เหยื่อ

กระทู้สนทนา
เรื่องสั้นหลายตอนจบ(ไม่รู้ว่าจะมีกี่ตอนค่ะ)


เหยื่อ



โดย...ล. วิลิศมาหรา


ถนนสายหลักมุ่งสู่ทะเลสาบบันคาลมีรถสัญจรตลอดเวลา แม้ท้องฟ้าในยามสายของฤดูใบไม้ร่วงจะมืดครึ้มลงกว่าปกติ เมฆหนาบดบังแสงอาทิตย์และสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ท้องถนนที่มุ่งตรงสู่ทะเลสาบเป้าหมายของการเดินทางมีจำนวนรถเพิ่มขึ้น ครอบครัวอื่นคงตั้งใจพากันมาพักผ่อนในช่วง ลอง วีค เอ็นด์ ที่นี่เหมือนๆ กัน แม้จะได้รับการประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า อาจมีมรสุมพัดเข้ามาในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ในช่วงเวลานี้พอดีก็ตาม ยวดยานบนท้องถนนจึงคับคั่งเป็นพิเศษ

แตกต่างจากพวกเธอสองคน...เอมิลี่ หญิงวัยกลางคนหน้าตาคมขำ แต่งกายสบายๆ ด้วยกางเกงทรงตรงสีเนื้อกับเสื้อโปโลขาว ผมบรอนด์ทองสว่างปล่อยยาวเคลียบ่าที่ตั้งตรงผึ่งผาย บ่งบอกถึงบุคลิกอันเข้มแข็งของผู้เป็นเจ้าของ เธอกำลังขับรถเก๋งสปอร์ตสีดำคู่ชีพมากับเด็กสาววัยไม่เกินยี่สิบปีคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกันกับเธออยู่มาก เธอทั้งสองมุ่งตรงไปสู่แหล่งท่องเที่ยวแห่งนั้นเพราะได้รับข้อความเชิญชวนทางอีเมลจากหญิงผู้เป็นภรรยาคนใหม่ของพอล อดีตสามีของเอมิลี่

ข้อความที่ถูกส่งมาค่อนข้างน่าตกใจ เมื่อมันบอกว่าขณะนี้พอลกำลังป่วยเป็นโรคความจำในระยะสั้นเสื่อม สืบเนื่องมาจากเขาประสบกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ สาเหตุที่หล่อนคนนั้นจำเป็นต้องส่งข่าวมาหาเธอก็เพราะว่าพอลมักเพ้อหาแต่ลิซ่าลูกสาวคนเดียวของเขากับเธอ และคงไม่เป็นไรถ้าหากเขาจะแค่เพ้อหา ไม่ใช่เดินหายออกไปจากบ้านจนคนทางบ้านต้องเที่ยวตามหากันให้วุ่นอยู่บ่อยๆ

จีน...ผู้หญิงคนที่ส่งข้อความมาหาจึงต้องการให้ลิซ่ามาเยี่ยมบิดาที่นี่ เพราะมันอาจช่วยทำให้อาการเจ็บป่วยของเขาดีขึ้นบ้างก็ได้ ซึ่งทันทีที่รู้เรื่องนี้ ลิซ่าก็ร่ำร้องรบเร้าให้เอมิลี่พาเธอมาหาบิดาตามคำเชิญทันที

ขับรถพลางชำเลืองมองเด็กสาวที่นั่งเอนตัวหลับตาพริ้มอยู่บนเบาะข้างคนขับ เห็นแพขนตางอนยาวทาบทับบนเรียวแก้วบอบบางสีแดงระเรื่อ หล่อนเอียงศีรษะพิงกระจกหน้าต่างรถอีกฟากหนึ่ง หลับใหลมาตลอดตั้งแต่เริ่มออกจากบ้านในเมืองออลวิล ซึ่งอยู่ห่างจากเป้าหมายของการเดินทางไปกว่าสี่ร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนดวงหน้าคมคายของเอมิลี่ สองปีหลังการหย่าร้างกับพ่อของลิซ่า อดีตสามียังคงติดต่อมาหาลูกสาวสม่ำเสมอ พอลบอกกับลูกว่าเขาอยู่ไม่เป็นที่ อาชีพเซลแมนขายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ของเขาบังคับให้ต้องทำเช่นนั้น จนเมื่อปีที่แล้วนี้เองที่เขาหายเงียบไป ที่แท้เขาก็ไปแต่งงานใหม่และย้ายมาอยู่กับจีนในบ้านติดกับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้นี่เอง    
    
