เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัว Sideway ในกรอบแคบๆ 1566-1572 จุด แม้ผลการประชุม
กลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC จะมีมติขยายเวลาลดกำลังการผลิตออกไปอีก9เดือน เพื่อปรับสมดุลน้ำมัน ในตลาดโลก) แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดัชนี
ตลาดหุ่นไทย ตอบสนองเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาด ยังรอปัจจัยใหม่ๆที่จะนำ New flow มาขับเคลื่อนดัชนีให้ทะยานไปต่อ
และด้วยเหตุฉะนี้จึงทำให้ดัชนี SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1569 จุด -0.14จุด วันนี้มาดูกันว่า ดัชนีจะสามทรถเคลื่อนไหวหวือหวา ได้หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลง 51.52 จุด หรือ 0.26% แตะที่ 19,635.32 จุด หลังจากตลาดเปิดทำการ
ได้เพียง 15 นาที เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ทางการญี่ปุ่นเชื่อว่า
ขีนาวุธได้ถูกยิงลงสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น (EEZ) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณทะเลญี่ปุ่น ในช่วงที่ตลาดเปิดทำการซื้อขายนั้น ดัชนีนิกเกอิปิด
ตลาดขยับขึ้น 10.34 จุด หรือ +0.05% แตะที่ 19,697.18 จุด ก่อนที่ดัชนีจะอ่อนแรงลงในเวลาต่อมา
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเมื่อวันศุกร์ (26 พ.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงา
เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวัน Memorial Day สุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ดัชนี NASDAQ และ S&P500
ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,080.28 จุด ลดลง 2.67 จุด หรือ -0.01% จุด
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,210.19 จุด เพิ่มขึ้น 4.94 จุด หรือ +0.08%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,415.82 จุด เพิ่มขึ้น 0.75 จุด หรือ +0.03%
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์มีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวในสุดสัปดาห์นี้
ถึงแม้สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นบวกหลายรายการก็ตาม โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มตัวเลขการขยายตัวของผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 1 ปี 2560 เป็น 1.2% ซึ่งสูงกว่าระดับ 0.7% ในการประมาณการครั้งแรก และสูงกว่าที่ตลาด
คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 0.9% ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค การลงทุนภาคธุรกิจ และการใช้จ่ายภาครัฐที่แข็งแกร่ง
กว่าในรายงานเบื้องต้นเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้จีดีพีไตรมาสแรกจะได้รับการปรับทบทวนขึ้น แต่อัตราขยายตัวที่ 1.2% ก็ยังถือว่าต่ำ โดยเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบปี
ลดลงจากระดับ 2.1% ในไตรมาส 4 ของปี 2559
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยด้วยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มี
อายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง 0.7% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรม
การผลิตของสหรัฐเริ่มชะลอความร้อนแรงลง อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย.ลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า
จะลดลงถึง 1%
ขณะที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐขั้นสุดท้ายของเดือนพ.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 97.1
จากระดับ 97.0 ในเดือนเม.ย. แต่ต่ำกว่าตัวเลขขั้นต้นที่ระดับ 97.7
นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า ภาพรวมภาวะตลาดหุ้นสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีทิศทางที่สดใส โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 1.3%
ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.1% และ 1.4% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนมักเกิดความลังเลในการลงทุน
เมื่อถึงช่วงวันหยุดยาวในสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนยังเกิดความวิตกกังวล ภายหลังจากนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้ออกมาแสดงความวิตกว่า เงินเฟ้อของสหรัฐในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อพิจารณาจากการที่เฟดกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%
นายบูลลาร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการเฟดที่ไม่มีสิทธิออกเสียงในการกำหนดนโยบายการเงินในปีนี้ ระบุว่า ระดับราคาผู้บริโภคของสหรัฐอยู่
