หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน ไม่ใช่อะไร ไปรักษาสิวอยู่ เพราะหน้าแหก แบบสิวผุด สิวอักเสบ
สิวอุดตัน ทั้งแก้ม ทั้งคาง ยุบยิบยับไปหมด
วันนี้อาการสิวเริ่มดีขึ้น เลยอยากเอาเทคนิคกับของดีที่ใช้อยู่มาแบ่งปันให้คนอื่นได้ใช้บ้าง
ยังไงก็ฟังหูไว้หูนะ เราใช้แล้วดี ใช้แล้วชอบ ก็เลยอยากเอามาบอกต่อ เผื่อมีใครอยากลองแล้วจะติดใจเหมือนกัน
มาดูรูป Before - After กันก่อน อาจจะไม่ได้เป็นสิวรุนแรงแบบผุดมีหนองเต็มหน้า อันนั้นเราว่าไปหาหมอเถอะ อย่ามาลองผิดลองถูกอะไรเลย

รูป Before นี่คือหลายเดือนก่อน จำไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ คือมันเป็นสิวแบบ เหมือนสิวอุดตัน แล้วพอบีบๆกดๆ มันก็จะอักเสบเหมือนสิวหนองก็ต้องหาแผ่นแปะสิวมาแปะ เอาคอนซีลเลอร์โปะ คือมันน่ารำคาญไง แบบขึ้นไม่หยุด แผลเก่าหายไป กลายเป็นมีสิวใหม่ขึ้นมาอีก
ส่วนรูป After อันนี้เพิ่งถ่ายเมื่อ 2 - 3 วันก่อน ต้องบอกว่า มันก็จะมีสิวขึ้นบ้างประปรายเวลาที่เหมือน ปจด จะมา แต่ก็รักษาเยียวยาตัวเองไป เดี๋ยวก็ยุบ ตอนนี้ก็ยังมีรอยอยู่บ้าง เป็นรอยแดงๆ กับรูขุมขนที่ใหญ่เหลือเกิน เมื่อก่อนเคยเลเซอร์เพราะอยากให้รูขุมขนเล็กลง แต่กลายเป็นหน้าบาง ทำไปนานๆ เอ๊ะ ทำไมเจ็บ เลยเลิก ตอนนี้ก็เลยไปทำสปาหน้า ทรีตเมนท์เดือนละครั้ง เอาแค่พอให้ผ่อนคลาย ส่วนผลที่ได้นั้น ไม่หวังอะไรเลยจริงๆ
ปัญหาผิวของเรา : เราเป็นคนผิวผสม สังเกตุได้จากช่วง Tzone หน้าผาก จมูก คาง มันมากจ้า ไม่ถึงครึ่งวัน อ้าว เยิ้มมมมมมมม
ส่วนช่วงแก้มนั้น ผิวแห้งจ๊ะ แห้งแบบเป็นขุยๆ ทาแป้งแล้วเห็นเลยว่าเป็นขุย ยิ่งช่วงไหนใช้พวกยาแต้มสิวมากๆ ขุยมาพรึ่บ บางทีก็เป็นดวงขาวๆเลย ตั้งแต่รู้ตัวว่าเป็นลูกครึ่ง ผิวแห้งมาก กับผิวมันมาก ก็เลยเริ่มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองให้ดีขึ้น
Skin Care แบบ Step by Step : อันนี้ออกตัวก่อนว่าขอเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการบำรุงผิวไปยันแป้งรองพื้น และที่เช็ดเครื่องสำอางเลยละกันเนอะ
Step 1 : โฟมล้างหน้า
จริงๆแล้วที่ประทับใจและใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานมีอีกตัวคือ

ขอบคุณรูปจาก Google ค่า
โฟมล้างหน้าของ Mentholatum ต้องสูตร C&E ด้วยนะ เคยใช้สูตร cool ไม่โอเคร แล้วก็ต้องแบบหลอดด้วย แบบฟองไม่โอเคร

แต่ตอนนี้ตัวที่เลิฟๆ และตุนอยู่คือ โฟมล้างหน้าเต้าหู้ SANA ตัวนี้เลย มี 2 สูตร ชอบหมด
ฝั่งซ้ายเลิฟกว่า ตรงที่เข้มข้นกว่า นุ่มกว่า ส่วนข้างขวา ถือว่าใกล้เคียงแต่เบากว่า
