สู่เกาะเต่า โดยสวัสดิภาพ จากเกาะพงันมา ห่างกันแค่ครึ่งชั่วโมง ลาออกจากที่เดิมเรียบร้อย ตามระเบียบเป๊ะๆ คือลาล่วงหน้าหนึ่งเดือน แล้วก็ทนทำไปจนครบเดือน ก้อออกตามที่ตั้งใจไม่มีลังเล แหม่ ใครจะอยู่วะ กินเบียร์ก็ไม่ได้ ใส่ขาสั้น ก็ไม่ได้ ขาสั้นธรรมดานะ ไช่ว่าสั้นเสมอหูสะที่ไหน โฮ้ย ไปละเหวย
ตอนนี้ เราเริ่มเชี่ยวชาญขึ้นอีกสเต็ปนึงแล้ว รู้แล้วว้างานประมาณร้านอาหารในแถบนี้ หาง่ายมากๆ และมักขาดคนตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องงานไหม่ ไม่กังวลละ กรูพักผ่อนก่อนดีกร่า ว่าแล้วก็จัดการจองที่พัก เอาแบบเดิมคือ แบบหอพัก (Dormitory เรียกสั้นๆว่า Dorm คนไทยออกเสียงกันว่า โดม ที่จริงน่าจะออกเสียงเป็น ดอร์ม ถึงจะถูกมากกว่านะ) คืนละร้อยเหมือนเดิม เอาซะ 5 วันเลย นั่งๆนอนๆ บ้าง ถือว่าเกษียรแล้วแหม ทำงานอะไรเยอะแยะ ไม่ดี ไม่ดี อิอิ ผ่านไป 3 วัน เริ่มคิดหางานละ แล้วก็สะดุดอยู่งานนึง โพสต์ไว้ยาวละ แต่ประโยคที่โดนใจตัดสินใจเลือกที่นี่เพราะ " ก้อ ปิด มานานละคับ...." เนี่ยแหละ ประโยคนี้แหละที่ทำให้เราตัดสินใจโทรสมัครงาน เพราะปิดมานานแปลว่าขาดทุกตำแหน่ง งานนี้ ตรูจะได้เข้าครัวเสียที หุหุ และแน่นอน เขาก็รับเลย แม้เงื่อนไขจะบอกว่า อายุไม่เกินสี่สิบ เราเกินแล้ว แต่เขาก็แค่ถามว่า พี่ยังมีไฟอยู่ไหมล่ะครับ โอ้ยถ้าแค่นั้นละก็ ไฟของพี่น่ะ แบ่งให้น้องได้อีกด้วย เหอๆ ตกลงแล้วก็ไปโลด ไม่ไช่ไปเลยนะ ยังพักผ่อนต่ออีกสองวันให้มันครบห้าวันที่จองไว้พักผ่อนอะ แล้วก้อ ปายยยย เออนี่ ระหว่าง 5 วันที่อยู่อะนะ มีที่นั่งเล่นอยู่่ที่เดียว ไกล้ๆกับเคาน์เตอร์รีเซฟชั่น เรากะรีเซฟชั่นเลยสนิทถูกคอกันไป แบบว่า แทบจะชวนกันมาที่เกาะเต่าด้วยเลยทีเดียว
ตานี้ พอถึงเกาะเต่า เข้าคุยกันกับเจ้าของ & ผู้จัดการ ปรากฏว่า ผ่างๆๆๆๆ เค้าต้องการแต่ reception ตะหากละเว้ยฮ้ย ตายห่ แล้วทำไงดีวะนี่ มาแล้วอะ รีเซฟชั่นต้องทำไง จะไปรู้ไหมกรู แต่ก็อย่างว่า มาแล้วนี่หว่า ทำก้อได้วะ สอนกรูละกัน ว่าแล้วเราก็เซย์เยสไป แบบ เป็นก็ได้ค่ะ รีเซฟชั่นก้อรีเซฟชั่น ถัดมา