ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกอัยการสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ที่ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท
คดีนี้ ป.ป.ช.ส่งสำนวนพยานหลักฐานจำนวน 5 ลัง 30 แฟ้ม รวมกว่า 4,000 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ยื่นให้อัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2557 และอัยการใช้เวลาประมาณ 7 เดือนในการสรุปสำนวนสั่งฟ้อง และได้นำสำนวนเอกสารร่วม 20 ลัง กว่า 60,000 แผ่น ยื่นฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2558
จากนั้นศาลฎีกาฯ ได้ตรวจหลักฐานของฝ่ายอัยการ และฝ่ายอดีตนายกฯ แล้วกำหนดไต่พยานอัยการ 14 ปาก ภายในเวลา 5 นัด เริ่มนัดแรกเมื่อวันที่ 15 ม.ค.2559 ส่วนพยานอดีตนายกฯ รวม 42 ปาก ภายในเวลา 16 นัด เริ่มตั้งวันที่ 1 เม.ย.2559
และวันที่ 21 ก.ค.2560 นี้ ศาลฎีกาฯ กำหนดวันนัดไต่สวนพยานจำเลย “นัดสุดท้าย”
ยิ่งใกล้วัน เหมือนกำหนดชี้ชะตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระชั้นชิดเข้ามา จึงไม่แปลกที่ระยะนี้จะเห็นไอ้ห้อย ไอ้โหน ออกมาเย้วๆ ร้องแรกแหกกระเชอ เบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่การระบายข้าวโดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินการโดยกรมการค้าต่างประเทศ
โดยเฉพาะกรณีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาล เพื่อระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค ปริมาณ 2.2 ล้านตัน ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2560 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดจำนวน 16 ราย ใน 157 คลัง ปริมาณ 2.12 ล้านตัน หรือ 96.36% ของปริมาณที่เปิดประมูลทั้งหมด มูลค่าที่เสนอซื้อประมาณ 11,465.90 ล้านบาท และมีการตัดสิทธิ์ผู้เข้าร่วมประมูลบางราย เนื่องจากขาดคุณสมบัติ กระทั่งมีการยื่นร้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลมีคำสั่งให้ชะลอการระบายเอาไว้ก่อน
อย่าหลงประเด็นนะครับ!!!
อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ โดนฟ้องที่ละเลย ไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ก็ต้องว่ากันตามกระบวนการทางกฎหมาย
กรมการค้าต่างประเทศ ตัดสิทธิ์ผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ไม่ให้เข้าร่วมประมูลข้าว ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้ว ขืนให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติได้เข้าไปร่วมประมูล กรมการต่างประเทศผิดเต็มๆ
แต่กรณีนี้พวกไอ้ห้อย ไอ้โหนตามที่ว่า ไปบิดเบี่ยงประเด็น ออกมาแหกปากให้ข่าวว่า การที่กรมการค้าต่างประเทศ “กล้า” ตัดสิทธิ์บริษัทรายดังกล่าว เพราะมีการแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายข้าว หรือ นบข. ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ว่าให้ไฟเขียว
ซวยสิครับแบบนี้ เพราะเมื่อใดที่มีการกล่าวหาว่ามีการอ้างชื่อ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน กระทรวงไหน ก็ต้องมีการรายงานข้อเท็จจริงต่อนายกฯ ให้รับทราบ
กลับมาที่กรณีการประมูลข้าวที่เป็นปัญหา เนื่องจาก กรมการค้าต่างประเทศ “ตัดสิทธิ์” บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ที่เสนอซื้อในราคาสูงสุด 74 คลัง ปริมาณรวม 5.25 แสนตัน
สาเหตุที่ต้องตัดสิทธิ์เนื่องจากตรวจสอบคุณสมบัติย้อนหลัง พบว่าบริษัทดังกล่าว “ขาดคุณสมบัติ” ในการเป็นผู้เสนอซื้อตั้งแต่ต้น โดยกรรมการในนิติบุคคลของบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด จำนวน 2 ราย เป็นจำเลยที่กระทำผิดสัญญาตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังโดยผ่านกลไกการผลิตและการตลาดปี 2536-2537
ซึ่งศาลฎีกาได้มี “คำพิพากษา” ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนแก่กรมการค้าต่างประเทศ แต่จนบัดนี้ ทั้งสองรายยังไม่ชำระหนี้เงินตามคำพิพากษาแต่อย่างใด ทำให้บริษัทเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้เสนอซื้อข้าวในสต็อกรัฐ
เคลียร์นะครับ... มีคดีติดตัว ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะร่วมงานกับภาครัฐอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าบริษัทรายดังกล่าวจะใหญ่โตมโหระทึก จนหลายๆ ฝ่ายต้องออกมาปกป้องและเบี่ยงประเด็นว่า เหมือนโดนกลั่นแกล้ง
มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า?.
อโณทัย ชุมไชยโย
http://www.thaipost.net/?q=node/32637
ขอบคุณผู้เขียนบทความค่ะ..





