เรื่องการปล่อยปละละเลย คดีทุจริต ที่โดนข้อกล่าวหาเนี่ย สลิมจะเข้ามาก็ช่างนะ แค่อยากคุยกับคนที่เชื่อมั่นท่านอดีตนายก
จากที่ได้อ่านอีกครั้งเกียวกับคำแถลงปิดคดี เน้นตรงนี้แล้วกัน
ที่ว่าท่านรู้และไม่ยับยั้งโครงการ อันเนื่องมาจากการ นำเสนอของฝ่ายค้านตอนนั้น
ผมขอยกเอา สิ่งที่คุณยิง่ลักษณ์แสดงเจตจำนงเรื่องการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตในโครงการนี้มาโดย ตลอด ไม่ได้นิ่งเฉยต่อคำท้วงติง
https://thaipublica.org/2017/08/plegd-rice-104/
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เรื่องที่ 6 ดิฉันไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว
กราบเรียนองค์คณะผู้พิพากษาที่เคารพ
จากที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจีนั้น ดิฉันขอเรียนว่า การระบายข้าว เป็นงานในระดับปฏิบัติที่มีคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวเป็นผู้รับผิดชอบเป็นการเฉพาะ ซึ่งในเรื่องนี้ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวน และเป็นพยานโจทก์ ยืนยันในหลายโอกาสว่า ดิฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต หรือสมยอมให้ทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจี
นอกจากนั้น ในการชี้มูลและการตั้งข้อกล่าวหาในคดีของดิฉัน ก็มิได้นำเรื่องดังกล่าวมาเป็นองค์ประกอบในการชี้มูล แต่ต่อมาปรากฏว่าโจทก์กลับนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าว ประมาณ 60,000 แผ่น เพิ่มเติมเป็นพยานในชั้นไต่สวน เพื่อใช้ปรักปรำว่า ดิฉันเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือสมยอมให้มีการทุจริต
ดิฉันขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่า
การระบายข้าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์การระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มอบหมายความรับผิดชอบให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าต่างประเทศไปแล้ว ปรากฏตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2554
คณะรัฐมนตรีได้ใช้ความระมัดระวัง และใส่ใจเรื่องการระบายข้าวโดยในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ได้มีมติกำหนดหลักเกณฑ์ และมาตรการในการป้องกันการทุจริตในการระบายข้าวให้เข้มงวดมากขึ้น โดยให้ผู้รับผิดชอบปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของปริมาณการระบายช่วงเวลา และระดับราคาที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศด้วย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นได้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจี ในวันที่ 25 ถึง 27 พฤศจิกายน 2555
กราบเรียนศาลที่เคารพ
สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าถ้าดิฉันปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต หรืองดเว้นไม่ป้องกันการทุจริตหรือไม่ป้องกันความเสียหายตามที่โจทก์ล่าวหา หรือหากดิฉันมีเจตนาทุจริต หรือสมยอมให้ทุจริตแล้ว ดิฉันและคณะรัฐมนตรี จะสร้างหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้นดังกล่าวทำไม ทั้งๆ ที่ข้อกล่าวหาเรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจี ที่เกิดจากการอภิปรายนั้น ยังไม่เกิดขึ้นเลย
ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพฤศจิกายน 2555 ดิฉันก็มิได้นิ่งนอนใจจึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีการอภิปราย เรื่องการทำสัญญาซื้อขายแบบจีทูจีแต่ผลการตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้รายงานว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งคนใด ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการระบายข้าวและรายงานว่าเป็นการดำเนินการอย่างถูกต้อง
