ว่าด้วยรถอังกฤษ...

กระทู้สนทนา
สมัยที่ผมยังเด็ก แม่ผมพาลูกมาเที่ยวกรุงเทพฯ โดยตัวแม่นั้นมาอบรมครูภาคฤดูร้อนที่วิทยาลัยครูประสานมิตร (ภาษาเรียกสมัยนั้น) ปล่อยให้ลูกอยู่กับญาติที่ตึกสามชั้นใกล้สถานีรถไฟตลาดพลู ริมทางรถไฟสายแม่กลอง จึงไม่รู้สึกเบื่อ เพราะมีรถไฟวิ่งให้ดูแทบทุกชั่วโมง


บางวัน หากว่างจากการอบรม จะพาลูกไปเยี่ยมน้าที่อยู่แถวพระโขนง ยานพาหนะที่มักนั่งเป็นประจำนั้นคือรถแท็กซี่ เพราะหากไปรถเมล์แล้วมักชักช้า แต่รถเมล์ที่ผมชอบก็คือรถเมล์ขาวของบริษัท นายเลิด จำกัด เพราะสีขาวสะอาดสะอ้าน พนักงานสุภาพเรียบร้อย เรียกว่าเป็นแฟนแน่นเหนียวตั้งแต่เด็กนั่นแหละ

รถแท็กซี่สมัยดน้นจะเป็นรถยี่ห้อ "ออสติน" สีเทา สามประตู ติดมิเตอร์ แต่มักไม่ได้ใช้งาน เพราะเลขมิเตอร์จะวิ่งเมื่อล้อรถหมุน แต่ไม่ขึ้นหากรถติด จึงไม่เป็นที่นิยมของคนขับ หากผู้โดยสารจะไปไหนมาไหนก็ต่อรองราคาตามอัธยาศัย ส่วนมิเตอร์นั้น เอาไว้แค่แขวนหมวกคนขับเท่านั้น

กลับมาบ้านนอกที่ผมอยู่บ้าง อ.พาน จ.เชียงราย

สมัยก่อนมีรถสองแถวรุ่นแรกๆ ขนแม่ค้าจากตลาดไปยังบ้านแม่คาวโตน ต.เจริญเมือง ชุมชนใหญ่ทางด้านเหนือ ห่างจากตัวตลาดราว 6 กม. มีทั้งรถสามล้อเครื่องล้อเล็กของอินเดียและรถสี่ล้อเล็กกระบะต่อหลังคา สำหรับรถสี่ล้อเล็กนั้นมักจะเป็นยี่ห้อ "มอร์ริส" จากอังกฤษ คนโดยสารล้วนนั่งอยู่ในรถ ส่วนข้าวของกระบุงตะกร้านั้นเทินไว้บนหลังคา พอรถวิ่งลงเนินหน้าบ้านผมบางครั้ง ลมตีถาดที่ปิดกระบุงร่วงบนถนนเสียงดังกังวาล ผู้โดยสารต้องตะโกนบอกคนขับให้หยุดรถ ก่อนที่เด็กท้ายรถวิ่งตามเก็บถาดปิดกระบุงให้เรียบร้อย ถึงจะออกเดินทางต่อไป

ภายหลังมีรถสองแถวขนาด 2 ตันของญี่ปุ่นออกมาจำหน่ายสู่ท้องตลาด ซึ่งมีระยะทางวิ่งไกลระหว่างอำเภอ หรือเข้าสู่ตัวจังหวัด ทิ้งให้รถสองแถวคันเล็กๆ และรถสามล้อเครื่องเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย และหยุดให้บริการในที่สุด

คิดถึงครูพจน์ ดันเรื่อยเปื่อยไปถึงรถสองแถวอย่างไรก็ไม่รู้ ?

พบกันที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ตอนบ่ายวันเสาร์ ร่วมกันไปส่งครูพจน์เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่