งานประจำในตำแหน่งผู้จัดการบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้หญิงหม้ายซิงเกิ้ลมัมอย่างเอมิลี่ไม่มีโอกาสได้พาลูกไปไหนต่อไหนบ่อยนัก การลาพักร้อนในแต่ละปีไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนมีความรับผิดชอบ ดังนั้นในโอกาสนี้เธอจึงใช้มันทั้งเพื่อไปเยี่ยมอดีตสามีและทั้งไปท่องเที่ยวเสียด้วยเลยในตัว

หลังจากเลิกกันกับสามี เอมิลี่ก็มีเพียงลิซ่าที่เป็นทุกอย่างในชีวิต ในยามที่ทั้งคู่หมดจากภารกิจประจำวัน ลิซ่าจะคอยติดตามแม่เหมือนเป็นเงา สองแม่ลูกมักตัวติดกันเสมอจนเธอถูกเพื่อนๆ ล้อเอาว่า ชาตินี้เอมิลี่เห็นทีต้องครองตัวเป็นหม้ายไปทั้งชาติ เพราะถูกลูกสาวหวงเสียจนไม่ปล่อยโอกาสให้แม่ได้ไปพบปะกับผู้ชายที่ไหนบ้างเลย แต่เธอก็เข้าใจลูกสาวดี เพราะเมื่อขาดพ่อไปคนหนึ่งแล้วลิซ่าย่อมไม่ยอมเสียแม่ให้คนอื่นไปอีกเป็นแน่ ดังนั้นเรื่องแต่งงานใหม่จึงไม่เคยอยู่ในความคิดของเอมิลี่เช่นกัน

แวบหนึ่งที่เธออดนึกเสียดายผู้ชายคนที่เป็นพ่อของลิซ่าไม่ได้...ถ้าเขาไม่ผละหนีไปเสียก่อน ถ้าเพียงแต่เขามีความอดทนมากพอเท่านั้น...เธอไม่ได้โทษพอลในเรื่องนี้ บางทีพระเจ้าก็เล่นพิเรนทร์เสียจนคนแทบเป็นบ้า พระองค์ทรงสร้างสิ่งไม่พึงประสงค์ขึ้นมาบนโลกนี้ทำไม หรือว่าแค่นึกสนุก พระองค์คงอยากเล่นเกมส์ชีวิตของมนุษย์โชคร้ายอย่างเธอ แต่เธอกับลูกไม่ได้สนุกไปด้วยเลยสักนิด...คิดแล้วเอมิลี่ก็ได้แต่ถอนหายใจยาว

รถแล่นเข้าสู่เขตตัวเมืองบันคาล เธอจะต้องขับรถตัดผ่านใจกลางเมืองนี้เพื่อให้ไปทะลุออกถนนเส้นที่ตรงไปสู่ทะเลสาบ ตามแผนที่ซึ่งลิซ่าพรินต์ออกมาจากอีเมลของจีน หญิงสาวขับผ่านป้ายบอกทางต่างๆ กระทั่งมาถึงชานเมือง และรับรู้ว่ากำลังขับอยู่บนถนนขนาดสองเลนที่มีสภาพรถติด รถต้องชะลอความเร็วลงจนในที่สุดก็ต้องหยุดนิ่ง เพราะไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ เอมิลี่เหลือบมองข้างทางอย่างไม่ตั้งใจนัก ก็พอดีเห็นตำรวจนายหนึ่งกำลังตรวจดูมิเตอร์รถซึ่งจอดอยู่ริมถนนในบริเวณนั้น เขาหยุดการจ่ายใบสั่งเพื่อมาตรวจสอบเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูท่าทีเมามาย หล่อนกำลังยืนโงนเงนพิงรถยนต์ของตัวเองอยู่ เพิ่งสังเกตเห็นว่าตำรวจนายนั้นแท้จริงก็คือนายอำเภอของเมืองนี้ จากตราที่ติดอยู่ตรงหน้าอกของเขานั่นเอง

