มีใครเคยอยู่ในสถานการณ์ที่หัวใจกับสมองกำลังต่อสู้กันบ้างคะ?

มีปัญหาอยากให้ช่วยคิดกันหน่อยค่ะ ตอนนี้เราสับสนมาก ไม่รู้จะไปทางไหนยังไงดี T.T

เมื่อประมาณหกเดือนก่อน เราได้รู้จักกับพี่คนนึงผ่านทางเพื่อนของเราค่ะ
ตอนแรกก็เป็นแค่กลุ่มเล่นเกมตีป้อมด้วยกันเฉยๆ มีพูดคุยกันแค่เฉพาะเวลารวมกลุ่มเล่นเกมแค่นั้น
ก็เป็นเพื่อนกันในเฟสบุ๊คด้วยค่ะ คือเหมือนถ้าใครไม่ออนเกม จะได้แชทไปตามตัวกันได้ง่ายๆ
บางครั้งก็มีการกวนโอ๊ยกันเองตามโพสต์ต่างๆ นัดกันไปสังสรรค์หลายครั้งพอสมควร
คือเป็นกลุ่มที่สนิทกันในระดับนึง แต่ก็ไม่ได้สนิทกันขนาดเพื่อนรักอะไรแบบนั้น

ทีนี้เมื่อประมาณเกือบสามเดือนก่อน เราได้คุยแชทกับพี่คนนึงบ่อยขึ้น
คือนอกจากตามตัวให้มาเล่นเกมแล้ว ก็จะมีคุยไร้สาระ ก.ต.กันไปมาแบบขำๆน่ะค่ะ
ตอนแรกเราก็ไม่ได้อะไร เฉยๆมากด้วย คิดว่ายังไงก็เพื่อนกัน เขาคงไม่ได้มาจีบเราหรอก
แต่ไปๆมาๆ ก็อย่างที่ทุกคนคิดค่ะ เค้าเริ่มทักเรามามากขึ้น เราก็คุยกับเค้ามากขึ้น มีไรก็เอาไปเม้าให้ฟัง
จนเราเริ่มรู้สึกตัวว่า เฮ้ย! แบบนี้มันคือสถานะที่เรียกว่า 'คนคุย' ป่ะ? ที่พี่เค้าทำอยุ่เรียกว่า 'จีบ' เรารึเปล่า? ฯลฯ

ตอนนั้นเรายังเฉยๆกับพี่เค้า เพราะขอบอกตามตรงนะคะ คือพี่เค้าไม่ได้ตรงเสป็คเราเลย แถมสูบบุหรี่ กินเหล้าหนัก
เพราะพี่เขาเนียนวิศวะ แล้วกลุ่มเพื่อนก็อยู่สายนี้กันเยอะ แต่คือเค้าเป็นคนดีจริงๆนะคะ พูดแบบไม่อวย คือเค้านิสัยดีจริงๆ
แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายพอเราไปปรึกษาเพื่อนว่าควรทำไงดี เราอยากรักษาระยะ แต่ก็ไม่อยากเสียเพื่อนเล่นเกมส์
คือเราคิดคำพูดนานมาก สุดท้ายวันนึงเราก็บอกพี่เค้าไปว่า
'พี่เป็นเพื่อนที่ดีค่ะ เรามาเป็นเพื่อนกันตลอดไปเถอะ!!! 55555555'
5555555555555 พิมไปแบบนี่จริงๆค่ะ เป๊ะๆเลย เหมือนจะอ้อมๆ แต่ก็แอบย้ำถึงเพดานความสัมพันธ์ชัดเจน
ตอนนั้นเราทำใจไว้แล้วค่ะว่า ถ้าพี่เขาเฟลแล้วเลิกจีบเลิกคุยกันไป เราจะไม่ว่า จะไม่โกรธด้วย
แต่ตอนนั้นวันต่อมา พี่เขาก็มาคุยปกติ เราเลยเริ่มวางใจค่ะ
คือตอนนั้นเราคิดแค่ว่า บอกไปแบบนั้นแล้วพี่เขายังเฉยๆ ก็แปลว่าพี่เขาคงไม่คิดอะไรนั่นแหละ คงคิดแค่เพื่อนจริงๆ
สรุป คือเรามโนไปเองว่าเค้ามาจีบค่ะ อย่าเอาไปบอกใครเชียวนะคะ! T.T

ผ่านช่วงนั้นไป เราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม
และโดยที่เราเองไม่รุ้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียวเลย ว่าเรากับพี่เขากำลังคุยกันมากขึ้นๆ ๆ ๆ
สุดท้าย...

มารู้ตัวอีกที [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
..........