สิ่งที่เลิฟ : เราเป็นคนหน้ามัน แล้วแต่งหน้าเกือบทุกวัน เคยลองมาหมดแล้วที่เค้าบอกว่า โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ล้างแล้วต้องไม่เอี๊ยด
คือจะให้พูดไงดี คือเราหน้ามัน แล้วมันเป็นความรู้สึกอ่ะว่าล้างหน้าแล้วหน้าต้องสะอาด ก็เลยชอบแบบเอี๊ยดๆ ล้างแล้วหน้าแห้งจริงจัง
ตัว Mentholatum ก็เอี๊ยดนะ แต่ว่าอันนี้มันนุ่มกว่า เลยชอบมากกว่า ที่บ้านก็ยังมีตัว C&E แหละ เป็นหลอดเล็ก พกไว้ไป ตจว
สรุปคือ ดี ชอบ ใช้แล้วหน้าแห้ง สะอาด แต่อาจจะเป็นสาเหตุให้ผิวหนังหลั่งน้ำมันออกมาได้ เพราะหน้ามันแห้งไป
Step 2 : Toner น้ำเกลือ Clean & Kare

ขอบคุณรูปจาก Google ค่า
อันนี้เราว่าใครๆก็มี เราใช้เป็น Toner เช็ดทำความสะอาดอีกครั้งหลังจากใช้โฟมล้างหน้า เผื่อว่าจะล้างออกไม่หมด
สิ่งที่เลิฟ : อันนี้คุ้มสุด เพราะล้างคอนแทคเลนส์ก็ได้ ใช้เป็น Toner ราคาประหยัดก็ได้ แถมได้ความรู้สึกสมานแผล สมานผิว
พวกสิวอักเสบก็เหมือนจะแห้งลง
สรุปคือใช้เก็บพวกสิ่งสกปรกหลังล้างหน้าทั้งเช้าและก่อนนอน ก็เหมือนว่าจะช่วยให้สะอาดขึ้น
Step 3 : น้ำตบบำรุงผิว รักษาผิว ป้องกันหน้าเหี่ยว

คือแหม อายุเยอะขึ้น นอกจากสิวยังไม่หายแล้ว หน้ายังจะแก่อีกจ้า คือ อายุไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขแล้วสมัยนี้ มันมาพร้อมกับรอยตีนกา
และรูขุมขนที่ขยายกว้างกว่าเดิม คือผิวดูไม่เด็กแล้ว ยิ่งส่องใกล้ๆจะรู้เลยว่าหน้าอิชั้นนั้นแก่ขึ้นมากแล้วจริงๆ
ตัวซ้าย ใครๆก็รู้จักเนอะ Plankton จาก Biotherm คือดังมากกกกก ขนาดเพื่อนมาแนะนำให้ใช้ ขอร้อง เอาเทสเตอร์มาให้ลอง
สิ่งที่เลิฟ : คือใช้แล้วก็โอเค รู้สึกดี แม้ใช้แรกๆจะยังไม่คุ้นกับกลิ่น ก็จะรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติหน่อยๆประหนึ่งอยู่ในท้องทะเลลึก
สิ่งที่ดีอีกอย่างคือ ไม่เป็นสิวจ้า ตอนซื้อนี่ทำสัญญากับเพื่อนไว้เลยว่าถ้ากุแพ้ เมิงรับซื้อเลยนะ ใช้แล้วเบาบาง ไม่มัน ตบแปปๆหายไปเลย
ข้อเสียคือ อิชั้นไม่เคยซื้อ shop ในไทยเลยจ้า ซื้อแบบลดราคาที่สนามบินตลอดดดดด หิ้วไปแล้วก็หิ้วกลับ พอตอนที่มันเกลี้ยงแล้วไม่ได้บิน ก็เลยเปลี่ยนใจไปใช้อันขวาแทน
ตัวขวา Drop of Youth ของ Body Shop ตัวนี้เป็น Essence Lotion เบาบางคล้ายกับตัวขวา แต่จะหนืดๆกว่านิดหน่อย
สิ่งที่เลิฟ : ใช้แล้วรู้สึกเหมือนกับตัวซ้ายเลย คือเบาบาง ซึมง่าย เข้าผิวไปเลยจ้า ไม่มัน และที่สำคัญไม่เป็นสิว บอกก่อนว่าตัวนี้ไม่ใช่ตัว Top นะคะ มีอีกตัวซึ่งน่าจะได้ผลดีกว่า และแพงกว่า แต่ตอนนั้นอิชั้นกลัวหน้าจะแหกไง คือเสียตังซื้อไปแล้ว ถ้าแพ้แบบไม่ถูกกัน จะเสียตังและเสียใจ เลยถอยตัวนี้มาแทน แต่ก็เช่นกัน ลด 20% ที่ shop จ๊ะ เลยได้มา ส่วนใครไปได้โปรถูกกว่านี้ก็ จุ๊ๆ นะคะ ไม่ต้องมาบอกกัน มันเสียจุย
