ตำราทำเสน่ห์ของ โหราจารย์ รพีนาถ เทพเวทิน
เวลาจะทำท่านให้ตั้งขันครูขึ้นเสียก่อนด้วย หมาก12 พลู12 ดอกไม้12 เทียน12 ธูป12 จุดเทียนรายขึ้นทั้ง12แท่ง จุดธูปไหว้ครูบาอาจารย์เสียก่อนตามตำรับของท่านโหราจารย์รพีนาถจะมีมนต์โองการไหว้ครูในสายของท่านเอง สามารถค้นหาได้จากกลุ่มในFacebookชื่อกลุ่ม อัมมาปุรัม เมื่อทำการไหว้ครูสำเร็จเสร็จสิ้นดีแล้วจึงวางขันครูนั้นไว้ในที่อันสมควร แล้วจึงไปหาของที่จำเป็นต้องใช้ในพิธีกรรมให้ครบ เมื่อได้มาครบแล้วก็มาประกอบพิธีกรรมตรงหน้าขันครูขันเดิมนั้นตามลำดับขั้นตอนดังนี้
ท่านให้เเอากุ้งพล่าปลายำใส่กระทงบัตรพลีไปตั้งทำพิธีเซ่นแก่ผีเจ้าป่าช้า ชื่อ ตากะลี ยายกะลา ในใจกลางป่าช้า ขอดินมาสามหยิบมือ แลให้ทำอย่างนี้จนครบป่าช้าทั้งเจ็ดแห่ง
แล้วจึงเอากุ้งพล่าปลายำใส่กระทงใส่บัตรพลีไปเซ่นสังเวยที่จอมปลวก เวลาเซ่นให้นั่งหันหน้าลงทางทิศตะวันตก แล้วขอเอาดินบนยอดจอมปลวกมา แลให้ทำจนได้ดินครบจอมปลวกทั้งเจ็ดแห่ง
เอากุ้งพล่าปลายำใส่กระทงใส่บัตรพลีไปเซ่นสังเวยที่ท่าน้ำ แล้วจึงลอยเครื่องเซ่นนั้นลงไปในน้ำ เห็นว่ากระทงลอยไปติดที่ไหนก็ให้หยิบเอาดินที่ตรงนั้นมา และให้ทำอย่างนี้จนครบทั้งเจ็ดแห่ง
เมื่อได้ดินจากเจ็ดป่าช้า เจ็ดจอมปลวก เจ็ดท่าน้ำ มาครบถ้วนแล้ว ให้เอาดินนั้นมาป่นเข้าด้วยกันแล้วคลุกเข้าในไขผึ้งแล้วทำเป็นรูปต่างตนขึ้นมาสองตน จากนั้นจึงเอามาวางไว้เสียก่อน แล้วจึงเอาด้ายดิบมา7เส้นทำเป็นเชือกสำหรับมัดหุ่นให้ยาวพอจะมัดหุ่นเป็นสามเปลาะได้ ทีนี้ก็เอาของส่วนตัว เช่น เล็บ ผม ด้ายจากเสื้อผ้า ดินใต้รอยตีนของคนที่เราจะทำมาใส่เข้าในรูปหุ่นทั้งสองฝ่าย เมื่อใส่เข้าไปแล้วจึงให้ว่าคาถาเรียกรูปเรียกนามตั้งรูปต่างตนว่าดังนี้
- คาถาบริกรรมเขียนชื่อลงบนหุ่นเรียกนามว่า นามะนัง สะมาโส ยุตตัตโถ ยุตตัตถะ แห่งนามะทั้งหลาย อันพระอิศวรเจ้าพึงหมายใช้ชื่อ ไอ้หมา..(ชื่อ)..
