียงหนึ่งแวบเข้ามาในหัวราวฟ้าแลบ แต่เธอก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของลิซ่า...ตายแล้ว ตอนนี้ลิซ่าลูกสาวของเธออยู่ที่ไหน ผู้คนบ้านเรือนหายไปไหนกันหมด เกิดอะไรขึ้นกับเธอและลูกกันแน่ จากความงุนงงสับสนในตอนแรก ขณะนี้เธอเกิดนึกเป็นห่วงลูกสาวขึ้นมาจับใจ ความทรงจำเลือนรางเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในสมอง
ใช่แล้ว เธอมาบัลคาลกับลิซ่าเพื่อมาเยี่ยมพอลที่บ้านของจีนตามคำเชิญ เธอขับรถมาสองคนกับลูก โอ ใช่แล้ว เธอจำเรื่องนี้ได้...แล้วต่อจากนั้นล่ะ
บ้าเอ้ย คิดสิคิด แล้วต่อจากนั้นล่ะมันเกิดเชี้ยอะไรขึ้น ที่ทำให้เธอต้องมาโผล่ที่นี่แต่ลิซ่าหายไป!
‘ ใต้เตียง’ ลิซ่าพูดถึงใต้เตียงทำไม ใต้เตียงของใคร ที่ไหน มีอะไรอยู่ข้างใต้นั่น...เอมิลี่สลัดศีรษะแรงๆ หลายต่อหลายครั้ง มีภาพต่างๆ ผุดแว้บขึ้นมาในสมองเหมือนกัน แต่มันรวดเร็วและเบลอเสียจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
...ที่นี่คือที่ไหนนะ ฉันเป็นอะไรไป ลูกฉันหายไปไหน ใครก็ได้ช่วยตอบฉันที...เอมิลี่ร้องตะโกนถาม ทว่าเสียงตะโกนของเธอดังอยู่แค่ในลำคอของตัวเองเท่านั้น!
ค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าวอย่างเชื่องช้า...ไม่เป็นไร อดทนเอาไว้ ลิซ่าอาจกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ในป่านี้เหมือนกัน
ความเป็นห่วงลูกผสมกับสารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา ก่อให้เกิดพลังราวหุ่นยนต์ได้รับการชาร์ตแบตเตอร์รี่ หญิงสาวพยายามหาทางออกจากป่า เธอหลบหลีกมุดลอดกิ่งไม้ สองมือยื่นออกไปข้างหน้า ขาสองข้างด้านชาและเย็นจัด ก้อนหินคมๆบาดเท้าจนเลือดไหล เห็นแดงฉานอยู่บนหิมะตามรอยย่ำ เหนื่อยอ่อนสุดๆ เหมือนจะขาดใจ หญิงสาวบดกรามเข้าหากันแน่นทั้งหอบหายใจสะอื้นฮัก แต่พอนึกถึงลิซ่าเธอก็ฮึดสู้ บังคับกล้ามเนื้อในร่างที่สั่นเทาให้ทำงานหนักขึ้นและเร็วขึ้น ข้ามกิ่งไม้แห้งกับหลุมบ่อ ตะกายลุกขึ้นมาเมื่อสะดุดล้มคว่ำ ตะลุยไปข้างหน้าทั้งที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้...ฉันจะต้องไม่ตาย ฉันจะต้องหาลูกให้เจอ
ขณะสองขาอ่อนเปลี้ยจนต้องทรุดลงคลานเข่า ทันใดนั้นเอมิลี่ก็ได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่พุ่งทะยานตรงมาทางนี้ มันดังอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลย ซึ่งแสดงว่าเธอกระเสิกกระสนพ้นออกจากเขตป่าจนมาถึงถนนแล้ว หญิงสาวแข็งใจตะกายลุกขึ้นอีกครั้ง กัดฟันเร่งฝีเท้าโซซัดโซเซให้เร็วขึ้นแม้มันจะอุทธรณ์อย่างหนัก