คุยเรื่องระเบียบเวลาทำงาน เข้าแปดโมงเช้า ออกแปดโมงเย็น (สองทุ่มค่ะพี่น้อง) เริ่มชักแย่ หน้าเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว 12 ชั่วโมงต่อวันนี่นะ ในใจหดเหี่ยวลงเรื่อยๆ ถัดมา เป็นเรื่องวันหยุด ให้หยุดเดือนละ 2 วัน สองวัน !!!!!! ตอนนั้นคือใจหมดแล้ว ถอดใจ กรูไปไม่รอดแน่งานนี้ และมันคงออกมาทางสีหน้า เพราะไม่ได้คิดจะเก็บกดอะไร น้ำเสียงก็คงเซ็งฉิบ ตอนบอกเขาไปตรงๆว่า พี่ไม่รู้จะทำได้แค่ไหนนะ เอาเป็นว่าลองทำดูก่อนแล้วกัน ตอนนั้นที่ต้องยอมทำไปก่อนก็้เพื่อเอาตัวรอดไปก่อน มีงานมีที่พักก่อน แล้วค่อยว่ากันไหม่ คิดแค่ประมาณนี้ แบบคิดว่าไม่น่าไปรอดด้วยกับงานนี้
แต่มันไม้งั้นสิ พอทำเข้าจริงๆ เราเกิดตกหลุมรัก 55555 ไม่ไช่ผู้ชาย แต่เป็นงานรีเซฟชั่นนั่แหละ ในทุกๆวัน เราได้เจอแต่ผู้คนไหม่ๆ ที่ต่างมีสีหน้ากระตือรือร้น ย้ิมสุขใจ แลรอบกายมีแต่ผู้คนที่อยู่ในอิริยาบถผ่อนคลาย เอนหลังพิงเก้าอี้เหยียดยาว หรือยกขาพาดขึ้นบนเก้าอี้ หรือนอนพังพาบหลับริมสระน้ำ ทุกๆเช้า เราจะเซย์ฮัลโลกัน เมื่อไปเที่ยวที่ไหนมา ก็จะเดินมาเล่าให้รีเซฟชั่นมือไหม่คนนี้ได้ฟัง นี่มันสวรรค์ชัดๆ เราชอบการเดินทาง ผู้คนเหล่านี้ต่างก็กำลังเดินทาง ความสุขที่ได้เดินทาง เราได้มีส่วนร่วมด้วย และรู้สึกเป็นสุขมากๆในทุกๆวัน กลายเป็นว่า เวลาทำงาน 12 ชั่วโมงนั้น มันแทบจะน้อยไปเสียแล้ว ทำไปทำมา นี่ก็สองเดือนผ่านไป เข้าเดือนที่สามแล้ว อย่างยิ้มกริ่ม ไม่เห็นจะเหนื่อยที่ตรงไหนเเลย แถมไอ้วันหยุดที่มีสิทธิ์หยุดเดือนละสองวันนั่นน่ะ สิริรวมสองเดือน ตูหยุดไป 1 วัน เพื่อไปเที่ยวรอบเกาะแค่นั้นเอง Loveๆ
แล้วจู่ๆ เมื่อวานซืนนี้ เราก็เกิดอยากหยุดขึ้นมาเฉยๆ มองงานแล้ว ไม่มีลูกค้าเช้าพักให้เราต้องต้อนรับนี่นา มันเร่ิมเข้าช่วงโลว์ซีซั่นแล้ว ลาซะดีกร่า ตื่นให้สายโด่ง คิดแค่นี้ แล้วเราก็ไปลางานกับเจ้านาย อนุมัติ ผ่านตามระเบียบ ระหว่างวันหยุดที่เราไปนั่งชิลที่ร้านที่เล็งไว้นานแล้วว่าอยากไปนั่ง ก็มีไลน์เข้ามา