- คาถากรึงนามวงกลมรอบชื่อว่า เอหิฐาเน นามะทิเน ฐาเนนามะ วิกรึงคะเร
- ประจุธาตุว่า
ลงตัวนะ(อักษรขอม)ว่า นะกาโรโหติสัมภะโว นะจงมาบังเกิดเป็นอาโปธาตุ สะวาหะ
ลงตัวมะ(อักษรขอม)ว่า มะกาโรโหติสัมภะโว มะจงมาบังเกิดเป็นปถวีธาตุ สะวาหะ
ลงตัวพะ(อักษรขอม)ว่า พะกาโรโหติสัมภะโว พะจงมาบังเกิดเป็นเตโชธาตุ สะวาหะ
ลงตัวทะ(อักษรขอม)ว่า ทะกาโรโหติสัมภะโว ทะจงมาบังเกิดเป็นวาโยธาตุ สะวาหะ
- คาถากรึงธาตุว่า จิเจรูนิ อิสะเยนะ วิกรึงคะเร
- เรียกเจตภูตว่า นะมะพะทะ จะตุระภูตานัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ติวัตตัพโพ อาคัจฉาหิ เอหิ เจตะภูตานัง มานิมามา
- กรึงเจตภูตว่า นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร
- เรียกจิตว่า โอม จิตติจิตตัง จิตติมานัง จิตตังมะมะ อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ติวัตตัพโพ อาคัจฉาหิ เอหิจิตติไอ้หมา..(ชื่อ)..มานิมามา
- ผูกจิตว่า โอม นะผูกจิต ผูกใจ ผูกภูต ผูกกาม ผูกนาม ผูกเล่ห์ ผูกกล ผูกด้วยมนต์ทั้งหลาย โอม ผูกมหาผูก
เมื่อตั้งรูปต่างตนอย่างนี้สำเร็จแล้วก็ถือว่ารูปต่างตนนั้นเป็นตัวแทนของคนผู้นั้นเป็นที่เรียบร้อยดีแล้ว เวลาทำก็ให้ทำทั้งสองคน คือทำทั้งรูปตัวแทนของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เวลาทำรูปฝ่ายหญิงให้เปลี่ยนคำเรียกจากไอ้หมา เป็น อีหมาแล้วตามด้วยชื่อของคนที่เราจะทำ
เมื่อทำรูปต่างตนของทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้ว จึงเอารูปนั้นมาประกบหันหน้าเข้าหากัน จากนั้นก็ว่าคาถากำกับดังนี้
โอม ละลวย มหาละลวย งวยงงจงใจ รักกันเสมือนดั่งช้างรักงา รักกันเสมือนดังปลารักน้ำ รักกันเสมือนดั่งถ้ำรักเขา รักกันเสมือนดั่งเงาตามตัว รักกันเสมือนดังวัวตามแม่ พวกสูจงรักกันให้สิทธิแน่นหนา รักกันด้วยสิทธิคุณครูของกูสั่งมา สะวาโหม
จากนั้นจึงถือรูปหุ่นคนหันหน้าเข้าหากันไว้ในมือข้างหนึ่งเสียก่อน แล้วหยิบเอาด้ายดิบเจ็ดเส้นที่ทำไว้ เอามาผูกเป็นเปลาะแรกที่คอของหุ่นทั้งสองพร้อมทั้งว่าคาถากำกับ ดังนี้
โอม นาคบาศ มหานาคบาศ กูจักเรียกนาคนิวาส ให้มาเลื้อยมารัดมามัดมาคลอมาหุ้มมาห่อ ล่อล่อลิดลิด ชิดชิดติดติด สะวาหับ
เมื่อว่ามาถึงคำว่าสะวาหับก็ให้ผูกด้ายนั้นเป็นปมเสียทีหนึ่ง แล้วจึงลากด้ายลงมาผูกเป็นเปลาะที่สองลงไปที่ตัวของหุ่นพร้อมกับว่าคาถากำกับเหมือนอย่างที่ผูกเปลาะแรก และทำอย่างที่เท้าของหุ่นพร้อมกับว่าคาถากำกับดุจเดียวกันทุกประการ