แล้วในที่สุดก็พาตัวเองมาถึงถนนจนได้ เอมิลี่หยุดยืนอ้าปากหอบหายใจ สองมือค้ำอยู่บนหัวเข่า ใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นไฟสูงหน้ารถส่องแสงผ่านดงไม้เข้ามา บนหลังคารถมีแสงไฟสีน้ำเงินส่องวูบวาบของสัญญาณไซเรนฉุกเฉิน...รถตำรวจ
หญิงสาวยืนรอให้แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าคันนั้นแล่นเข้ามาใกล้ หากคนบนรถไม่เห็นเธอก็จะพุ่งตัวไปตัดหน้าให้เขาหยุด รับ แต่เธอไม่ต้องทำแบบที่ใจคิด เพราะมีเสียงเบรกรถเอี๊ยดทันทีที่แสงไฟหน้ารถส่องกระทบร่างยับเยินของเธอข้างถนนเข้า
ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก้าวลงมาจากประตูรถตำรวจที่เปิดอ้าออก นัยน์ตาสีฟ้าแวววาวแสดงถึงความดีใจ ถึงแม้ขณะนี้หลายอย่างเธอจะยังนึกไม่ออก แต่เอมิลี่จำเขาได้ทันที นายอำเภอของเมืองนี้คนนั้นนั่นเอง
“หวัดดี” เขายิ้มกว้างให้เธอ ขณะดึงโทรศัพท์ออกมากรอกเสียงใส่ น้ำเสียงที่บอกปลายสายแสดงถึงความดีใจอย่างยิ่ง
“ขอบคุณพระเจ้า พบตัวแล้วครับ เธอปลอดภัยดี บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วง”
“คุณคงเป็นเอมิลี่ ไรน์ คุณมาทำอะไรที่นี่กลางค่ำกลางคืน อย่าบอกนะว่าออกมาเดินเล่น นี่มันเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ถนนเส้นนี้มันเปลี่ยวมาก ไม่เหมาะกับผู้หญิงตัวคนเดียวสักนิด”
หลังช่วยพาตัวเอมิลี่ขึ้นนั่งบนเบาะหลัง นายอำเภอที่แนะนำตัวเองว่าชื่อแม็ค โอลิเวอร์ ก็ถามขึ้นทันที สายตาคมๆ พิจารณาเธออย่างกังขา เขาคงไม่คิดอย่างที่ถามกระมัง อะไรที่ทำให้เขาคิดว่าเธอจะกล้าออกมาเดินเล่นดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้
“ฉะ ฉันไม่รู้ เอ้อ ฉันนึกอะไรไม่ออกค่ะ คือว่า ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ฉัน...จู่ๆ ก็มาโผล่กลางป่า อ่อนเพลียมากและได้รับบาดเจ็บ แต่ก่อนที่คุณจะสอบสวนฉัน บอกกับฉันทีว่าที่นี่มันคือที่ไหน”
“หมู่บ้านอัลบัลคาลในเมืองบัลคาล ผมจำคุณได้ เห็นคุณเมื่อเช้านี้ นึกว่าคุณจะไปพักผ่อนที่ทะเลสาบเสียอีก”
“ฉัน...มีคนชวนฉันให้มาเยี่ยมอดีตสามีน่ะค่ะ พอล เขาป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม พวกเขาคิดว่าบางทีฉันกับลูกจะทำให้อาการของเขาดีขึ้น ฉันขับรถมา...ไม่รู้สิ ตอนนี้ฉันมาโผล่ที่นี่ ส่วนลูกสาวฉันหายไป”
ตอบคำถามพลางกระชับคอเสื้อแจ็คเก็ตที่เขาถอดออกให้เธอใส่กับตัวแน่นเข้า
“คุณมาเป็นแขกของบ้านคุณนายแรนดอมส์” เขาบอกอีก
“มีคนโทรศัพท์แจ้งเรื่องคนหาย คนในบ้านนั้นโทรฯแจ้งว่า คุณกับลูกสาวที่ชื่อลิซ่าหายตัวไปพร้อมกับพอล สามีของหลานสาวเธอ”