Step 4 : เซรั่มลดรอยดำสิว ลดสิว Creamdelatex

จริงๆตัวนี้เค้าบอกให้ทาหลังล้างหน้า ก่อนใช้ตัวอื่น แต่อิชั้นนั้นก็ดื้อแพ่ง คือเอาตามความรู้สึก ชั้นว่ามันน่าจะลงตัวที่เบาบางแบบสุดๆก่อน ซึ่งก็น่าจะคือพวกน้ำตบ ก็เลยย้ายตัวนี้มาอยู่อันดับ 2 แทน
สิ่งที่เลิฟ : แม้ว่าจะเป็นเซรั่ม แต่เนื้อไม่ใช่เซรั่มใสๆนะ เป็นเนื้อสีขาวขุ่นๆ เหมือนจะข้นแต่ไม่ข้น งงป่ะ เออ งง เนื้อมันก็จะออกคล้ายเหมือนเป็นเนื้อครีมหน่อยๆ ซื้อมาเพราะเพื่อนบอกว่าใช้ดี มีแต่คนทักว่าหน้าใส เอ๊อ น่าสนใจ แล้วพอไปอ่านๆดู ก็ดันไปเจอว่ามันมีพวก AHA BHA ที่มาจากธรรมชาติ เลยยิ่งน่าสน เพราะปกติก็ใช้ 2% BHA ของป้าพอลล่าอยู่แล้ว อันนี้น่าจะเวิร์ค อาจจะช่วยเรื่องสิวอุดตันได้เหมือนกัน เพราะอันนั้นใช้แล้วหน้าแห้ง (ไว้เดี๋ยวเล่า เอามาฝากใน Step ต่อๆไป) หลังจากใช้แล้วก็รู้สึกว่าหน้ามันน้อยลง สิวอักเสบแห้งดี สิวอุดตันโผล่ขึ้นมาบ้าง แต่ก็พอรับได้ เพราะเคยใช้ BHA อยู่ก่อน ก็เลยพอจะรู้ว่าใช้แล้วเป็นยังไง รอยสิวดำๆหลังแผลแห้งก็ไม่ค่อยมี มีแต่รอยแดงๆของแผลใหม่ๆ
สรุปคือ ดี ชอบ ลดสิวได้จริง โดยเฉพาะสิวอุดตัน ใช้แล้วหน้าไม่ค่อยแห้งเหมือนใช้ AHA BHA ตัวอื่นๆ ถือว่าโอเค
Step 5 : น้ำตบบำรุงกันหน้าแห้ง Hada Labo Premium สีทอง

อันนี้เห็นในโฆษณาวันก่อนว่าที่ไทยจะมีขายแล้ว ส่วนอันนี้ที่ถืออยู่ซื้อมาจาก Japan คือใช้ Hada Labo มาหลายขวด ไอขวดที่ใสๆสีขาวๆ ไม่ใช่ arbutin นะ อันนั้นกลัวสิวขึ้น ใช้มาก็ว่ามันดีแล้ว ไปเจออันนี้ที่ญี่ปุ่น เอ้ยยย ดีกว่า
สิ่งที่เลิฟ : หนืดกว่าสีขาว รู้สึกทาแล้วอยู่บนหน้านานกว่า ชุ่มชื่นมากกว่า เหมาะกับคนผิวแห้งแบบไม่มาก ถ้าแห้งผากก็ไม่แนะนำเหมือนกัน
สรุปคือดีกว่าสีขาวเยอะ อันนั้นเหมือนไม่ได้ทา ทาแล้ววาบบบบบบบหายไปเลยจ้า หน้าแห้งเหมือนเดิม
Step 6 : ครีมบำรุงผิวเหมาะกับคนผิวแห้งสุดๆ Curel Moisture Cream

อันนี้ก็ซื้อจากญี่ปุ่น เหตุเกิดจากอยากได้เวชสำอางของญี่ปุ่นที่ไม่มีในบ้านเรา ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ได้เอาเข้ามาขายจิงๆ เสริชไปเจอตัวนี้เลยได้มาลอง จิงๆมันมีอีกอันนะที่แบบแพงกว่า เข้มข้นกว่า กระปุกแบนกว่า อันนั้นน่าจะเหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ ซึ่งก็ยังไม่ได้ลอง