เมื่อทำได้ดังนี้จนเสร็จสิ้นแล้วไซร้จึงเอามาสั่งด้วยจิตให้รำลึกไปถึงตัวเขาทั้งสองฝ่ายให้เขาหยอกล้อกัน ทำกระเซ้าเย้าหยอกกันเหมือนดั่งว่าเป็นคนจริงๆกำลังเกี้ยวพาราสีแก่กันแลให้ทำจนกระทั่งเขาทั้งสองฝ่ายสำเร็จกามสังวาสแก่กันจึงจะถือว่าสำเร็จแล้ว จากนั้นจึงให้เอารูปต่างตนที่ผูกกันไว้นี้ไปฝังไว้ให้เขามาเดินข้าม ถ้ามันไปจากบ้านเรือนเสียแล้ว ผีในหุ่นที่เอามาใช้ก็จักไปพามันกลับมาเอง เมื่อมันมาเดินข้ามเมื่อใดก็เป็นอันว่าต้องมนต์เสน่ห์ยาแฝดเมื่อนั้นแล
ท่านสั่งย้ำหนักย้ำหนาว่า ของอย่างนี้วิชาอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าทำแล้วดี เพระาฉะนั้นการที่ใครจะทำสิ่งใดๆก็ตามแต่ พึงระลึกไว้เสมอว่า ทำกรรมอันใดไว้ก็พึงยอมน้อมรับผลของกรรมวิบากนั้นในบั้นปลายอย่างแน่แท้แล อีกทั้งวิชาอาคมเหล่านี้จักบังเกิดผลได้มากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับกำลังจิตของผู้กระทำ แม้ได้ตำราอย่างสมบูรณ์เช่นนี้ไปแล้วแต่ถ้าจิตมิได้มีความเคารพในครูบาอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของตำรา หรือไม่ถือให้เคร่งครัดเที่ยวดัดแปลงตำราเปลี่ยนแปลงของใช้ในพิธีกรรมต่างๆไปจากเดิมก็ถือเป็นการทำผิดครูก็จักบังเกิดอาเพศถูกแรงครู(ครูลงโทษ)ให้เป็นทุกข์เป็นร้อนอย่างแน่แท้ ดังนั้นการเรียนรู้ของอย่างนี้ก็พึงระวัง อย่าทำสิ่งใดมักง่ายตามอำเภอใจแล
ตำราเสน่ห์ยาแฝด
เวลาจะทำท่านให้ตั้งขันครูขึ้นเสียก่อนด้วย หมาก12 พลู12 ดอกไม้12 เทียน12 ธูป12 จุดเทียนรายขึ้นทั้ง12แท่ง จุดธูปไหว้ครูบาอาจารย์เสียก่อนตามตำรับของท่านโหราจารย์รพีนาถจะมีมนต์โองการไหว้ครูในสายของท่านเอง สามารถค้นหาได้จากกลุ่มในFacebookชื่อกลุ่ม อัมมาปุรัม เมื่อทำการไหว้ครูสำเร็จเสร็จสิ้นดีแล้วจึงวางขันครูนั้นไว้ในที่อันสมควร แล้วจึงไปหาของที่จำเป็นต้องใช้ในพิธีกรรมให้ครบ เมื่อได้มาครบแล้วก็มาประกอบพิธีกรรมตรงหน้าขันครูขันเดิมนั้นตามลำดับขั้นตอนดังนี้
ท่านให้เเอากุ้งพล่าปลายำใส่กระทงบัตรพลีไปตั้งทำพิธีเซ่นแก่ผีเจ้าป่าช้า ชื่อ ตากะลี ยายกะลา ในใจกลางป่าช้า ขอดินมาสามหยิบมือ แลให้ทำอย่างนี้จนครบป่าช้าทั้งเจ็ดแห่ง
แล้วจึงเอากุ้งพล่าปลายำใส่กระทงใส่บัตรพลีไปเซ่นสังเวยที่จอมปลวก เวลาเซ่นให้นั่งหันหน้าลงทางทิศตะวันตก แล้วขอเอาดินบนยอดจอมปลวกมา แลให้ทำจนได้ดินครบจอมปลวกทั้งเจ็ดแห่ง