อีกทั้งในขณะนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการระบายข้าวกลับใช้เวลาสอบสวนถึง 2 ปีเศษ และเพิ่งมาชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 หลังจากที่ดิฉันพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เป็นเวลาร่วมปี
ดิฉันขอกราบเรียนว่าเรื่องการระบายข้าว เป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์จะต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดำเนินการมา ทุกยุคทุกสมัยตามยุทธศาสตร์การระบายข้าวของแต่ละรัฐบาล ดังนั้น วิธีการระบายข้าว รวมถึงการทำสัญญาทั้งปวง จึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของหน่วยงานดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อหน่วยงานปฏิบัติตามขั้นตอนแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้รายงานผลการระบายข้าวให้คณะรัฐมนตรีทราบ ดังเช่นที่มีการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 แต่กรณีภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ปรากฎว่ามีการรายงานผลการระบายข้าวให้ดิฉันและคณะรัฐมนตรีทราบแต่ประการใดไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังการปรับคณะรัฐมนตรีแล้วก็ตาม ก็ไม่มีการรายงานเรื่องนี้ให้ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรี และเข้าสู่การรับรู้รับทราบของดิฉันและคณะรัฐมนตรี จนกระทั่งดิฉันพ้นจากหน้าที่ความเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อดิฉันไม่ทราบจะถือว่าดิฉันปกปิดการระบายข้าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้หนึ่งผู้ใดตามที่โจทก์กล่าวหาได้อย่างไร ซึ่งไม่ได้ต่างจากที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดกับสื่อมวลชน เมื่อมีข้อกล่าวหาในเรื่องการระบายข้าวว่า “แม้ว่าตนจะเป็นประธาน นบข. แต่ก็มีอนุกรรมการ มีการกำหนดกติกาต่าง ๆ ไว้แล้ว”
กราบเรียนศาลที่เคารพ
ดิฉันได้ใช้อำนาจทางการบริหารและประสงค์จะให้การระบายข้าวนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่อให้ข้อสงสัยต่างๆ ที่มีการอภิปราย และอยู่ในระหว่างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หมดสิ้นไป ด้วยการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ต่อการตรวจสอบ และยุติการกระทำใดๆ ที่เป็นข้อสงสัยในระหว่างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำลังไต่สวนอยู่ อันแสดงให้เห็นว่า ดิฉันไม่ได้มีเจตนาพิเศษ ที่จะปกปิดข้อมูลในการระบายข้าวแบบจีทูจี และเป็นการแสดงว่า ดิฉันมิได้สมยอม ให้ผู้ใดกระทำการทุจริตในการระบายข้าว หรือมีการกระทำที่ปกป้องผู้หนึ่งผู้ใด ตามข้อกล่าวหาของโจทก์
เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ คือ นายนิวัฒน์ธำรงฯ เข้าปฏิบัติหน้าที่ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของดิฉัน และมติคณะรัฐมนตรีตามที่กล่าวมาอย่างเข้มงวด อาทิ
เข้มงวดในการทำสัญญาซื้อขายแบบจีทูจีมากขึ้น โดยปฏิเสธการระบายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งรัฐบาลมณฑลไม่ได้ถือหุ้น 100%
ปรับกลยุทธ์ในการระบายข้าว โดยเพิ่มช่องทางระบายข้าว และให้มีการประมูลข้าวภายในประเทศมากขึ้น นอกเหนือจากการระบายข้าวแบบจีทูจี
ดิฉันได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดแนวทางการตรวจสอบการระบายข้าว โดยให้กรมศุลกากร ตรวจเช็คปริมาณข้าวสารที่ส่งออก ณ ท่าเรือ ว่ามีจำนวนปริมาณตรงกับที่ทำสัญญาไว้ ได้มีการส่งออกที่ท่าเรือจริง และให้มีคณะทำงานตรวจเช็คปริมาณข้าว ที่ประมูลเพื่อส่งขายร้านขายปลีก ว่ามีจำนวนถูกต้อง ตรงกับจำนวนที่มีการประมูลขายจริง ปรากฏตามรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบ และติดตามการรับจำนำข้าว ครั้งที่ 1/2556