นึกชื่นชมที่นายอำเภอเมืองนี้ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนได้อย่างยอดเยี่ยม นี่คงเป็นเพราะมีคนหายไปอย่างลึกลับถึงสามคนพร้อมกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้ป่วยความจำเสื่อมเสียด้วย ส่วนอีกสองคนก็เป็นคนต่างถิ่น มันคงทำให้เขาต้องมาในทันที ไม่รอให้ครบตามเวลาคนหายที่กำหนดเสียก่อน โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรร้ายแรง หวังว่าลิซ่ากับพ่อก็คงไม่เป็นอะไรเหมือนกัน
กลิ่นคาวของเลือดคลุ้งอยู่ในจมูกและปาก สภาพของเธอตอนนี้คงย่ำแย่ ไม่เหมือนกับคนมาเดินเล่นแน่ๆ เธอตอบเจ้าหน้าที่ไม่ได้ว่าตัวเองมาเดินอยู่ในป่าได้ยังไง ถูกใครทำร้ายเอาแบบนี้ เป็นไปได้ไหมว่าเธอเดินละเมอเข้าไปในป่าแล้วถูกสัตว์ทำร้ายเอา แต่ถ้าเป็นสัตว์ที่กล้าเข้ามาทำร้ายมนุษย์ มันก็ต้องเป็นสัตว์ดุร้ายอย่างหมีหรือเสือ แล้วทำไมมันถึงปล่อยเธอไปเสียล่ะ ครุ่นคิดอย่างงุนงงสงสัยเต็มที
“ใครคือคุณนายมาร์ธา แรนดอมส์คะ ฉันไม่รู้จักเธอ ลิซ่ากับพอลก็หายไปเหรอคะ นี่ฉันพาลูกไปเจอเขาที่บ้านของจีนเรียบร้อยแล้วจริงเหรอ งั้นที่นี่ก็คงเป็นหมู่บ้านอัลบัลคาลล่ะสิ โอ พระเจ้า มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่”
เอมิลี่ร้องขึ้นอย่างตกใจ ตัดเรื่องนอนหลับเดินละเมอออกไปได้เลย เพราะถ้าหากเธอไปจนถึงบ้านของจีน และพักค้างคืนที่นั่นจริง เธอก็คงไม่ละเมอเดินเข้าไปในป่าพร้อมกันกับลูกสาวและอดีตสามีแน่ๆ
“คุณนายแรนดอมส์เป็นป้าของจีน สมิธ ภรรยาของพอล สมิธ ที่หายตัวไปพร้อมกับคุณและลูกสาว”
เขาเฉลย ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...หรือว่าจะเป็นการลักพาตัว...บ้าน่า เธอกับลูกหรือแม้แต่พอลไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไร เงินทองก็มีไม่มาก จะมีใครที่ไหนอยากลักพาตัวผู้หญิงธรรมดาๆ กับคนป่วยไปกัน เว้นเสียแต่ว่า ความพิเศษนิดหน่อยของลิซ่า...แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้นี่นา
เรื่องลิซ่ากับพอลหายไปได้อย่างไรนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอห่วงว่าสองคนนั้นจะเดินหลงป่าแล้วหาทางออกไม่พบเหมือนเธอก่อนหน้านั้นหรือเปล่า เกิดหวั่นใจถึงความปลอดภัยของพวกเขาสองคนขึ้นมา หันมาหาที่พึ่งหนึ่งเดียวในยามนี้ อ้อนวอนเขาด้วยเสียงสั่นเครือ
“กรุณาช่วยตามหาลูกสาวฉันกับพอลด้วยนะคะ นายอำเภอ พวกเขาคงหลงอยู่ในป่าแบบเดียวกับฉันเหมือนกัน”
“อ๋อ เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วครับ คุณนายไรน์”
แม็คปิดประตูให้ แล้วอ้อมไปเปิดประตูด้านคนขับ เมื่อขึ้นนั่งประจำที่คนขับเรียบร้อยแล้วเขาก็หันมายิ้มให้ ขยิบตาข้างหนึ่งก่อนบอกผู้หญิงบนเบาะหลังยิ้มๆ
“ผมมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้”
จบตอน.
