สวัสดีทุกๆ คนที่เข้ามาอ่าน แนะนำตัวสั้นๆ เราเป็นคนเชียงราย เรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องราวสองปีก่อน ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ก็หางานทำเลย และได้งานในตัวเมืองเชียงราย แรกๆ เราเริ่มจากการอยู่หอพัก แต่ด้วยค่าเช่าแพงพอจะเช่าบ้านได้เป็นหลัง เลยตัดสินใจหาบ้านเช่า... ประมาณหนึ่งอาทิตย์เราก็หาได้ เป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นติดกัน อยู่ในซอย ถนนพ่อขุน ซึ่งคนเชียงรายน่าจะรู้จักกัน วันแรกที่ไปดูบ้าน ผู้เช่าคนเก่ากำลังย้ายออกพอดี บอกเหตุผลว่าย้ายไปอยู่หอเพื่อลดค่าใช้จ่าย บอกตามตรงบ้านนี่สกปรกมาก ฝุ่นเต็มไปหมด เหมือนไม่มีคนอยู่มาได้ซักพัก จังหวะหนึ่งที่เรากำลังก้าวขึ้นบันไดชั้นสองเพื่อดูชั้นบน ขนลุกถึงต้นคอเลย เหมือนคนเดินตามหลัง ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ระหว่างนั้นแฟน (เก่า) เขาก็ถ่ายรูปตัวบ้านเรื่อยๆ แต่รูปที่ถ่ายติดมาคือรูปที่เรากำลังเดินขึ้นบันไดอยู่นั้น มีเงาสีดำข้างหลัง เหมือนเป็นเงาตัวเอง แต่ถ้าดูจากทิศทางของแสง แสงมันทะลุผ่านมาจากบล็อกแก้วข้างหลังเรา แล้วเงานั่นคืออะไร (ทุกวันนี้ลบรูปนั้นไปเลยไม่กล้าเก็บไว้ในเครื่อง) จากนั้นเดินดูข้างบนบ้านกว้างใช้ได้ เลยตัดสินใจนัดวันมัดจำและเซ็นสัญญาเช่า และก็ถึงวันย้ายเข้าบ้านเช่า วันแรกบอกเลยวังเวงมาก บ้านใหญ่เกินไปสำหรับเรา เลยตัดสินใจชวนพ่อแม่มาอยู่ด้วยซะเลย เราอยู่ที่นั่น 8 เดือน ช่วงแรกๆ นั้นไม่มีอะไรผิดปกติ จนเริ่มจากเราก่อน เราคบกับแฟน (เก่า) มา 6 ปี เราไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน แทบไม่ทะเลาะกันเลยด้วยซ้ำ ช่วงหนึ่งแฟน (เก่า) ต้องไปทำงานต่างจังหวัด ประมาณหนึ่งเดือน เราก็อยู่บ้านเช่ากับพ่อแม่ จนใกล้คบ 1 เดือนแล้ว ระหว่างรอเขากลับ เรารู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียวในห้องนอน เหมือนมีคนจ้องตลอดเวลา แต่แล้วเราก็ต้องได้เลิกกลับแฟน (เก่า) เพราะเขามีคนอื่น ทั้งๆ เราก็รักกันดีอยู่ คืนนั้นเราร้องไห้ฟูมฟาย ทรมานเหมือนจะตาย สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม่บอกคืนนั้นจู่ๆ เราไปนั่งร้องไห้ที่บันไดอยู่คนเดียว ตอนนั้นกล้าพูดกับแม่เลยแทบไม่รู้ตัว หลังจากเลิกกับแฟน (เก่า) ไปได้ซักพัก เราก็รู้สึกแปลกกับตัวเอง เหมือนมีคนรออยู่บ้านหลังเลิกงาน เวลาอยู่ในห้องนอนเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว เหมือนมีคนคอยปลอบใจเราให้ดีขึ้นนอกจากพ่อแม่แล้ว มันไม่เหงาเหมือนคนอกหักทั่วไป จนมาถึงเรื่องที่แปลกกว่านั้นคือ ไฟบ้านเช่าดับ ซึ่งดับอยู่บ้านเราแค่หลังเดียว ทุกคนคงไม่เชื่อ ว่าวันนั้นหวยมันออกเลขที่บ้านเช่าพอดี หลังจากกลับมาจากที่ทำงาน จู่ๆ แม่ก็พูดเรื่องหวยแล้วบอกเราว่าขนลุก แม่เป็นคนมีอะไรจะไม่ค่อยบอกเราหรือครอบครัวค่ะ ยิ่งเป็นเรื่องเครียดๆ หลังจากนั้นได้พักใหญ่เราออกจากงาน แล้วออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ได้เจอกับแฟนคนปัจจุบัน เราตัดสินใจพาแฟนไปเจอพ่อแม่ที่บ้าน ครั้งแรกแฟนเข้ามาบ้านเจอเลยทันที จู่ๆ ประตูบ้านหนีบมืออักเสบไปหลายวัน แม่บอกเป็นเพราะไม่ไหว้เจ้าที่ก่อน ด้วยงานที่ทำไกลบ้าน เราจำเป็นย้ายไปอยู่กับแฟน บ้านเช่าเลยมีพ่อ แม่ น้อง อยู่กันสามคน เรื่องบ้านเช่าก็เกิดขึ้นกับน้องเราต่อจากนั้น น้องเราแอบมาเล่าให้ฟังเวลาเรากลับบ้าน น้องบอกเวลามันนั่งเล่นเกมส์อยู่ประตูห้องนอนชอบปิดเองแรงๆ บ่อยๆ (บอกเลยน้องมันเป็นคนชอบพูดเสียงดังมากเวลาเล่นเกมส์) ที่สำคัญมันบอกไม่ได้เปิดหน้าต่างหรือประตูหลังเลยด้วยซ้ำ จนมาถึงคราวพ่อของเรา แกชอบดูทีวี ซึ่งทีวีอยู่ข้างล่าง ก่อนนอนพ่อจะดูทีวีก่อนแล้วขึ้นไปนอน (พ่อเล่าหลังจากเราย้ายออกมาว่า) พ่อเห็นเหมือนน้องเดินเข้าห้องน้ำข้างล่าง พ่อไม่เอะใจอะไรดูทีวีต่อ พอพ่อจะขึ้นไปนอนก็สงสัยว่าน้องทำไมยังไม่ออกจากห้องน้ำ เลยไปเคาะประตู แต่ประตูไม่ได้ปิดสนิท พอเปิดดูตกใจมากคือไม่มีใครเข้าห้องน้ำตั้งแต่แรก พ่อบอกรีบวิ่งขึ้นไปหาแม่เลยทันที หลังจากเรากลับมาหาพ่อแม่ที่บ้านเช่า ทุกคนบอกอยากย้ายไปใกล้ที่ทำงานบวกค่าน้ำค่าไฟที่แพงขึ้นทุกเดือน เราตกลงย้ายกัน พรุ่งนี้เรากับแฟนจะหาบ้านเช่าหลังใหม่ คุยกันเสร็จเราก็เดินไปเขาห้องน้ำข้างบน จู่ๆ ก็มีคนมาบิดกลอนประตูห้องน้ำถี่ๆ คิดว่าน้องมันแกล้ง เพราะประตูห้องน้ำเสีย พอทำธุระเสร็จเดินลงไปข้างล่าง โวยวายใส่น้องมันทันที ทุกคนในบ้านมองหน้าแล้วดูงงๆ แม่บอกว่ายังไม่มีใครขึ้นไปข้างบนเลยนะ ด้วยความที่อยู่กันหลายคน ไม่กลัวเท่าไหร่ แต่คิดในใจแล้วล่ะ ว่าโดนแน่ อีกวันเรากับแฟนก็หาบ้านเช่าหลังใหม่กัน ระหว่างขับรถหาบ้านเช่า เราก็คุยแฟนว่าเรารู้สึกเหมือนมีคนรอเรากลับบ้านเช่าหลังนี้ และมีความรู้สึกว่ามีคนจ้องมองดูเราในบ้านตลอดเวลา ที่สำคัญความรู้สึกมันบอกได้เลยว่าไอ่ที่รอเราเขาไม่ชอบแฟนเราเลย แฟนเราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ยังไม่พอมาท้าทายอีก เราเป็นคนมีเซ้นส์พวกนี่อยู่นิดนึง แต่ไม่ใช่ความงมงาย โดยเถียงกับตัวเองมาตลอดว่าเราคิดมากไปรึเปล่า และประมาณสองอาทิตย์เราก็หาบ้านเช่าหลังใหม่ได้ ราคาดีกว่าและเป็นส่วนตัวกว่าเดิม ทุกคนก็ตกลงวันย้ายออกจากบ้านเช่าหลังเดิม เราใช้เวลา 2 วันในการย้ายของ เพราะต้องจัดของบ้านเช่าหลังใหม่ไปพร้อมๆ กัน แม่เราจึงตัดสินใจให้เรากับแฟนนอนเฝ้าของที่เหลือที่บ้านเช่าหลังเดิม เพื่อพร้อมย้ายออกวันพรุ่งนี้ ก่อนหน้านั้นเราได้โทรหาแม่ว่าลืมของไว้ในตู้อะไรรึเปล่า กลัวตกหล่น ก่อนวางสายแม่บอกออกจากบ้านนั้นพรุ่งนี้แล้วมีอะไรจะบอก เราคิดไว้แล้วว่าต้องเรื่องผี บังคับให้แม่บอกตอนนั้นเลย แต่แม่ก็ปัดว่าเป็นเรื่องอื่น และก็มาถึงคืนสุดท้ายของบ้านเช่าหลังนี้ เรากับแฟนเก็บข้าวของที่เหลือเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นไปพักผ่อน ก่อนนอนทุกอย่างปกติดี จนตื่นเช้ามาขนของขึ้นรถ ก่อนออกจากบ้านเช่า เราได้ยินเสียงไอ บนระเบียงบ้าน เราจึงแหงนขึ้นไปมองแต่ก็ไม่เห็นอะไร เราก็ถามแฟนว่าได้ยินเสียงอะไรมั้ย แฟนเราเงียบซักพักแล้วบอกว่าข้างบ้านมั้ง จนขับรถมาถึงบ้านเช่าหลังใหม่ ระหว่างจัดของ แฟนเราก็เล่าให้ฟังว่า ประมาณตีสาม แฟนเราเข้าห้องน้ำ และได้ยินเสียงแมวร้องเหมือนเด็กร้องไห้เลย ซักพักประตูเหล็กข้างล่างก็สั่น เหมือนมีคนมาเขย่าให้เปิด จนแฟนเราทนไม่ไหวกลัวเราตกใจตื่นมากลัว เลยเปิดประตูระเบียงหน้าบ้าน ตะโกนด่า "อะไรวะ? ใคร?" ซักพักเสียงก็เงียบไป จริงๆแฟนเราตัดสินใจจะเดินลงไปดู แต่ด้วยความเป็นห่วงเรา กลัวเราจะเจออะไรระหว่างที่นอนอยู่คนเดียว เลยเดินกลับมานอนต่อ แต่ก็นอนไม่หลับ ด้วยความโมโหจึงท้าทายไปหน่อย "ถ้ามีจริงก็ออกมมุมใดมุมหนึ่งให้เห็นกันไปเลย" แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระหว่างที่เล่าเรื่องหลังนั้นไปก็ถึงเวลาทานข้าวเย็นกัน พอแม่ได้ฟังเรื่องที่แฟนเล่ามา จู่ๆ แม่ก็พูดขึ้นมาว่า เรื่องที่แม่จะบอกก่อนออกจากบ้านหลังนั้น คือ บ้านข้างๆ น่ะ มีคนตาย เป็นลูกของเจ้าของบานข้างๆ น่ะแหละ เป็นผู้ชายยังวัยรุ่นอยู่เลย เขาผิดหวังกับความรัก แฟนผู้หญิงเขาทิ้งไปมีคนใหม่ เลยตัดสินใจแขวนคอในห้องนอน แม่บอกว่าเจ้าของบ้านข้างๆ น่ะแหละเป็นคนเล่าให้แม่ฟังเองว่าลูกเขาตายไปได้ไม่กี่เดือนก่อนเราจะย้ายเข้ามาอยู่ เราถึงกับแปลกใจในครั้งแรกที่มาดูบ้าน ว่าทำไมคนเช่ารายเดิมถึงไม่ทำความสะอาดบ้านเลย ปล่อยบ้านมีแต่ฝุ่น เพราะมีคนฆ่าตัวตายนั่นเอง หลังจากย้ายพ่อ แม่และน้องมาเช่าหลังใหม่ได้ซักพัก เราก็ทำบุญให้กับเขา แต่ก็ยังฝันเห็นบ้านหลังนั้นบ่อยๆ สุดท้ายนี้เราต้องขอโทษผู้ชายคนนั้นที่เอาเรื่องของเขามาเล่า