ในช่วงวันหยุดยาวที่มีฝูงคนหลั่งไหลเข้ามาสู่เมืองแบบนี้ นายอำเภอคงต้องลงมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองซึ่งมีงานล้นมือด้วย และขณะนี้เขาคงกำลังยับยั้งการขับขี่พาหนะของแม่สาวขี้เมาคนนั้น ก่อนที่เธอจะขับมันไปประสบอุบัติเหตุที่ไหนเข้าสักแห่ง...ช่างน่านับถือจริงๆ

และเพราะนึกชื่นชมผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่กำลังทำหน้าที่อย่างขันแข็ง เอมิลี่จึงลดกระจกข้างรถลงส่งยิ้มให้ ร่างสูงใหญ่หันมามอง นัยน์ตาสีฟ้าใต้คิ้วหนากระจ่างแวววาว หญิงสาวยกมือข้างที่ว่างขึ้นแตะเหนือคิ้วตัวเองแล้วก้มศีรษะลงน้อยๆ ให้เขา รอยยิ้มกว้างอย่างคนอัธยาศัยดีจึงถูกส่งกลับมาหา เอมิลี่ยิ้มตอบก่อนเคลื่อนรถไปข้างหน้าเมื่อได้จังหวะ

รถแล่นผ่านเมืองมาแล้วไกลโข จึงมาถึงสามแยกใหญ่ที่มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้าย ตัวหนังสือขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในเวลาเย็นใกล้ค่ำ...ทางไปทะเลสาบบัลคาล  

แต่คราวนี้เธอจะต้องเลี้ยวรถไปอีกทาง แตกต่างจากรถคันอื่นที่พากันเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางไปทะเลสาบ หลังจากนั้นเอมิลี่ก็ขับรถไปตามเส้นทางในแผนที่ จำได้ว่าอีกไม่นานก็จะถึงสามแยกอีกแยกหนึ่ง และพอเลี้ยวซ้ายอีกที ทีนี้ก็จะต้องขับตรงไปไม่เลี้ยวไปทางไหนอีก จนกว่าจะถึงบ้านพักของจีนซึ่งน่าจะถึงก่อนค่ำพอดี

สองข้างทางเริ่มเป็นทุ่งโล่งและเนินเตี้ยๆ สลับกับไร่องุ่นขนาดใหญ่หลายไร่  ท้องฟ้าเหนือศีรษะยังมืดครึ้มไปด้วยอิทธิฤทธิ์ของมรสุม แว่วเสียงครางอืออาของลูกสาว หล่อนบิดตัวสองสามทีก่อนนัยน์ตาสีเขียวมรกตจะเปิดออก

“ใกล้จะถึงหรือยังคะแม่” ลิซ่างัวเงียถาม

“ใกล้ถึงแล้วล่ะ ถ้าไปถึงทางแยกข้างหน้า เราเลี้ยวซ้ายไปอีกสิบกิโลเมตร ลูกก็จะได้พบกับพ่อของลูกเสียที”

ใบหน้าเล็กๆ แช่มชื่นขึ้นจากอาการงัวเงียทันที เมื่อคืนนี้ลูกสาวของเธอคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ลิซ่ารักพ่อมาก เมื่อตอนพอลจะขนของออกจากบ้านไป เด็กสาววิ่งเข้ามากอดเอวพ่อไว้แล้วร้องไห้จนตาช้ำ ภาพของสองพ่อลูกโอบกอดร่ำลากันมันทรมานจิตใจของเอมิลี่ แต่จะทำไงได้ ในเมื่อเธอกับพอลตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่อยู่ร่วมชีวิตกันต่อ คำสารภาพอย่างขลาดกลัวของเขาทำให้เอมิลี่หักใจเลิกยื้อตัวเขาเอาไว้

“แม่ว่าพ่อจะจำเราได้ไหมคะ” ลูกสาวเธอถามขึ้น

“แม่ไม่แน่ใจ”

ตอบอย่างถนอมน้ำใจลูก และคำบอกเล่าในอีเมลก็มีเพียงแค่ว่า พอลขับรถไปชนต้นไม้เมื่อสี่เดือนก่อน เขาได้รับการผ่าตัดสมอง หลังจากนั้นความจำของเขาก็เปลี่ยนไป จีนไม่ได้แนบเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่ออื่นมาในอีเมลอีก หลังคุยกันกับลูกถึงเรื่องนี้แล้ว เธอจึงตอบอีเมลไปว่ายินดีจะมาเยี่ยมพอลพร้อมลูกสาวในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่มเติมกับทางนั้น คิดว่าไม่จำเป็น เพราะจะได้มารู้มาเห็นกับตาตัวเองอยู่แล้ว