เอากุ้งพล่าปลายำใส่กระทงใส่บัตรพลีไปเซ่นสังเวยที่ท่าน้ำ แล้วจึงลอยเครื่องเซ่นนั้นลงไปในน้ำ เห็นว่ากระทงลอยไปติดที่ไหนก็ให้หยิบเอาดินที่ตรงนั้นมา และให้ทำอย่างนี้จนครบทั้งเจ็ดแห่ง
เมื่อได้ดินจากเจ็ดป่าช้า เจ็ดจอมปลวก เจ็ดท่าน้ำ มาครบถ้วนแล้ว ให้เอาดินนั้นมาป่นเข้าด้วยกันแล้วคลุกเข้าในไขผึ้งแล้วทำเป็นรูปต่างตนขึ้นมาสองตน จากนั้นจึงเอามาวางไว้เสียก่อน แล้วจึงเอาด้ายดิบมา7เส้นทำเป็นเชือกสำหรับมัดหุ่นให้ยาวพอจะมัดหุ่นเป็นสามเปลาะได้ ทีนี้ก็เอาของส่วนตัว เช่น เล็บ ผม ด้ายจากเสื้อผ้า ดินใต้รอยตีนของคนที่เราจะทำมาใส่เข้าในรูปหุ่นทั้งสองฝ่าย เมื่อใส่เข้าไปแล้วจึงให้ว่าคาถาเรียกรูปเรียกนามตั้งรูปต่างตนว่าดังนี้
- คาถาบริกรรมเขียนชื่อลงบนหุ่นเรียกนามว่า นามะนัง สะมาโส ยุตตัตโถ ยุตตัตถะ แห่งนามะทั้งหลาย อันพระอิศวรเจ้าพึงหมายใช้ชื่อ ไอ้หมา..(ชื่อ)..
- คาถากรึงนามวงกลมรอบชื่อว่า เอหิฐาเน นามะทิเน ฐาเนนามะ วิกรึงคะเร
- ประจุธาตุว่า
ลงตัวนะ(อักษรขอม)ว่า นะกาโรโหติสัมภะโว นะจงมาบังเกิดเป็นอาโปธาตุ สะวาหะ
ลงตัวมะ(อักษรขอม)ว่า มะกาโรโหติสัมภะโว มะจงมาบังเกิดเป็นปถวีธาตุ สะวาหะ
ลงตัวพะ(อักษรขอม)ว่า พะกาโรโหติสัมภะโว พะจงมาบังเกิดเป็นเตโชธาตุ สะวาหะ
ลงตัวทะ(อักษรขอม)ว่า ทะกาโรโหติสัมภะโว ทะจงมาบังเกิดเป็นวาโยธาตุ สะวาหะ
- คาถากรึงธาตุว่า จิเจรูนิ อิสะเยนะ วิกรึงคะเร
- เรียกเจตภูตว่า นะมะพะทะ จะตุระภูตานัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ติวัตตัพโพ อาคัจฉาหิ เอหิ เจตะภูตานัง มานิมามา
- กรึงเจตภูตว่า นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร
- เรียกจิตว่า โอม จิตติจิตตัง จิตติมานัง จิตตังมะมะ อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ติวัตตัพโพ อาคัจฉาหิ เอหิจิตติไอ้หมา..(ชื่อ)..มานิมามา
- ผูกจิตว่า โอม นะผูกจิต ผูกใจ ผูกภูต ผูกกาม ผูกนาม ผูกเล่ห์ ผูกกล ผูกด้วยมนต์ทั้งหลาย โอม ผูกมหาผูก
เมื่อตั้งรูปต่างตนอย่างนี้สำเร็จแล้วก็ถือว่ารูปต่างตนนั้นเป็นตัวแทนของคนผู้นั้นเป็นที่เรียบร้อยดีแล้ว เวลาทำก็ให้ทำทั้งสองคน คือทำทั้งรูปตัวแทนของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เวลาทำรูปฝ่ายหญิงให้เปลี่ยนคำเรียกจากไอ้หมา เป็น อีหมาแล้วตามด้วยชื่อของคนที่เราจะทำ