สิ่งที่เลิฟ : เหมาะมากกกกก เวลาไปเมืองนอก หรือเวลาที่ผิวแห้งแบบไม่มีสาเหตุ อาจจะเพราะนอนห้องแอร์ เพราะใช้ยาแต้มสิวเยอะไป ช่วยได้มาก ใช้แล้วรู้สึกดี เพราะไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี เป็นครีมขาวๆเลย แต่ส่วนใหญ่ใช้ทากลางคืนก่อนนอน ไม่ก็ทากลางวัน แต่แต้มแค่บริเวณที่มันแห้งๆ เคยลองแบบทาทั้งหน้าตอนเช้า สรุปคือ เยิ้ม หน้ามันจ้า
มีอะไรจะบอก ที่ซื้อมาคืออ่านไม่ออกเลยคิดว่าใช้กับหน้าได้ พอมาอ่านที่ฉลากเมืองไทย เขียนว่าใช้กับ body อึ้งไปเลย ใช้ไปจะครึ่งกระปุกละ แต่ตอนนี้ก็ยังใช้กับหน้าอยู่ดี 555
Step 7 : ลดสิวอุดตันมือฉมัง 2% BHA Paula Choice

ตัวนี้ดังเหลือเกิน ใช้มาหลายแบบแล้วเช่นกัน ทั้ง toner ทั้ง BHA แบบน้ำ ก็รู้สึกว่าดีง แต่ตอนนี้ที่ยังมีอยู่คือตัวนี้เลย
สิ่งที่เลิฟ : มันช่วยลดความมันกับลดพวกสิวอุดตันได้ดีเลย สิวอุดตันจะโผล่มาเป็นเม็ดแข็งๆให้บีบได้ สะใจอิช้อยนัก แต่ว่าเวลาทาจะต้องทาคู่กับ Hada สีทอง ลง 2% BHA พอแห้งแล้วค่อยทับด้วย Curel คือมันดี แต่มันทาแล้วยิบๆๆๆๆๆเลย หลังๆเลยใช้สูตรนี้ก็รู้สึกว่าดีขึ้น ยิบน้อยลง หน้าแห้งน้อยลง ไม่ค่อยเป็นขุยแล้ว เมื่อก่อนใช้ตัวเดียว หน้าเป็นขุยเลยจ้า แต่เราไม่ได้ใช้ทุกวันนะ ไม่ไหว ส่วนใหญ่ใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ไม่ก็วันเว้นวัน ถ้าช่วงไหนสิวขึ้นเยอะหน่อย
สรุปคือ ดี ดูเหมือนจะแพง แต่ใช้ได้นานมากกกกก คุ้มเหลือเกิน ลืมบอก มันมีวันหมดอายุอยู่ข้างๆ ค่อนข้างสั้นเหมือนกัน ใช้แล้วต้องคอยดูดีๆ
Step 8 : ยาทาสิว Benzac & Differin

อันนี้ไม่ขอพูดมากละกัน เพราะทุกคนน่าจะรู้สึกอยู่แล้ว ยาสามัญประจำบ้านของคนเป็นสิวเกือบทุกคน
Benzac อันล่าง เราใช้ก่อนล้างหน้า ใช้แค่ 2.5% เพราะว่าเคยใช้ 5% แล้วหน้าแหก แสบ แดง พังจ้า เลยใช้แค่นี้ก็พอ ทาทิ้งไว้สัก 15 - 30 นาที ดูทีวีนานหน่อยก็เลย แล้วค่อยไปล้างออก ข้อเสียคือ เสื้อชั้นพังไปหลายตัวแล้วจ้า กัดสีด่างหมด ตอนนี้เวลาใช้ก็ต้องระวัง ทาครีมแล้วมานั่งเล่นก็ต้องไปล้างมือเด้อ
Differin อันบน อันนี้ใช้แต้มก่อนนอน เพราะทาแล้วไม่โดนแดดนะจ๊ะ เดี๋ยวหน้าจะไหม้เอา ทำไมต้องใช้ เพราะใช้ retin a แล้วหน้าแห้งเช่นกันจ้า แดง แสบ สงสัยจะไม่เหมาะกัน เลยต้องใช้ของแพงเช่นนี้แล ตัวนี้ก็ไม่ทาทั่วหน้านะ ทาแค่บริเวณที่เป็นสิวก็พอ เดี๋ยวหน้าจะลอกเอา
Step 9 : Spray น้ำแร่ La Roche Posay

อันนี้ก็เช่นกัน ไม่น่ามีใครไม่รู้จัก เอาไว้พ่นสวยๆดูไฮโซ ขวดใหญ่ขนาดนี้อิชั้นเอาไว้ที่บ้านค่ะ ไว้ฉีดให้ผิวชุ่มๆก่อนแต่งหน้า ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อฉีดแล้วเครื่องสำอางจะติดคงทน ซึ่งเอาจริงๆ ได้ผลทางจิตใจตอนฉีดมากกว่า เพราะว่ามันเย็น สบายยยยย มากกกกกก