“พอไปถึงเดี๋ยวก็รู้ว่าพ่อป่วยมากขนาดไหน แต่ถึงพ่อจะจำลูกไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องมาเยี่ยมเขาอยู่แล้ว จริงไหมจ๊ะ”

นัยน์ตาสีเขียวของลูกสาวมีน้ำตาเอ่อคลอออกมา

“หนูภาวนาให้พ่อจำหนูได้” บอกแม่เสียงเครือก่อนใช้หลังมือข้างเดียวเช็ดน้ำตาที่เริ่มไหลพราก

“แม่ก็หวังเช่นนั้นจ้ะลูกรัก” เอมิลี่ปล่อยมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย เอื้อมมาบีบมือข้างที่วางอยู่บนตักของลูกสาวอย่างให้กำลังใจ

“เมื่อไปถึงที่นั่น ลูกต้องเข้มแข็งให้คุณพ่อเห็น จะทำตัวขี้แยแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ”

ปรามลูกเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ร้องไห้ฟูมฟายจนเสียมารยาท เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าสถานการณ์ความจำเสื่อมของพอลเมื่อตอนไปถึงจะเลวร้ายขนาดไหน ยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับแต่โดยดี ลิซ่าหยุดร้องไห้ลง เธอใช้หลังมือเช็ดน้ำตาจนแห้ง

“ดีมาก ลูกรัก”

เอ่ยชมลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ลิซ่าเป็นเด็กฉลาดและน่ารัก เธอไม่เคยทำให้ผู้เป็นแม่ต้องหนักใจมาก่อน

ขับมาจนถึงสามแยกที่ในแผนที่บอกให้เลี้ยวซ้าย หญิงสาวเลี้ยวรถเข้าถนนสายนั้นทันที ซึ่งก็พบว่าเป็นถนนสองเลนที่กว้างพอให้รถวิ่งสบายอีกเช่นกัน ขับผ่านทุ่งหญ้ากว้าง เห็นอาคารหินหลังเล็กๆ เรียงรายเป็นระยะ แต่อีกไม่นานสองข้างทางกลับเริ่มมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น ต้นไม้มากขึ้นๆ ทุกทีจนกระทั่งเป็นป่า และสัญญาณของเครื่องนำทางด้วยดาวเทียมก็ลดฮวบจนหายไปดื้อๆ เช่นเดียวกับสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเธอด้วย

“แม่คะ หนูรู้สึกว่าถนนเส้นนี้มันแปลกๆ”

ลิซ่ามองออกไปนอกหน้าต่างรถแล้วพึมพำบอกแม่อย่างผิดสังเกต ขณะที่เอมิลี่ต้องระมัดระวังการขับขี่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะจู่ๆ ถนนที่ลาดยางอย่างดีกลับกลายเป็นทางลูกรังและเริ่มมีหลุมมีบ่อ

“แม่คะ จอดรถก่อนเถอะค่ะ หนูว่าเรามาผิดทาง”

เอมิลี่เหยียบเบรคหยุดรถตามคำบอกของลูก เอื้อมมือไปรับแผนที่จากลิซ่าขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนบอกลูกว่า

“ก็ถูกแล้วนี่ เจอแยกแล้วเลี้ยวซ้ายก่อนขับตรงมา ในแผนที่บอกว่าบ้านตั้งอยู่สุดถนน อืม...ทางเส้นนี้มันน่าจะเป็นทางเดินไม่ใช่ถนน งั้นเราคงมาจนสุดถนนแล้วสินะ คงมาถูกทางแล้วล่ะลูก”

“แม่คะ...หรือว่าจะเป็นบ้านหลังนั้น”

เอมิลี่เงยหน้าจากแผนที่ขึ้นมองตามมือชี้ของลูกสาว ครั้นแล้วก็เห็นถึงสิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กลางป่าหลังนั้น มันเป็นบ้านชั้นเดียวหลังกะทัดรัดสร้างด้วยไม้ซีกทั้งหลัง เห็นรำไรอยู่หลังพุ่มไม้หนาด้านซ้ายมือของเธอ เป็นบ้านหลังเดียวโดดๆ ไม่มีหลังอื่นอีก ต้องใช่บ้านหลังนี้แน่ๆ...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่