จะหาว่าโรคจิตก็ได้นะคะ แต่เราค่อนข้างซีเรียสเรื่องความรัก เราจะคิดอะไรจุกจิกจู้จี้เยอะมากๆ
เช่น
1.)ไลฟ์สไตล์ค่ะ คือ นิสัยเราค่อนข้างจะติดหรู ส่วนพี่เขาติดดิน เราไม่ชอบอบายมุขทั้งหลาย แต่พี่เขาอยู่ในสังคมที่เรื่องแบบนี้คือปกติ

2.)คนที่บ้านเราค่อนข้างแอนตี้เรื่องการมีแฟนในวัยเรียน คือเรายังอายุ 19 แล้วเป็นน้องคนเล็กของบ้านด้วย
คนที่บ้านค่อนข้างจะห่วงเรามากค่ะ ขนาดพี่คนโตอายุมากกว่าเรา4ปี จะมีแฟนพี่ยังต้องแอบเลย แล้วสมมุติว่าเรามีจริงๆ
แฟนเราก็ต้องคบแบบหลบๆ แบบนี้ไม่มีใครทนได้แน่ๆค่ะ T.T

3.)การมีแฟนมันขัดต่อแผนการในอนาคตของเราค่ะ เราวางแผนไว้ว่าตะไปเวิร์คแอนด์ทราเวล หรือไปเรียนเมืองนอกซักปี
ซึ่งแผนแบบนี้คงไม่ดีต่อการมีแฟนเท่าไหร่

4.)อาจดูเว่อ แต่เวลารัก เราจะคิดไปถึงอนาคตที่ได้แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันเลยค่ะ แต่ความรักวัยรุ่นมันไม่มีทางสมหวังได้
มีแฟนไปตอนนี้สักวันก็ต้องเจ็บต้องเลิกอยู่ดี จะมีให้เจ็บเปล่าๆทำไม

5.)ปัญหาที่ตัวของเราเองค่ะ คือชีวิตตอนเด็กเราเจอเรื่องดราม่ามาค่อนข้างหนัก เราเคยต้องไปพบจิตรแพทย์ เรามีอารมณ์แปรปรวน
เรามีปัญหาหลายๆอย่างที่เรากลัวว่าเค้าจะรับไม่ได้ค่ะ จะเรียกว่าเป็นโรคจิตอ่อนๆก็ได้ค่ะ55555 แต่ไม่ได้เป็นบ่อยนะ!!!!

แล้วก็อีกสารพัดปัญหาที่เราขบคิดขึ้นมาเพื่อเตือนตัวเองว่าคนอย่างเราไม่สมควรมีแฟนจริงๆค่ะ
เรายังจำความรู้สึกตอนรักครั้งแรก หัวใจก็แตกสลาย~~ได้อยู่จนวันนี้ ตอนนั้นบ้าอยู่นานมาก ผิดมั้ยถ้าบอกว่าไม่อยากเจ็บอีก
^
^
^
นั่นคือความคิดครึ่งหนึ่งของเราค่ะ


ส่วนอีกครึ่งนึง นับวันเรายิ่งอยากชอบพี่เค้า อยากรักพี่เค้า ไม่สนแล้วว่าอะไรจะเป็นไง
ต่อให้ในอนาคตต้องเลิกกันไปก็ยังอยากจะรัก เราอาการหนักมากๆจนฝันถึงพี่เค้าบ่อยๆ
บางทีคุยๆกันอยู่ยังจินตนาการเลยว่าถ้ามาอยู่ข้างๆนะ อยากหยิกแก้ม อยากกอดแน่นๆ
อยากทำอาหารให้เค้ากิน(เราเรียนเชฟค่ะ5555) อยากโมโหใส่ในวันที่เป็นเมนส์ อยากแกล้งให้เลือกสีลิป
อยากลองใช้เวลาศึกษากันและกัน บลาๆๆๆ รวมถึงทั้งหมดทั้งมวลที่ไม่ได้กล่าวถึง เราอยากทำร่วมกับพี่เค้าทั้งหมดค่ะ!!!
เหตุผลข้อขัดแย้งต่างๆที่เคยนึกถึง มันดูไม่มีน้ำหนักขึ้นมาทันที



ตอนนี้เราสับสนมากๆเลยค่ะ มันเหมือนหัวใจกับสมองกำลังสู้กันอย่างรุนแรง T.T
ทางที่ถูกคือเชื่อสมองแล้วอดกลั้นความรู้สึก ทางที่อยากทำคือปล่อยไปตามหัวใจให้มันเป็นไป
ครั้งหนึ่งเราเคยเชื่อหัวใจไม่เลือกสมอง แล้วมันก็มีจุดจบเลวร้ายมาก
แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้น มันคนละสถานการณ์กันโดยสิ้นเชิง อย่าเอามาเทียบ
ให้ติดอยู่แบบนี้เราคงบ้าตายแน่ๆค่ะ ง่ายๆที่คิดได้ตอนนี้มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง

1.คุยกันไปเรื่อยๆ

2.เลิกคุยเพื่อตัดทุกอย่าง

จะทางไหนก็เครียดจริงๆค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่