ชื่อสินค้า: clean&kare, Mentholatum, SANA, Creamdelatex, benzac, differin, Hadalabo, larocheposay, biotherm, bodyshop, Biore, Allie
คะแนน:
[CR] ระเบิดกรุ Skincare Step by Step ของคนเป็นสิว ผิวมัน แต่หน้าดันแห้ง
สิวอุดตัน ทั้งแก้ม ทั้งคาง ยุบยิบยับไปหมด
วันนี้อาการสิวเริ่มดีขึ้น เลยอยากเอาเทคนิคกับของดีที่ใช้อยู่มาแบ่งปันให้คนอื่นได้ใช้บ้าง
ยังไงก็ฟังหูไว้หูนะ เราใช้แล้วดี ใช้แล้วชอบ ก็เลยอยากเอามาบอกต่อ เผื่อมีใครอยากลองแล้วจะติดใจเหมือนกัน
มาดูรูป Before - After กันก่อน อาจจะไม่ได้เป็นสิวรุนแรงแบบผุดมีหนองเต็มหน้า อันนั้นเราว่าไปหาหมอเถอะ อย่ามาลองผิดลองถูกอะไรเลย
รูป Before นี่คือหลายเดือนก่อน จำไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ คือมันเป็นสิวแบบ เหมือนสิวอุดตัน แล้วพอบีบๆกดๆ มันก็จะอักเสบเหมือนสิวหนองก็ต้องหาแผ่นแปะสิวมาแปะ เอาคอนซีลเลอร์โปะ คือมันน่ารำคาญไง แบบขึ้นไม่หยุด แผลเก่าหายไป กลายเป็นมีสิวใหม่ขึ้นมาอีก
ส่วนรูป After อันนี้เพิ่งถ่ายเมื่อ 2 - 3 วันก่อน ต้องบอกว่า มันก็จะมีสิวขึ้นบ้างประปรายเวลาที่เหมือน ปจด จะมา แต่ก็รักษาเยียวยาตัวเองไป เดี๋ยวก็ยุบ ตอนนี้ก็ยังมีรอยอยู่บ้าง เป็นรอยแดงๆ กับรูขุมขนที่ใหญ่เหลือเกิน เมื่อก่อนเคยเลเซอร์เพราะอยากให้รูขุมขนเล็กลง แต่กลายเป็นหน้าบาง ทำไปนานๆ เอ๊ะ ทำไมเจ็บ เลยเลิก ตอนนี้ก็เลยไปทำสปาหน้า ทรีตเมนท์เดือนละครั้ง เอาแค่พอให้ผ่อนคลาย ส่วนผลที่ได้นั้น ไม่หวังอะไรเลยจริงๆ
ปัญหาผิวของเรา : เราเป็นคนผิวผสม สังเกตุได้จากช่วง Tzone หน้าผาก จมูก คาง มันมากจ้า ไม่ถึงครึ่งวัน อ้าว เยิ้มมมมมมมม
ส่วนช่วงแก้มนั้น ผิวแห้งจ๊ะ แห้งแบบเป็นขุยๆ ทาแป้งแล้วเห็นเลยว่าเป็นขุย ยิ่งช่วงไหนใช้พวกยาแต้มสิวมากๆ ขุยมาพรึ่บ บางทีก็เป็นดวงขาวๆเลย ตั้งแต่รู้ตัวว่าเป็นลูกครึ่ง ผิวแห้งมาก กับผิวมันมาก ก็เลยเริ่มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองให้ดีขึ้น
Skin Care แบบ Step by Step : อันนี้ออกตัวก่อนว่าขอเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการบำรุงผิวไปยันแป้งรองพื้น และที่เช็ดเครื่องสำอางเลยละกันเนอะ
Step 1 : โฟมล้างหน้า
จริงๆแล้วที่ประทับใจและใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานมีอีกตัวคือ
ขอบคุณรูปจาก Google ค่า
โฟมล้างหน้าของ Mentholatum ต้องสูตร C&E ด้วยนะ เคยใช้สูตร cool ไม่โอเคร แล้วก็ต้องแบบหลอดด้วย แบบฟองไม่โอเคร
แต่ตอนนี้ตัวที่เลิฟๆ และตุนอยู่คือ โฟมล้างหน้าเต้าหู้ SANA ตัวนี้เลย มี 2 สูตร ชอบหมด
ฝั่งซ้ายเลิฟกว่า ตรงที่เข้มข้นกว่า นุ่มกว่า ส่วนข้างขวา ถือว่าใกล้เคียงแต่เบากว่า