เหยื่อ...ตอนที่ 3
https://pantip.com/topic/36795162
https://pantip.com/topic/36815263
โดย...ล. วิลิศมาหรา
เอมิลี่ยืนโงนเงนไปมาอยู่ท่ามกลางความมืด หญิงสาวกะพริบตาซ้ำๆ สองสามครั้งจนสายตาคุ้นชินกับความมืดพอสังเกตเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้
หัวใจหล่นวูบเมื่อพบว่าที่นี่คือในป่า...ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นทั้งต้นสนและต้นเฟิร์น พุ่มไม้หรือต้นไม้บางต้นมีหนามแหลมคม และมันคงจะฝากคมหนามเอาไว้ตามผิวเนื้อจนทั่วตัวเธอ เพราะเมื่อยกสองมือขึ้นลูบตามเนื้อตัวหน้าตาดู เอมิลี่ก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เนื่องจากมือไปกระทบถูกบาดแผลมากมายตามผิวเนื้อเข้า มีเลือดสดๆ เลอะติดมือออกมาจนเปรอะไปหมด และพอก้มหน้าลงดูมือ เลือดอุ่นๆ ก็ทะลักออกมาจากรูจมูก ก่อนจะหยดแหมะๆ ลงบนพื้นหิมะสีขาวตรงปลายเท้าเป็นดวงๆ
พลันก็รู้สึกถึงความอ่อนแรงของแขนขาและความสับสนมึนงงในหัว มีอาการปั่นป่วนในช่องท้องกับคลื่นไส้อยากอาเจียนร่วมด้วย ทันใดนั้นความหนาวเย็นยะเยียบก็เสียดแทงผิวกายเข้ามาจนตัวสั่น จะไม่หนาวได้อย่างไรในเมื่อทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงแค่ชุดเสื้อกางเกงนอนบางๆ สวมอยู่เพียงชั้นเดียว เธอไม่ได้สวมเสื้อคลุมชุดนอนมาด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่ผ้าพันคอ หมวกหรือถุงมือและไม่ได้สวมรองเท้า...เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่ ถามตัวเองเอ็ดอึงในใจ
คำถามต่อมา...ฉันอยู่ที่ไหน...เค้นสมองพยายามนึกให้ออกอย่างงงงวย แต่แม้พยายามเค้นความคิดอย่างหนักก็ยังนึกไม่ออก ซ้ำร้ายยังเกิดวิงเวียนแถมได้ยินเสียงวิ้งๆ อยู่ในหัวที่หมุนติ้วอีกด้วย จนต้องหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้ายาวๆ
เอาล่ะ เอมิลี่ เธอต้องรวบรวมสติให้มั่น...บอกตัวเองแล้วบังคับร่างบอบช้ำให้ยืนตัวตรง ก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ตัวใหม่ เพื่อพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่คนเดียวในป่าจริงแท้แน่นอน รอบกายคือทิวไม้สูงต่ำหนาแน่น ท่ามกลางกระแสลมพัดหวือ หิมะโปรยปรายและความเงียบสงัดของยามค่ำคืน พระจันทร์ดวงโตแขวนลอยอยู่บนฟ้า
หรือว่ามันคือฝันร้าย...ครุ่นคิดไปอีกทาง แต่ทำไมสิ่งที่ตาเห็นกับความเจ็บปวดรวดร้าวราวร่างจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นี้จึงเป็นจริงล่ะ ถ้าเป็นความฝันเธอจะต้องรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ และจะต้องไม่เจ็บปวดแบบนี้ ทั้งยังสามารถบังคับตัวเองให้ทำอะไรก็ได้ เธอยังเคยฝันว่าร่อนเหินไปมาบนอากาศอย่างสนุกสนานมาก่อน