ในทิศทางที่ต่ำกว่ากรอบราคาในช่วงปี 1995 - 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราเงินเฟ้อขยายตัวเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟดในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีความน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน แม้ว่าที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่สามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปภาษีและการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตา หุ้นนูทานิกซ์ อิงค์ พุ่งขึ้น 11.5% หลังบริษัทคลาวด์คอมพิวติงยักษ์ใหญ่ดังกล่าว รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด
หุ้นแบล็คเบอร์รี ลดลง 1% แม้บริษัทเปิดเผยว่าได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการยุติข้อพิพาททางกฎหมายกับควอลคอมน์ ผู้ผลิตชิปรายใหญ่
ดยควอลคอมน์จะยอมจ่ายเงินทั้งสิ้น 940 ล้านดอลลาร์ให้กับแบล็คเบอร์รีก่อนวันที่ 31 พ.ค.นี้
นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ที่เมืองตาออร์มินา อิตาลี ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดกันว่า
ที่ประชุมจะหลีกเลี่ยงการหารือในประเด็นการกีดกันทางการค้า เพื่อลดการกระทบกระทั่งกับสหรัฐ
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) จากแรงฉุดรั้งของหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลงกันถ้วนหน้า เนื่องจากนักลงทุน
ผิดหวังกับมติของที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก ที่ตกลงจะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไป
เพียง 9 เดือน และไม่ลดเพดานการผลิตเพิ่มเติม
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.2% ปิดที่ 391.35 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,336.64 จุด ลดลง 0.52 จุด หรือ -0.01%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,602.18 จุด ลดลง 19.54 จุด หรือ -0.15%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,547.63 จุด เพิ่มขึ้น 29.92 จุด หรือ +0.40%
ภาวะตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนนี้ยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ
ปรับตัวลง แม้ราคาน้ำมันจะดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ก็ตาม หลังจากกลุ่มโอเปกและประเทศนอกกลุ่ม ตกลงกันที่จะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิต
ออกไปอีกเพียง 9 เดือน จากที่ตลาดคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายเวลาออกไป 12 เดือน นอกจากนี้ที่ประชุมยังไม่มีการตกลงที่จะปรับลด
กำลังการผลิตมากขึ้นด้วย โดยยังคงตรึงเพดานการผลิตที่ 1.8 ล้านบาร์เรล/วันตามข้อตกลงฉบับเดิม ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน
หุ้นซับซี ร่วงลง 2.4% หุ้นโททาลของฝรั่งเศส ขยับลง 0.6% และหุ้นสแตทออยล์ของนอร์เวย์ ร่วง 2%
หุ้นกลุ่มยานยนต์ของเยอรมนีปรับตัวลง หลังแดร์ สปีเกล สื่อท้องถิ่นเยอรมันรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้กล่าวตำหนิเจ้าหน้าที่ยุโรปเกี่ยวกับการที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับเยอรมนีจำนวนมหาศาลในปีที่แล้ว เนื่องจากเยอรมนีได้ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐหลายลันคัน นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังข่มขู่ที่จะยุติเรื่องนี้อีกด้วย
หุ้นบีเอ็มดับเบิลยู ลดลง 1.1% หุ้นเดมเลอร์ ขยับลง 0.6% และหุ้นโฟล์คสวาเกน ลดลง 0.6%
หุ้นกลุ่มอื่นที่น่าจับตา หุ้นสไปแร็กซ์ ซาร์โก เอ็นจีเนียริง พุ่งขึ้น 8.5% หลังบริษัทวิศวกรรมระบบไอน้ำรายใหญ่ดังกล่าวเปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเข้าซื้อกิจการโครมาล็อกซ์ อิงค์ วงเงิน 415 ล้านดอลลาร์
Credit :สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF Day : ตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1566 - 1572 จุด) แม้จะมีความพยายาม
ยืนเหนือระดับ 1570 จุด แต่ก็ไม่สำเร็จ และก็ได้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Doji Evening Star" สองแท่งติดต่อกัน ซึ่งทำให้ภาพ
สัญญาณดูไม่ดีนัก มีแนวโน้มที่จะย่อตัวลงมาทดสอบ บริเวณ 1560 จุด EMA25,75 วัน มาดูกันว่าจะสามารถรับอยู่ไหม
ถ้ารับอยู่ ก็มีโอกาสฟื้นตัวในวันถัดๆไป // แต่ถ้าหาก 1560 จุด รับไม่อยู่ ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมา ก็เป็นได้
S50M17 TF Day : ตลอดทั้งวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (990 - 993 จุด) แม้จะมีความพยายาม
ขึ้นไปทำ High ใหม่ แต่ก็ไม่สำเร็จ และได้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Two Crows" ซึ่งทำให้ภาพสัญญาณดูไม่ดีนัก มีแนวโน้มที่จะย่อตัว
หลุดเส้น EMA25 วัน ลงมาทดสอบ 983 EMA75 วัน หรือ 980 Low เดิมที่เคยทำไว้ มาดูกันว่าจะสามารถรับอยู่ไหม