สิ่งที่เลิฟ : เราเป็นคนหน้ามัน แล้วแต่งหน้าเกือบทุกวัน เคยลองมาหมดแล้วที่เค้าบอกว่า โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ล้างแล้วต้องไม่เอี๊ยด
คือจะให้พูดไงดี คือเราหน้ามัน แล้วมันเป็นความรู้สึกอ่ะว่าล้างหน้าแล้วหน้าต้องสะอาด ก็เลยชอบแบบเอี๊ยดๆ ล้างแล้วหน้าแห้งจริงจัง
ตัว Mentholatum ก็เอี๊ยดนะ แต่ว่าอันนี้มันนุ่มกว่า เลยชอบมากกว่า ที่บ้านก็ยังมีตัว C&E แหละ เป็นหลอดเล็ก พกไว้ไป ตจว
สรุปคือ ดี ชอบ ใช้แล้วหน้าแห้ง สะอาด แต่อาจจะเป็นสาเหตุให้ผิวหนังหลั่งน้ำมันออกมาได้ เพราะหน้ามันแห้งไป
Step 2 : Toner น้ำเกลือ Clean & Kare
ขอบคุณรูปจาก Google ค่า
อันนี้เราว่าใครๆก็มี เราใช้เป็น Toner เช็ดทำความสะอาดอีกครั้งหลังจากใช้โฟมล้างหน้า เผื่อว่าจะล้างออกไม่หมด
สิ่งที่เลิฟ : อันนี้คุ้มสุด เพราะล้างคอนแทคเลนส์ก็ได้ ใช้เป็น Toner ราคาประหยัดก็ได้ แถมได้ความรู้สึกสมานแผล สมานผิว
พวกสิวอักเสบก็เหมือนจะแห้งลง
สรุปคือใช้เก็บพวกสิ่งสกปรกหลังล้างหน้าทั้งเช้าและก่อนนอน ก็เหมือนว่าจะช่วยให้สะอาดขึ้น
Step 3 : น้ำตบบำรุงผิว รักษาผิว ป้องกันหน้าเหี่ยว
คือแหม อายุเยอะขึ้น นอกจากสิวยังไม่หายแล้ว หน้ายังจะแก่อีกจ้า คือ อายุไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขแล้วสมัยนี้ มันมาพร้อมกับรอยตีนกา
และรูขุมขนที่ขยายกว้างกว่าเดิม คือผิวดูไม่เด็กแล้ว ยิ่งส่องใกล้ๆจะรู้เลยว่าหน้าอิชั้นนั้นแก่ขึ้นมากแล้วจริงๆ
ตัวซ้าย ใครๆก็รู้จักเนอะ Plankton จาก Biotherm คือดังมากกกกก ขนาดเพื่อนมาแนะนำให้ใช้ ขอร้อง เอาเทสเตอร์มาให้ลอง
สิ่งที่เลิฟ : คือใช้แล้วก็โอเค รู้สึกดี แม้ใช้แรกๆจะยังไม่คุ้นกับกลิ่น ก็จะรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติหน่อยๆประหนึ่งอยู่ในท้องทะเลลึก
สิ่งที่ดีอีกอย่างคือ ไม่เป็นสิวจ้า ตอนซื้อนี่ทำสัญญากับเพื่อนไว้เลยว่าถ้ากุแพ้ เมิงรับซื้อเลยนะ ใช้แล้วเบาบาง ไม่มัน ตบแปปๆหายไปเลย
ข้อเสียคือ อิชั้นไม่เคยซื้อ shop ในไทยเลยจ้า ซื้อแบบลดราคาที่สนามบินตลอดดดดด หิ้วไปแล้วก็หิ้วกลับ พอตอนที่มันเกลี้ยงแล้วไม่ได้บิน ก็เลยเปลี่ยนใจไปใช้อันขวาแทน
ตัวขวา Drop of Youth ของ Body Shop ตัวนี้เป็น Essence Lotion เบาบางคล้ายกับตัวขวา แต่จะหนืดๆกว่านิดหน่อย
สิ่งที่เลิฟ : ใช้แล้วรู้สึกเหมือนกับตัวซ้ายเลย คือเบาบาง ซึมง่าย เข้าผิวไปเลยจ้า ไม่มัน และที่สำคัญไม่เป็นสิว บอกก่อนว่าตัวนี้ไม่ใช่ตัว Top นะคะ มีอีกตัวซึ่งน่าจะได้ผลดีกว่า และแพงกว่า แต่ตอนนั้นอิชั้นกลัวหน้าจะแหกไง คือเสียตังซื้อไปแล้ว ถ้าแพ้แบบไม่ถูกกัน จะเสียตังและเสียใจ เลยถอยตัวนี้มาแทน แต่ก็เช่นกัน ลด 20% ที่ shop จ๊ะ เลยได้มา ส่วนใครไปได้โปรถูกกว่านี้ก็ จุ๊ๆ นะคะ ไม่ต้องมาบอกกัน มันเสียจุย