แต่นี่พอลองขยับสองขาที่อ่อนหยุ่นเหมือนยางให้ก้าวเดินดู แต่เพียงสองสามก้าวกล้ามเนื้อขาที่อ่อนล้าก็หมดแรง ต้องล้มแปะลงบนพื้นโคลนเปียกแฉะเสียแล้ว เอมิลี่กัดฟันแน่น พยายามกล้ำกลืนอาการวิงเวียนอยากอาเจียนเอาไว้ เกาะประคองตัวเองกับต้นไม้ให้ลุกขึ้นใหม่ เมื่อลุกขึ้นได้ก็ใช้มือข้างหนึ่งค้ำอยู่บนต้นไม้เพื่อไม่ให้ล้ม จนกระทั่งมั่นคงดีแล้วจึงค่อยๆ สืบเท้าออกเดิน
พระเจ้า...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ใครหรืออะไรทำร้ายฉันจนบาดเจ็บแบบนี้ ใครก็ได้ช่วยฉันที ฉันต้องการความช่วยเหลือ...หญิงสาวคร่ำครวญลอดไรฟันที่สั่นกระทบกันกึกกัก เมื่อตระหนักว่าทั้งหมดนี้มันคือความจริง น้ำตาจึงไหลพรากลงอาบใบหน้าที่ด้านชาจากอากาศอันหนาวเหน็บ
‘ ใต้เตียง’ เสียงหนึ่งแวบเข้ามาในหัวราวฟ้าแลบ แต่เธอก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของลิซ่า...ตายแล้ว ตอนนี้ลิซ่าลูกสาวของเธออยู่ที่ไหน ผู้คนบ้านเรือนหายไปไหนกันหมด เกิดอะไรขึ้นกับเธอและลูกกันแน่ จากความงุนงงสับสนในตอนแรก ขณะนี้เธอเกิดนึกเป็นห่วงลูกสาวขึ้นมาจับใจ ความทรงจำเลือนรางเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในสมอง
ใช่แล้ว เธอมาบัลคาลกับลิซ่าเพื่อมาเยี่ยมพอลที่บ้านของจีนตามคำเชิญ เธอขับรถมาสองคนกับลูก โอ ใช่แล้ว เธอจำเรื่องนี้ได้...แล้วต่อจากนั้นล่ะ
บ้าเอ้ย คิดสิคิด แล้วต่อจากนั้นล่ะมันเกิดเชี้ยอะไรขึ้น ที่ทำให้เธอต้องมาโผล่ที่นี่แต่ลิซ่าหายไป!
‘ ใต้เตียง’ ลิซ่าพูดถึงใต้เตียงทำไม ใต้เตียงของใคร ที่ไหน มีอะไรอยู่ข้างใต้นั่น...เอมิลี่สลัดศีรษะแรงๆ หลายต่อหลายครั้ง มีภาพต่างๆ ผุดแว้บขึ้นมาในสมองเหมือนกัน แต่มันรวดเร็วและเบลอเสียจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
...ที่นี่คือที่ไหนนะ ฉันเป็นอะไรไป ลูกฉันหายไปไหน ใครก็ได้ช่วยตอบฉันที...เอมิลี่ร้องตะโกนถาม ทว่าเสียงตะโกนของเธอดังอยู่แค่ในลำคอของตัวเองเท่านั้น!
ค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าวอย่างเชื่องช้า...ไม่เป็นไร อดทนเอาไว้ ลิซ่าอาจกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ในป่านี้เหมือนกัน
ความเป็นห่วงลูกผสมกับสารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา ก่อให้เกิดพลังราวหุ่นยนต์ได้รับการชาร์ตแบตเตอร์รี่ หญิงสาวพยายามหาทางออกจากป่า เธอหลบหลีกมุดลอดกิ่งไม้ สองมือยื่นออกไปข้างหน้า ขาสองข้างด้านชาและเย็นจัด ก้อนหินคมๆบาดเท้าจนเลือดไหล เห็นแดงฉานอยู่บนหิมะตามรอยย่ำ เหนื่อยอ่อนสุดๆ เหมือนจะขาดใจ หญิงสาวบดกรามเข้าหากันแน่นทั้งหอบหายใจสะอื้นฮัก แต่พอนึกถึงลิซ่าเธอก็ฮึดสู้ บังคับกล้ามเนื้อในร่างที่สั่นเทาให้ทำงานหนักขึ้นและเร็วขึ้น ข้ามกิ่งไม้แห้งกับหลุมบ่อ ตะกายลุกขึ้นมาเมื่อสะดุดล้มคว่ำ ตะลุยไปข้างหน้าทั้งที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้...ฉันจะต้องไม่ตาย ฉันจะต้องหาลูกให้เจอ