จากข้อเท็จจริงที่ดิฉันได้เรียนมา ดิฉันได้ใช้อำนาจและดุลพินิจและความระมัดระวัง เอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในขณะที่ดิฉันยังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น
ดังนั้น การที่โจทก์นำข้อมูลและหลักฐานในสำนวนของบุคคลอื่นเกี่ยวกับเรื่องการระบายข้าว ที่ไต่สวนแล้วเสร็จ หลังจากที่ดิฉันพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลานานร่วมปี ซึ่งพยานหลักฐานดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตั้งแต่ต้น มาปรักปรำว่าดิฉัน ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต จึงไม่เป็นธรรมต่อดิฉัน
กราบเรียนองค์คณะผู้พิพากษาที่เคารพ
ตลอดระยะเวลาที่ดิฉันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดิฉันไม่ได้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เคยกระทำการใด ๆ ที่ปล่อยปละละเลย และปกปิดข้อมูล หรือหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ให้ความร่วมมือกับทุกองค์กร แม้กระทั่ง ป.ป.ช. ดิฉันไม่มีเจตนาพิเศษ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใด และไม่มีเจตนาทุจริตค่ะ
แต่ดิฉันใคร่ขอความเป็นธรรมว่า การที่จะพิจารณาว่าดิฉันได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบเหมาะสมและเพียงพอหรือไม่นั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโครงสร้างการทำงาน รวมทั้งความรับผิดชอบของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี
ซึ่งผมว่า
ท่านก็ทำในส่วนของท่านแล้ว แต่อย่างว่า ถ้ามันจะตรงส่วนไหนที่มีการ ทุจริตก็ต้องจัดการเป็นส่วนๆ นายกมีภาระหน้าที่เยอะ มีการมอบหมายงานให้แต่ละกระทรวงไปดูแล เค้าถึงตั้งกระทรวงมาโดยเฉพาะ ฉะนั้นจากสิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์แถลงต่อศาลนั้น ผมว่าถ้าเอาตามความเป้นจริงไม่อคติ ถ้าเป็นผมส่วนตัว ผมจะไม่เอาผิดคุณยิ่งลักษณ์ แต่การตัดสินของศาลผมไม่รู้จะออกมาแบบไหน แต่ที่สำคัญท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำ่นทำงานในตำแหน่งของท่าน ภาระหน้าที่ท่านมีเยอะ แล้วผมก็อยากร็เหมือนกันว่าศาลจะใช้วิธีไหนตัดสิน เราคงได้เห็นกันวันนั้น
อ่านแถลงปิดคดียิ่งลักษณ์ ผมมองว่าท่านไม่ได้ผิด
จากที่ได้อ่านอีกครั้งเกียวกับคำแถลงปิดคดี เน้นตรงนี้แล้วกัน
ที่ว่าท่านรู้และไม่ยับยั้งโครงการ อันเนื่องมาจากการ นำเสนอของฝ่ายค้านตอนนั้น
ผมขอยกเอา สิ่งที่คุณยิง่ลักษณ์แสดงเจตจำนงเรื่องการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตในโครงการนี้มาโดย ตลอด ไม่ได้นิ่งเฉยต่อคำท้วงติง
https://thaipublica.org/2017/08/plegd-rice-104/
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ซึ่งผมว่า
ท่านก็ทำในส่วนของท่านแล้ว แต่อย่างว่า ถ้ามันจะตรงส่วนไหนที่มีการ ทุจริตก็ต้องจัดการเป็นส่วนๆ นายกมีภาระหน้าที่เยอะ มีการมอบหมายงานให้แต่ละกระทรวงไปดูแล เค้าถึงตั้งกระทรวงมาโดยเฉพาะ ฉะนั้นจากสิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์แถลงต่อศาลนั้น ผมว่าถ้าเอาตามความเป้นจริงไม่อคติ ถ้าเป็นผมส่วนตัว ผมจะไม่เอาผิดคุณยิ่งลักษณ์ แต่การตัดสินของศาลผมไม่รู้จะออกมาแบบไหน แต่ที่สำคัญท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำ่นทำงานในตำแหน่งของท่าน ภาระหน้าที่ท่านมีเยอะ แล้วผมก็อยากร็เหมือนกันว่าศาลจะใช้วิธีไหนตัดสิน เราคงได้เห็นกันวันนั้น