Step 4 : เซรั่มลดรอยดำสิว ลดสิว Creamdelatex
จริงๆตัวนี้เค้าบอกให้ทาหลังล้างหน้า ก่อนใช้ตัวอื่น แต่อิชั้นนั้นก็ดื้อแพ่ง คือเอาตามความรู้สึก ชั้นว่ามันน่าจะลงตัวที่เบาบางแบบสุดๆก่อน ซึ่งก็น่าจะคือพวกน้ำตบ ก็เลยย้ายตัวนี้มาอยู่อันดับ 2 แทน
สิ่งที่เลิฟ : แม้ว่าจะเป็นเซรั่ม แต่เนื้อไม่ใช่เซรั่มใสๆนะ เป็นเนื้อสีขาวขุ่นๆ เหมือนจะข้นแต่ไม่ข้น งงป่ะ เออ งง เนื้อมันก็จะออกคล้ายเหมือนเป็นเนื้อครีมหน่อยๆ ซื้อมาเพราะเพื่อนบอกว่าใช้ดี มีแต่คนทักว่าหน้าใส เอ๊อ น่าสนใจ แล้วพอไปอ่านๆดู ก็ดันไปเจอว่ามันมีพวก AHA BHA ที่มาจากธรรมชาติ เลยยิ่งน่าสน เพราะปกติก็ใช้ 2% BHA ของป้าพอลล่าอยู่แล้ว อันนี้น่าจะเวิร์ค อาจจะช่วยเรื่องสิวอุดตันได้เหมือนกัน เพราะอันนั้นใช้แล้วหน้าแห้ง (ไว้เดี๋ยวเล่า เอามาฝากใน Step ต่อๆไป) หลังจากใช้แล้วก็รู้สึกว่าหน้ามันน้อยลง สิวอักเสบแห้งดี สิวอุดตันโผล่ขึ้นมาบ้าง แต่ก็พอรับได้ เพราะเคยใช้ BHA อยู่ก่อน ก็เลยพอจะรู้ว่าใช้แล้วเป็นยังไง รอยสิวดำๆหลังแผลแห้งก็ไม่ค่อยมี มีแต่รอยแดงๆของแผลใหม่ๆ
สรุปคือ ดี ชอบ ลดสิวได้จริง โดยเฉพาะสิวอุดตัน ใช้แล้วหน้าไม่ค่อยแห้งเหมือนใช้ AHA BHA ตัวอื่นๆ ถือว่าโอเค
Step 5 : น้ำตบบำรุงกันหน้าแห้ง Hada Labo Premium สีทอง
อันนี้เห็นในโฆษณาวันก่อนว่าที่ไทยจะมีขายแล้ว ส่วนอันนี้ที่ถืออยู่ซื้อมาจาก Japan คือใช้ Hada Labo มาหลายขวด ไอขวดที่ใสๆสีขาวๆ ไม่ใช่ arbutin นะ อันนั้นกลัวสิวขึ้น ใช้มาก็ว่ามันดีแล้ว ไปเจออันนี้ที่ญี่ปุ่น เอ้ยยย ดีกว่า
สิ่งที่เลิฟ : หนืดกว่าสีขาว รู้สึกทาแล้วอยู่บนหน้านานกว่า ชุ่มชื่นมากกว่า เหมาะกับคนผิวแห้งแบบไม่มาก ถ้าแห้งผากก็ไม่แนะนำเหมือนกัน
สรุปคือดีกว่าสีขาวเยอะ อันนั้นเหมือนไม่ได้ทา ทาแล้ววาบบบบบบบหายไปเลยจ้า หน้าแห้งเหมือนเดิม
Step 6 : ครีมบำรุงผิวเหมาะกับคนผิวแห้งสุดๆ Curel Moisture Cream
อันนี้ก็ซื้อจากญี่ปุ่น เหตุเกิดจากอยากได้เวชสำอางของญี่ปุ่นที่ไม่มีในบ้านเรา ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ได้เอาเข้ามาขายจิงๆ เสริชไปเจอตัวนี้เลยได้มาลอง จิงๆมันมีอีกอันนะที่แบบแพงกว่า เข้มข้นกว่า กระปุกแบนกว่า อันนั้นน่าจะเหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ ซึ่งก็ยังไม่ได้ลอง