ขณะสองขาอ่อนเปลี้ยจนต้องทรุดลงคลานเข่า ทันใดนั้นเอมิลี่ก็ได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่พุ่งทะยานตรงมาทางนี้ มันดังอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลย ซึ่งแสดงว่าเธอกระเสิกกระสนพ้นออกจากเขตป่าจนมาถึงถนนแล้ว หญิงสาวแข็งใจตะกายลุกขึ้นอีกครั้ง กัดฟันเร่งฝีเท้าโซซัดโซเซให้เร็วขึ้นแม้มันจะอุทธรณ์อย่างหนัก
แล้วในที่สุดก็พาตัวเองมาถึงถนนจนได้ เอมิลี่หยุดยืนอ้าปากหอบหายใจ สองมือค้ำอยู่บนหัวเข่า ใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นไฟสูงหน้ารถส่องแสงผ่านดงไม้เข้ามา บนหลังคารถมีแสงไฟสีน้ำเงินส่องวูบวาบของสัญญาณไซเรนฉุกเฉิน...รถตำรวจ
หญิงสาวยืนรอให้แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าคันนั้นแล่นเข้ามาใกล้ หากคนบนรถไม่เห็นเธอก็จะพุ่งตัวไปตัดหน้าให้เขาหยุด รับ แต่เธอไม่ต้องทำแบบที่ใจคิด เพราะมีเสียงเบรกรถเอี๊ยดทันทีที่แสงไฟหน้ารถส่องกระทบร่างยับเยินของเธอข้างถนนเข้า
ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก้าวลงมาจากประตูรถตำรวจที่เปิดอ้าออก นัยน์ตาสีฟ้าแวววาวแสดงถึงความดีใจ ถึงแม้ขณะนี้หลายอย่างเธอจะยังนึกไม่ออก แต่เอมิลี่จำเขาได้ทันที นายอำเภอของเมืองนี้คนนั้นนั่นเอง
“หวัดดี” เขายิ้มกว้างให้เธอ ขณะดึงโทรศัพท์ออกมากรอกเสียงใส่ น้ำเสียงที่บอกปลายสายแสดงถึงความดีใจอย่างยิ่ง
“ขอบคุณพระเจ้า พบตัวแล้วครับ เธอปลอดภัยดี บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วง”
“คุณคงเป็นเอมิลี่ ไรน์ คุณมาทำอะไรที่นี่กลางค่ำกลางคืน อย่าบอกนะว่าออกมาเดินเล่น นี่มันเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ถนนเส้นนี้มันเปลี่ยวมาก ไม่เหมาะกับผู้หญิงตัวคนเดียวสักนิด”
หลังช่วยพาตัวเอมิลี่ขึ้นนั่งบนเบาะหลัง นายอำเภอที่แนะนำตัวเองว่าชื่อแม็ค โอลิเวอร์ ก็ถามขึ้นทันที สายตาคมๆ พิจารณาเธออย่างกังขา เขาคงไม่คิดอย่างที่ถามกระมัง อะไรที่ทำให้เขาคิดว่าเธอจะกล้าออกมาเดินเล่นดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้
“ฉะ ฉันไม่รู้ เอ้อ ฉันนึกอะไรไม่ออกค่ะ คือว่า ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ฉัน...จู่ๆ ก็มาโผล่กลางป่า อ่อนเพลียมากและได้รับบาดเจ็บ แต่ก่อนที่คุณจะสอบสวนฉัน บอกกับฉันทีว่าที่นี่มันคือที่ไหน”
“หมู่บ้านอัลบัลคาลในเมืองบัลคาล ผมจำคุณได้ เห็นคุณเมื่อเช้านี้ นึกว่าคุณจะไปพักผ่อนที่ทะเลสาบเสียอีก”
“ฉัน...มีคนชวนฉันให้มาเยี่ยมอดีตสามีน่ะค่ะ พอล เขาป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม พวกเขาคิดว่าบางทีฉันกับลูกจะทำให้อาการของเขาดีขึ้น ฉันขับรถมา...ไม่รู้สิ ตอนนี้ฉันมาโผล่ที่นี่ ส่วนลูกสาวฉันหายไป”
ตอบคำถามพลางกระชับคอเสื้อแจ็คเก็ตที่เขาถอดออกให้เธอใส่กับตัวแน่นเข้า
“คุณมาเป็นแขกของบ้านคุณนายแรนดอมส์” เขาบอกอีก