~มาลาริน~** ศึกข้าวที่ถูกบิดประเด็น
คดีนี้ ป.ป.ช.ส่งสำนวนพยานหลักฐานจำนวน 5 ลัง 30 แฟ้ม รวมกว่า 4,000 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ยื่นให้อัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2557 และอัยการใช้เวลาประมาณ 7 เดือนในการสรุปสำนวนสั่งฟ้อง และได้นำสำนวนเอกสารร่วม 20 ลัง กว่า 60,000 แผ่น ยื่นฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2558
จากนั้นศาลฎีกาฯ ได้ตรวจหลักฐานของฝ่ายอัยการ และฝ่ายอดีตนายกฯ แล้วกำหนดไต่พยานอัยการ 14 ปาก ภายในเวลา 5 นัด เริ่มนัดแรกเมื่อวันที่ 15 ม.ค.2559 ส่วนพยานอดีตนายกฯ รวม 42 ปาก ภายในเวลา 16 นัด เริ่มตั้งวันที่ 1 เม.ย.2559
และวันที่ 21 ก.ค.2560 นี้ ศาลฎีกาฯ กำหนดวันนัดไต่สวนพยานจำเลย “นัดสุดท้าย”
ยิ่งใกล้วัน เหมือนกำหนดชี้ชะตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระชั้นชิดเข้ามา จึงไม่แปลกที่ระยะนี้จะเห็นไอ้ห้อย ไอ้โหน ออกมาเย้วๆ ร้องแรกแหกกระเชอ เบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่การระบายข้าวโดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินการโดยกรมการค้าต่างประเทศ
โดยเฉพาะกรณีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาล เพื่อระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค ปริมาณ 2.2 ล้านตัน ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2560 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดจำนวน 16 ราย ใน 157 คลัง ปริมาณ 2.12 ล้านตัน หรือ 96.36% ของปริมาณที่เปิดประมูลทั้งหมด มูลค่าที่เสนอซื้อประมาณ 11,465.90 ล้านบาท และมีการตัดสิทธิ์ผู้เข้าร่วมประมูลบางราย เนื่องจากขาดคุณสมบัติ กระทั่งมีการยื่นร้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลมีคำสั่งให้ชะลอการระบายเอาไว้ก่อน
อย่าหลงประเด็นนะครับ!!!
อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ โดนฟ้องที่ละเลย ไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ก็ต้องว่ากันตามกระบวนการทางกฎหมาย
กรมการค้าต่างประเทศ ตัดสิทธิ์ผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ไม่ให้เข้าร่วมประมูลข้าว ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้ว ขืนให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติได้เข้าไปร่วมประมูล กรมการต่างประเทศผิดเต็มๆ
แต่กรณีนี้พวกไอ้ห้อย ไอ้โหนตามที่ว่า ไปบิดเบี่ยงประเด็น ออกมาแหกปากให้ข่าวว่า การที่กรมการค้าต่างประเทศ “กล้า” ตัดสิทธิ์บริษัทรายดังกล่าว เพราะมีการแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายข้าว หรือ นบข. ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ว่าให้ไฟเขียว
ซวยสิครับแบบนี้ เพราะเมื่อใดที่มีการกล่าวหาว่ามีการอ้างชื่อ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน กระทรวงไหน ก็ต้องมีการรายงานข้อเท็จจริงต่อนายกฯ ให้รับทราบ
กลับมาที่กรณีการประมูลข้าวที่เป็นปัญหา เนื่องจาก กรมการค้าต่างประเทศ “ตัดสิทธิ์” บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ที่เสนอซื้อในราคาสูงสุด 74 คลัง ปริมาณรวม 5.25 แสนตัน
สาเหตุที่ต้องตัดสิทธิ์เนื่องจากตรวจสอบคุณสมบัติย้อนหลัง พบว่าบริษัทดังกล่าว “ขาดคุณสมบัติ” ในการเป็นผู้เสนอซื้อตั้งแต่ต้น โดยกรรมการในนิติบุคคลของบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด จำนวน 2 ราย เป็นจำเลยที่กระทำผิดสัญญาตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังโดยผ่านกลไกการผลิตและการตลาดปี 2536-2537
ซึ่งศาลฎีกาได้มี “คำพิพากษา” ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนแก่กรมการค้าต่างประเทศ แต่จนบัดนี้ ทั้งสองรายยังไม่ชำระหนี้เงินตามคำพิพากษาแต่อย่างใด ทำให้บริษัทเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้เสนอซื้อข้าวในสต็อกรัฐ
เคลียร์นะครับ... มีคดีติดตัว ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะร่วมงานกับภาครัฐอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าบริษัทรายดังกล่าวจะใหญ่โตมโหระทึก จนหลายๆ ฝ่ายต้องออกมาปกป้องและเบี่ยงประเด็นว่า เหมือนโดนกลั่นแกล้ง
มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า?.
อโณทัย ชุมไชยโย
http://www.thaipost.net/?q=node/32637
ขอบคุณผู้เขียนบทความค่ะ..