สิ่งที่เลิฟ : เหมาะมากกกกก เวลาไปเมืองนอก หรือเวลาที่ผิวแห้งแบบไม่มีสาเหตุ อาจจะเพราะนอนห้องแอร์ เพราะใช้ยาแต้มสิวเยอะไป ช่วยได้มาก ใช้แล้วรู้สึกดี เพราะไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี เป็นครีมขาวๆเลย แต่ส่วนใหญ่ใช้ทากลางคืนก่อนนอน ไม่ก็ทากลางวัน แต่แต้มแค่บริเวณที่มันแห้งๆ เคยลองแบบทาทั้งหน้าตอนเช้า สรุปคือ เยิ้ม หน้ามันจ้า
มีอะไรจะบอก ที่ซื้อมาคืออ่านไม่ออกเลยคิดว่าใช้กับหน้าได้ พอมาอ่านที่ฉลากเมืองไทย เขียนว่าใช้กับ body อึ้งไปเลย ใช้ไปจะครึ่งกระปุกละ แต่ตอนนี้ก็ยังใช้กับหน้าอยู่ดี 555
Step 7 : ลดสิวอุดตันมือฉมัง 2% BHA Paula Choice
ตัวนี้ดังเหลือเกิน ใช้มาหลายแบบแล้วเช่นกัน ทั้ง toner ทั้ง BHA แบบน้ำ ก็รู้สึกว่าดีง แต่ตอนนี้ที่ยังมีอยู่คือตัวนี้เลย
สิ่งที่เลิฟ : มันช่วยลดความมันกับลดพวกสิวอุดตันได้ดีเลย สิวอุดตันจะโผล่มาเป็นเม็ดแข็งๆให้บีบได้ สะใจอิช้อยนัก แต่ว่าเวลาทาจะต้องทาคู่กับ Hada สีทอง ลง 2% BHA พอแห้งแล้วค่อยทับด้วย Curel คือมันดี แต่มันทาแล้วยิบๆๆๆๆๆเลย หลังๆเลยใช้สูตรนี้ก็รู้สึกว่าดีขึ้น ยิบน้อยลง หน้าแห้งน้อยลง ไม่ค่อยเป็นขุยแล้ว เมื่อก่อนใช้ตัวเดียว หน้าเป็นขุยเลยจ้า แต่เราไม่ได้ใช้ทุกวันนะ ไม่ไหว ส่วนใหญ่ใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ไม่ก็วันเว้นวัน ถ้าช่วงไหนสิวขึ้นเยอะหน่อย
สรุปคือ ดี ดูเหมือนจะแพง แต่ใช้ได้นานมากกกกก คุ้มเหลือเกิน ลืมบอก มันมีวันหมดอายุอยู่ข้างๆ ค่อนข้างสั้นเหมือนกัน ใช้แล้วต้องคอยดูดีๆ
Step 8 : ยาทาสิว Benzac & Differin
อันนี้ไม่ขอพูดมากละกัน เพราะทุกคนน่าจะรู้สึกอยู่แล้ว ยาสามัญประจำบ้านของคนเป็นสิวเกือบทุกคน
Benzac อันล่าง เราใช้ก่อนล้างหน้า ใช้แค่ 2.5% เพราะว่าเคยใช้ 5% แล้วหน้าแหก แสบ แดง พังจ้า เลยใช้แค่นี้ก็พอ ทาทิ้งไว้สัก 15 - 30 นาที ดูทีวีนานหน่อยก็เลย แล้วค่อยไปล้างออก ข้อเสียคือ เสื้อชั้นพังไปหลายตัวแล้วจ้า กัดสีด่างหมด ตอนนี้เวลาใช้ก็ต้องระวัง ทาครีมแล้วมานั่งเล่นก็ต้องไปล้างมือเด้อ
Differin อันบน อันนี้ใช้แต้มก่อนนอน เพราะทาแล้วไม่โดนแดดนะจ๊ะ เดี๋ยวหน้าจะไหม้เอา ทำไมต้องใช้ เพราะใช้ retin a แล้วหน้าแห้งเช่นกันจ้า แดง แสบ สงสัยจะไม่เหมาะกัน เลยต้องใช้ของแพงเช่นนี้แล ตัวนี้ก็ไม่ทาทั่วหน้านะ ทาแค่บริเวณที่เป็นสิวก็พอ เดี๋ยวหน้าจะลอกเอา
Step 9 : Spray น้ำแร่ La Roche Posay
อันนี้ก็เช่นกัน ไม่น่ามีใครไม่รู้จัก เอาไว้พ่นสวยๆดูไฮโซ ขวดใหญ่ขนาดนี้อิชั้นเอาไว้ที่บ้านค่ะ ไว้ฉีดให้ผิวชุ่มๆก่อนแต่งหน้า ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อฉีดแล้วเครื่องสำอางจะติดคงทน ซึ่งเอาจริงๆ ได้ผลทางจิตใจตอนฉีดมากกว่า เพราะว่ามันเย็น สบายยยยย มากกกกกก