เมื่อทำรูปต่างตนของทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้ว จึงเอารูปนั้นมาประกบหันหน้าเข้าหากัน จากนั้นก็ว่าคาถากำกับดังนี้
โอม ละลวย มหาละลวย งวยงงจงใจ รักกันเสมือนดั่งช้างรักงา รักกันเสมือนดังปลารักน้ำ รักกันเสมือนดั่งถ้ำรักเขา รักกันเสมือนดั่งเงาตามตัว รักกันเสมือนดังวัวตามแม่ พวกสูจงรักกันให้สิทธิแน่นหนา รักกันด้วยสิทธิคุณครูของกูสั่งมา สะวาโหม
จากนั้นจึงถือรูปหุ่นคนหันหน้าเข้าหากันไว้ในมือข้างหนึ่งเสียก่อน แล้วหยิบเอาด้ายดิบเจ็ดเส้นที่ทำไว้ เอามาผูกเป็นเปลาะแรกที่คอของหุ่นทั้งสองพร้อมทั้งว่าคาถากำกับ ดังนี้
โอม นาคบาศ มหานาคบาศ กูจักเรียกนาคนิวาส ให้มาเลื้อยมารัดมามัดมาคลอมาหุ้มมาห่อ ล่อล่อลิดลิด ชิดชิดติดติด สะวาหับ
เมื่อว่ามาถึงคำว่าสะวาหับก็ให้ผูกด้ายนั้นเป็นปมเสียทีหนึ่ง แล้วจึงลากด้ายลงมาผูกเป็นเปลาะที่สองลงไปที่ตัวของหุ่นพร้อมกับว่าคาถากำกับเหมือนอย่างที่ผูกเปลาะแรก และทำอย่างที่เท้าของหุ่นพร้อมกับว่าคาถากำกับดุจเดียวกันทุกประการ
เมื่อทำได้ดังนี้จนเสร็จสิ้นแล้วไซร้จึงเอามาสั่งด้วยจิตให้รำลึกไปถึงตัวเขาทั้งสองฝ่ายให้เขาหยอกล้อกัน ทำกระเซ้าเย้าหยอกกันเหมือนดั่งว่าเป็นคนจริงๆกำลังเกี้ยวพาราสีแก่กันแลให้ทำจนกระทั่งเขาทั้งสองฝ่ายสำเร็จกามสังวาสแก่กันจึงจะถือว่าสำเร็จแล้ว จากนั้นจึงให้เอารูปต่างตนที่ผูกกันไว้นี้ไปฝังไว้ให้เขามาเดินข้าม ถ้ามันไปจากบ้านเรือนเสียแล้ว ผีในหุ่นที่เอามาใช้ก็จักไปพามันกลับมาเอง เมื่อมันมาเดินข้ามเมื่อใดก็เป็นอันว่าต้องมนต์เสน่ห์ยาแฝดเมื่อนั้นแล
ท่านสั่งย้ำหนักย้ำหนาว่า ของอย่างนี้วิชาอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าทำแล้วดี เพระาฉะนั้นการที่ใครจะทำสิ่งใดๆก็ตามแต่ พึงระลึกไว้เสมอว่า ทำกรรมอันใดไว้ก็พึงยอมน้อมรับผลของกรรมวิบากนั้นในบั้นปลายอย่างแน่แท้แล อีกทั้งวิชาอาคมเหล่านี้จักบังเกิดผลได้มากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับกำลังจิตของผู้กระทำ แม้ได้ตำราอย่างสมบูรณ์เช่นนี้ไปแล้วแต่ถ้าจิตมิได้มีความเคารพในครูบาอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของตำรา หรือไม่ถือให้เคร่งครัดเที่ยวดัดแปลงตำราเปลี่ยนแปลงของใช้ในพิธีกรรมต่างๆไปจากเดิมก็ถือเป็นการทำผิดครูก็จักบังเกิดอาเพศถูกแรงครู(ครูลงโทษ)ให้เป็นทุกข์เป็นร้อนอย่างแน่แท้ ดังนั้นการเรียนรู้ของอย่างนี้ก็พึงระวัง อย่าทำสิ่งใดมักง่ายตามอำเภอใจแล