“มีคนโทรศัพท์แจ้งเรื่องคนหาย คนในบ้านนั้นโทรฯแจ้งว่า คุณกับลูกสาวที่ชื่อลิซ่าหายตัวไปพร้อมกับพอล สามีของหลานสาวเธอ”
นึกชื่นชมที่นายอำเภอเมืองนี้ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนได้อย่างยอดเยี่ยม นี่คงเป็นเพราะมีคนหายไปอย่างลึกลับถึงสามคนพร้อมกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้ป่วยความจำเสื่อมเสียด้วย ส่วนอีกสองคนก็เป็นคนต่างถิ่น มันคงทำให้เขาต้องมาในทันที ไม่รอให้ครบตามเวลาคนหายที่กำหนดเสียก่อน โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรร้ายแรง หวังว่าลิซ่ากับพ่อก็คงไม่เป็นอะไรเหมือนกัน
กลิ่นคาวของเลือดคลุ้งอยู่ในจมูกและปาก สภาพของเธอตอนนี้คงย่ำแย่ ไม่เหมือนกับคนมาเดินเล่นแน่ๆ เธอตอบเจ้าหน้าที่ไม่ได้ว่าตัวเองมาเดินอยู่ในป่าได้ยังไง ถูกใครทำร้ายเอาแบบนี้ เป็นไปได้ไหมว่าเธอเดินละเมอเข้าไปในป่าแล้วถูกสัตว์ทำร้ายเอา แต่ถ้าเป็นสัตว์ที่กล้าเข้ามาทำร้ายมนุษย์ มันก็ต้องเป็นสัตว์ดุร้ายอย่างหมีหรือเสือ แล้วทำไมมันถึงปล่อยเธอไปเสียล่ะ ครุ่นคิดอย่างงุนงงสงสัยเต็มที
“ใครคือคุณนายมาร์ธา แรนดอมส์คะ ฉันไม่รู้จักเธอ ลิซ่ากับพอลก็หายไปเหรอคะ นี่ฉันพาลูกไปเจอเขาที่บ้านของจีนเรียบร้อยแล้วจริงเหรอ งั้นที่นี่ก็คงเป็นหมู่บ้านอัลบัลคาลล่ะสิ โอ พระเจ้า มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่”
เอมิลี่ร้องขึ้นอย่างตกใจ ตัดเรื่องนอนหลับเดินละเมอออกไปได้เลย เพราะถ้าหากเธอไปจนถึงบ้านของจีน และพักค้างคืนที่นั่นจริง เธอก็คงไม่ละเมอเดินเข้าไปในป่าพร้อมกันกับลูกสาวและอดีตสามีแน่ๆ
“คุณนายแรนดอมส์เป็นป้าของจีน สมิธ ภรรยาของพอล สมิธ ที่หายตัวไปพร้อมกับคุณและลูกสาว”
เขาเฉลย ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...หรือว่าจะเป็นการลักพาตัว...บ้าน่า เธอกับลูกหรือแม้แต่พอลไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไร เงินทองก็มีไม่มาก จะมีใครที่ไหนอยากลักพาตัวผู้หญิงธรรมดาๆ กับคนป่วยไปกัน เว้นเสียแต่ว่า ความพิเศษนิดหน่อยของลิซ่า...แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้นี่นา
เรื่องลิซ่ากับพอลหายไปได้อย่างไรนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอห่วงว่าสองคนนั้นจะเดินหลงป่าแล้วหาทางออกไม่พบเหมือนเธอก่อนหน้านั้นหรือเปล่า เกิดหวั่นใจถึงความปลอดภัยของพวกเขาสองคนขึ้นมา หันมาหาที่พึ่งหนึ่งเดียวในยามนี้ อ้อนวอนเขาด้วยเสียงสั่นเครือ
“กรุณาช่วยตามหาลูกสาวฉันกับพอลด้วยนะคะ นายอำเภอ พวกเขาคงหลงอยู่ในป่าแบบเดียวกับฉันเหมือนกัน”
“อ๋อ เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วครับ คุณนายไรน์”
แม็คปิดประตูให้ แล้วอ้อมไปเปิดประตูด้านคนขับ เมื่อขึ้นนั่งประจำที่คนขับเรียบร้อยแล้วเขาก็หันมายิ้มให้ ขยิบตาข้างหนึ่งก่อนบอกผู้หญิงบนเบาะหลังยิ้มๆ
“ผมมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้”