ง่วงแล้วอะ ไม่ได้แกล้งนะ แต่เรื่องนี้ ต้องบันทึกไว้จริงๆ และอยากเล่าให้เต็มอารมณ์ มันพอดีอะไรขนาดน้ัน น้องเรามีปัญหาในวันที่เราหยุดนั่นแหละ และไลน์หาเรา
เด่วเช้ามาเล่าต่อ
ชีวิตพาไป มันส์มากๆ ตอน 3 (แล้วนะ ท่านผู้ชม) As a Receptionist
ตอนนี้ เราเริ่มเชี่ยวชาญขึ้นอีกสเต็ปนึงแล้ว รู้แล้วว้างานประมาณร้านอาหารในแถบนี้ หาง่ายมากๆ และมักขาดคนตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องงานไหม่ ไม่กังวลละ กรูพักผ่อนก่อนดีกร่า ว่าแล้วก็จัดการจองที่พัก เอาแบบเดิมคือ แบบหอพัก (Dormitory เรียกสั้นๆว่า Dorm คนไทยออกเสียงกันว่า โดม ที่จริงน่าจะออกเสียงเป็น ดอร์ม ถึงจะถูกมากกว่านะ) คืนละร้อยเหมือนเดิม เอาซะ 5 วันเลย นั่งๆนอนๆ บ้าง ถือว่าเกษียรแล้วแหม ทำงานอะไรเยอะแยะ ไม่ดี ไม่ดี อิอิ ผ่านไป 3 วัน เริ่มคิดหางานละ แล้วก็สะดุดอยู่งานนึง โพสต์ไว้ยาวละ แต่ประโยคที่โดนใจตัดสินใจเลือกที่นี่เพราะ " ก้อ ปิด มานานละคับ...." เนี่ยแหละ ประโยคนี้แหละที่ทำให้เราตัดสินใจโทรสมัครงาน เพราะปิดมานานแปลว่าขาดทุกตำแหน่ง งานนี้ ตรูจะได้เข้าครัวเสียที หุหุ และแน่นอน เขาก็รับเลย แม้เงื่อนไขจะบอกว่า อายุไม่เกินสี่สิบ เราเกินแล้ว แต่เขาก็แค่ถามว่า พี่ยังมีไฟอยู่ไหมล่ะครับ โอ้ยถ้าแค่นั้นละก็ ไฟของพี่น่ะ แบ่งให้น้องได้อีกด้วย เหอๆ ตกลงแล้วก็ไปโลด ไม่ไช่ไปเลยนะ ยังพักผ่อนต่ออีกสองวันให้มันครบห้าวันที่จองไว้พักผ่อนอะ แล้วก้อ ปายยยย เออนี่ ระหว่าง 5 วันที่อยู่อะนะ มีที่นั่งเล่นอยู่่ที่เดียว ไกล้ๆกับเคาน์เตอร์รีเซฟชั่น เรากะรีเซฟชั่นเลยสนิทถูกคอกันไป แบบว่า แทบจะชวนกันมาที่เกาะเต่าด้วยเลยทีเดียว
ตานี้ พอถึงเกาะเต่า เข้าคุยกันกับเจ้าของ & ผู้จัดการ ปรากฏว่า ผ่างๆๆๆๆ เค้าต้องการแต่ reception ตะหากละเว้ยฮ้ย ตายห่ แล้วทำไงดีวะนี่ มาแล้วอะ รีเซฟชั่นต้องทำไง จะไปรู้ไหมกรู แต่ก็อย่างว่า มาแล้วนี่หว่า ทำก้อได้วะ สอนกรูละกัน ว่าแล้วเราก็เซย์เยสไป แบบ เป็นก็ได้ค่ะ รีเซฟชั่นก้อรีเซฟชั่น ถัดมา คุยเรื่องระเบียบเวลาทำงาน เข้าแปดโมงเช้า ออกแปดโมงเย็น (สองทุ่มค่ะพี่น้อง) เริ่มชักแย่ หน้าเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว 12 ชั่วโมงต่อวันนี่นะ ในใจหดเหี่ยวลงเรื่อยๆ ถัดมา เป็นเรื่องวันหยุด ให้หยุดเดือนละ 2 วัน สองวัน !!!!!! ตอนนั้นคือใจหมดแล้ว ถอดใจ กรูไปไม่รอดแน่งานนี้ และมันคงออกมาทางสีหน้า เพราะไม่ได้คิดจะเก็บกดอะไร น้ำเสียงก็คงเซ็งฉิบ ตอนบอกเขาไปตรงๆว่า พี่ไม่รู้จะทำได้แค่ไหนนะ เอาเป็นว่าลองทำดูก่อนแล้วกัน ตอนนั้นที่ต้องยอมทำไปก่อนก็้เพื่อเอาตัวรอดไปก่อน มีงานมีที่พักก่อน แล้วค่อยว่ากันไหม่ คิดแค่ประมาณนี้ แบบคิดว่าไม่น่าไปรอดด้วยกับงานนี้
แต่มันไม้งั้นสิ พอทำเข้าจริงๆ เราเกิดตกหลุมรัก 55555 ไม่ไช่ผู้ชาย แต่เป็นงานรีเซฟชั่นนั่แหละ ในทุกๆวัน เราได้เจอแต่ผู้คนไหม่ๆ ที่ต่างมีสีหน้ากระตือรือร้น ย้ิมสุขใจ แลรอบกายมีแต่ผู้คนที่อยู่ในอิริยาบถผ่อนคลาย เอนหลังพิงเก้าอี้เหยียดยาว หรือยกขาพาดขึ้นบนเก้าอี้ หรือนอนพังพาบหลับริมสระน้ำ ทุกๆเช้า เราจะเซย์ฮัลโลกัน เมื่อไปเที่ยวที่ไหนมา ก็จะเดินมาเล่าให้รีเซฟชั่นมือไหม่คนนี้ได้ฟัง นี่มันสวรรค์ชัดๆ เราชอบการเดินทาง ผู้คนเหล่านี้ต่างก็กำลังเดินทาง ความสุขที่ได้เดินทาง เราได้มีส่วนร่วมด้วย และรู้สึกเป็นสุขมากๆในทุกๆวัน กลายเป็นว่า เวลาทำงาน 12 ชั่วโมงนั้น มันแทบจะน้อยไปเสียแล้ว ทำไปทำมา นี่ก็สองเดือนผ่านไป เข้าเดือนที่สามแล้ว อย่างยิ้มกริ่ม ไม่เห็นจะเหนื่อยที่ตรงไหนเเลย แถมไอ้วันหยุดที่มีสิทธิ์หยุดเดือนละสองวันนั่นน่ะ สิริรวมสองเดือน ตูหยุดไป 1 วัน เพื่อไปเที่ยวรอบเกาะแค่นั้นเอง Loveๆ
แล้วจู่ๆ เมื่อวานซืนนี้ เราก็เกิดอยากหยุดขึ้นมาเฉยๆ มองงานแล้ว ไม่มีลูกค้าเช้าพักให้เราต้องต้อนรับนี่นา มันเร่ิมเข้าช่วงโลว์ซีซั่นแล้ว ลาซะดีกร่า ตื่นให้สายโด่ง คิดแค่นี้ แล้วเราก็ไปลางานกับเจ้านาย อนุมัติ ผ่านตามระเบียบ ระหว่างวันหยุดที่เราไปนั่งชิลที่ร้านที่เล็งไว้นานแล้วว่าอยากไปนั่ง ก็มีไลน์เข้ามา
ง่วงแล้วอะ ไม่ได้แกล้งนะ แต่เรื่องนี้ ต้องบันทึกไว้จริงๆ และอยากเล่าให้เต็มอารมณ์ มันพอดีอะไรขนาดน้ัน น้องเรามีปัญหาในวันที่เราหยุดนั่นแหละ และไลน์หาเรา
เด่วเช้ามาเล่าต่อ