ปล.1 เจตนาที่เรามาเล่าในครั้งนี้ทุกคนคงได้อ่านถึงข้อความข้างบน ที่เราได้เลิกลากับแฟนเก่าเราไปนั้น เราเกิดความรู้สึกขอบคุณผู้ชายคนนั้น ที่ทำให้เรารู้สึกได้ทุกครั้ง ในช่วงเวลาที่เราอยู่ตัวคนเดียว มันไม่เหงาเลย ไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดที่คิด รู้สึกได้ถึงการปลอบโยน และที่สำคัญเราไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะทำร้ายหรือฆ่าตัวตายเลยซักนิดเดียว เราคิดว่าเขาอาจจะดลใจเราให้ไม่ทำแบบเขา หากเป็นอย่างที่คิด ขอให้ผลบุญที่เขาช่วยเหลือเรานำพาให้เขาอยู่ในภูมิภพที่ดีๆ
ปล.2 แม่เรายังติดใจอยู่อย่างหนึ่ง บ้านที่มีคนตายคือข้างบ้านเช่าเรา แต่แม่มีเซ้นส์อย่างหนึ่งว่าเป็นบ้านที่เราเช่าอยู่ เพราะจุดที่เขาฆ่าตัวตายคือห้องนอนเล็กข้างหลัง ซึ่งติดกับห้องนอนที่พ่อแม่นอนอยู่ เพียงแค่มีบันไดของบ้านข้างๆ กลั้นกลางอยู่เท่านั้น แม่บอกบนฝ้าเพดานข้างบนเหมือนถูกซ่อมแซมและไม่ได้ทำการทาสีอะไรเลย เหมือนถูกงัด รื้อถอนซักอย่าง ซึ่งแม่ยังเคืองใจอีกอย่างที่ว่า แม่ผู้ตายเขาเล่าว่าลูกเขาผูกคอตายที่กรงเหล็กหน้าต่าง แล้วแม่ผู้ตายยังเคบบอกอีกว่าครั้งแรกตั้งใจซื้อบ้านสองหลังคือหลังที่เขาอยู่กับหลังที่เราเช่า หรือแม่ผู้ตายกับเจ้าของบ้านปิดบังกันอยู่
ปล.3 แม่เราชอบมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าข้างบ้านอีกฝั่งหนึ่งชอบมาบ่นให้ฟังบ่อยๆ บ้านเช่าเรามีผีรึเปล่าว? เจ้าของบ้านไม่เคยทำบุญบ้านเลย ก่อนหน้าเราจะมาอยู่ เขาชอบได้ยินเสียงดังกุกๆ กักๆ ในบ้าน เขาบอกเขากลัว
ปล.4 บ้านเช่าหลังนี้ เจ้าของบ้านเป็นคนนิสัยแย่มาก เขาจะให้แม่ตัวเองเป็นคนดูแลเร่ื่องค่าเช่าแทน ใครที่คิดจะเช่าหรือกำลังเช่าอยู่พยายามใช้หลักฐานให้มาก ระวังตัวด้วย บอกตามตรงผียังไม่น่ากลัวเท่ากับคนเลยค่ะ เพราะวันที่เราออกจากบ้านมา ไม่ได้ค่ามัดจำคืนซักบาท แถมยังกล่าวหาเราว่าก่อนออกบ้านเราเปิดแอร์ไว้ทั้งวันทั้งคืน จึงไม่ยอมคืนเงินค่ามัดจำกันง่ายๆ เราเลยคิดว่าค่ามัดจำส่วนนั้น เราใช้สำหรับการทำบุญครั้งใหญ่ที่ทำให้ครอบครัวเราไม่เจอเรื่องที่แย่ๆมากไปกว่านี้ และปลอดภัยดีทุกคน
มีใครเช่าบ้านเลขที่ 522 บ้าง?
ปล.1 เจตนาที่เรามาเล่าในครั้งนี้ทุกคนคงได้อ่านถึงข้อความข้างบน ที่เราได้เลิกลากับแฟนเก่าเราไปนั้น เราเกิดความรู้สึกขอบคุณผู้ชายคนนั้น ที่ทำให้เรารู้สึกได้ทุกครั้ง ในช่วงเวลาที่เราอยู่ตัวคนเดียว มันไม่เหงาเลย ไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดที่คิด รู้สึกได้ถึงการปลอบโยน และที่สำคัญเราไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะทำร้ายหรือฆ่าตัวตายเลยซักนิดเดียว เราคิดว่าเขาอาจจะดลใจเราให้ไม่ทำแบบเขา หากเป็นอย่างที่คิด ขอให้ผลบุญที่เขาช่วยเหลือเรานำพาให้เขาอยู่ในภูมิภพที่ดีๆ
ปล.2 แม่เรายังติดใจอยู่อย่างหนึ่ง บ้านที่มีคนตายคือข้างบ้านเช่าเรา แต่แม่มีเซ้นส์อย่างหนึ่งว่าเป็นบ้านที่เราเช่าอยู่ เพราะจุดที่เขาฆ่าตัวตายคือห้องนอนเล็กข้างหลัง ซึ่งติดกับห้องนอนที่พ่อแม่นอนอยู่ เพียงแค่มีบันไดของบ้านข้างๆ กลั้นกลางอยู่เท่านั้น แม่บอกบนฝ้าเพดานข้างบนเหมือนถูกซ่อมแซมและไม่ได้ทำการทาสีอะไรเลย เหมือนถูกงัด รื้อถอนซักอย่าง ซึ่งแม่ยังเคืองใจอีกอย่างที่ว่า แม่ผู้ตายเขาเล่าว่าลูกเขาผูกคอตายที่กรงเหล็กหน้าต่าง แล้วแม่ผู้ตายยังเคบบอกอีกว่าครั้งแรกตั้งใจซื้อบ้านสองหลังคือหลังที่เขาอยู่กับหลังที่เราเช่า หรือแม่ผู้ตายกับเจ้าของบ้านปิดบังกันอยู่
ปล.3 แม่เราชอบมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าข้างบ้านอีกฝั่งหนึ่งชอบมาบ่นให้ฟังบ่อยๆ บ้านเช่าเรามีผีรึเปล่าว? เจ้าของบ้านไม่เคยทำบุญบ้านเลย ก่อนหน้าเราจะมาอยู่ เขาชอบได้ยินเสียงดังกุกๆ กักๆ ในบ้าน เขาบอกเขากลัว
ปล.4 บ้านเช่าหลังนี้ เจ้าของบ้านเป็นคนนิสัยแย่มาก เขาจะให้แม่ตัวเองเป็นคนดูแลเร่ื่องค่าเช่าแทน ใครที่คิดจะเช่าหรือกำลังเช่าอยู่พยายามใช้หลักฐานให้มาก ระวังตัวด้วย บอกตามตรงผียังไม่น่ากลัวเท่ากับคนเลยค่ะ เพราะวันที่เราออกจากบ้านมา ไม่ได้ค่ามัดจำคืนซักบาท แถมยังกล่าวหาเราว่าก่อนออกบ้านเราเปิดแอร์ไว้ทั้งวันทั้งคืน จึงไม่ยอมคืนเงินค่ามัดจำกันง่ายๆ เราเลยคิดว่าค่ามัดจำส่วนนั้น เราใช้สำหรับการทำบุญครั้งใหญ่ที่ทำให้ครอบครัวเราไม่เจอเรื่องที่แย่ๆมากไปกว่านี้ และปลอดภัยดีทุกคน