ถ้ารับอยู่ ก็มีโอกาสฟื้นตัวในวันถัดๆไป // แต่ถ้าหาก 983-980 จุด รับไม่อยู่ ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมา ก็เป็นได้
TF60 : เมื่อวานศุกรที่ที่ผ่านมา ดัชนัยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัว Sideway ในกรอบแคบๆ (990 -993 จุด ) แม้จะพยายามขึ้นไป
ทดสอบ High แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวนั้น ยังคงอยู่ในแนว "Sideway up Channel"
อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณ "Bearish Divergence" เกิดขึ้นบ้างแล้ว ดังนั้นแนวโน้มวันนี้คาดว่า หากดัชนีหลุด 989 จุด
ลงมาให้ระวังแรงเทขายตามออกมา // แต่ถ้าหากไม่หลุด 989 จุด แนวโน้มก็คงจะ Sideway ต่อไป
Resistance 996 1000 1005 / 1575 1580 1588
Support 989 985 980 / 1565 1560 1555
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (29 May 2017)
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัว Sideway ในกรอบแคบๆ 1566-1572 จุด แม้ผลการประชุม
กลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC จะมีมติขยายเวลาลดกำลังการผลิตออกไปอีก9เดือน เพื่อปรับสมดุลน้ำมัน ในตลาดโลก) แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดัชนี
ตลาดหุ่นไทย ตอบสนองเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาด ยังรอปัจจัยใหม่ๆที่จะนำ New flow มาขับเคลื่อนดัชนีให้ทะยานไปต่อ
และด้วยเหตุฉะนี้จึงทำให้ดัชนี SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1569 จุด -0.14จุด วันนี้มาดูกันว่า ดัชนีจะสามทรถเคลื่อนไหวหวือหวา ได้หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลง 51.52 จุด หรือ 0.26% แตะที่ 19,635.32 จุด หลังจากตลาดเปิดทำการ
ได้เพียง 15 นาที เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ทางการญี่ปุ่นเชื่อว่า
ขีนาวุธได้ถูกยิงลงสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น (EEZ) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณทะเลญี่ปุ่น ในช่วงที่ตลาดเปิดทำการซื้อขายนั้น ดัชนีนิกเกอิปิด
ตลาดขยับขึ้น 10.34 จุด หรือ +0.05% แตะที่ 19,697.18 จุด ก่อนที่ดัชนีจะอ่อนแรงลงในเวลาต่อมา
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเมื่อวันศุกร์ (26 พ.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงา
เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวัน Memorial Day สุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ดัชนี NASDAQ และ S&P500
ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,080.28 จุด ลดลง 2.67 จุด หรือ -0.01% จุด
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,210.19 จุด เพิ่มขึ้น 4.94 จุด หรือ +0.08%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,415.82 จุด เพิ่มขึ้น 0.75 จุด หรือ +0.03%
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์มีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวในสุดสัปดาห์นี้
ถึงแม้สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นบวกหลายรายการก็ตาม โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มตัวเลขการขยายตัวของผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 1 ปี 2560 เป็น 1.2% ซึ่งสูงกว่าระดับ 0.7% ในการประมาณการครั้งแรก และสูงกว่าที่ตลาด
คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 0.9% ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค การลงทุนภาคธุรกิจ และการใช้จ่ายภาครัฐที่แข็งแกร่ง
กว่าในรายงานเบื้องต้นเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้จีดีพีไตรมาสแรกจะได้รับการปรับทบทวนขึ้น แต่อัตราขยายตัวที่ 1.2% ก็ยังถือว่าต่ำ โดยเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบปี
ลดลงจากระดับ 2.1% ในไตรมาส 4 ของปี 2559
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยด้วยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มี
อายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง 0.7% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรม
การผลิตของสหรัฐเริ่มชะลอความร้อนแรงลง อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย.ลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า
จะลดลงถึง 1%
ขณะที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐขั้นสุดท้ายของเดือนพ.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 97.1
จากระดับ 97.0 ในเดือนเม.ย. แต่ต่ำกว่าตัวเลขขั้นต้นที่ระดับ 97.7
นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า ภาพรวมภาวะตลาดหุ้นสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีทิศทางที่สดใส โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 1.3%
ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.1% และ 1.4% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนมักเกิดความลังเลในการลงทุน
เมื่อถึงช่วงวันหยุดยาวในสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนยังเกิดความวิตกกังวล ภายหลังจากนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้ออกมาแสดงความวิตกว่า เงินเฟ้อของสหรัฐในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อพิจารณาจากการที่เฟดกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%
นายบูลลาร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการเฟดที่ไม่มีสิทธิออกเสียงในการกำหนดนโยบายการเงินในปีนี้ ระบุว่า ระดับราคาผู้บริโภคของสหรัฐอยู่
ในทิศทางที่ต่ำกว่ากรอบราคาในช่วงปี 1995 - 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราเงินเฟ้อขยายตัวเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟดในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีความน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน แม้ว่าที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่สามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปภาษีและการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตา หุ้นนูทานิกซ์ อิงค์ พุ่งขึ้น 11.5% หลังบริษัทคลาวด์คอมพิวติงยักษ์ใหญ่ดังกล่าว รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด
หุ้นแบล็คเบอร์รี ลดลง 1% แม้บริษัทเปิดเผยว่าได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการยุติข้อพิพาททางกฎหมายกับควอลคอมน์ ผู้ผลิตชิปรายใหญ่
ดยควอลคอมน์จะยอมจ่ายเงินทั้งสิ้น 940 ล้านดอลลาร์ให้กับแบล็คเบอร์รีก่อนวันที่ 31 พ.ค.นี้
นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ที่เมืองตาออร์มินา อิตาลี ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดกันว่า
ที่ประชุมจะหลีกเลี่ยงการหารือในประเด็นการกีดกันทางการค้า เพื่อลดการกระทบกระทั่งกับสหรัฐ
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) จากแรงฉุดรั้งของหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลงกันถ้วนหน้า เนื่องจากนักลงทุน
ผิดหวังกับมติของที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก ที่ตกลงจะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไป
เพียง 9 เดือน และไม่ลดเพดานการผลิตเพิ่มเติม
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.2% ปิดที่ 391.35 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,336.64 จุด ลดลง 0.52 จุด หรือ -0.01%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,602.18 จุด ลดลง 19.54 จุด หรือ -0.15%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,547.63 จุด เพิ่มขึ้น 29.92 จุด หรือ +0.40%
ภาวะตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนนี้ยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ
ปรับตัวลง แม้ราคาน้ำมันจะดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ก็ตาม หลังจากกลุ่มโอเปกและประเทศนอกกลุ่ม ตกลงกันที่จะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิต
ออกไปอีกเพียง 9 เดือน จากที่ตลาดคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายเวลาออกไป 12 เดือน นอกจากนี้ที่ประชุมยังไม่มีการตกลงที่จะปรับลด
กำลังการผลิตมากขึ้นด้วย โดยยังคงตรึงเพดานการผลิตที่ 1.8 ล้านบาร์เรล/วันตามข้อตกลงฉบับเดิม ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน
หุ้นซับซี ร่วงลง 2.4% หุ้นโททาลของฝรั่งเศส ขยับลง 0.6% และหุ้นสแตทออยล์ของนอร์เวย์ ร่วง 2%
หุ้นกลุ่มยานยนต์ของเยอรมนีปรับตัวลง หลังแดร์ สปีเกล สื่อท้องถิ่นเยอรมันรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้กล่าวตำหนิเจ้าหน้าที่ยุโรปเกี่ยวกับการที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับเยอรมนีจำนวนมหาศาลในปีที่แล้ว เนื่องจากเยอรมนีได้ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐหลายลันคัน นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังข่มขู่ที่จะยุติเรื่องนี้อีกด้วย
หุ้นบีเอ็มดับเบิลยู ลดลง 1.1% หุ้นเดมเลอร์ ขยับลง 0.6% และหุ้นโฟล์คสวาเกน ลดลง 0.6%
หุ้นกลุ่มอื่นที่น่าจับตา หุ้นสไปแร็กซ์ ซาร์โก เอ็นจีเนียริง พุ่งขึ้น 8.5% หลังบริษัทวิศวกรรมระบบไอน้ำรายใหญ่ดังกล่าวเปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเข้าซื้อกิจการโครมาล็อกซ์ อิงค์ วงเงิน 415 ล้านดอลลาร์
Credit :สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF Day : ตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1566 - 1572 จุด) แม้จะมีความพยายาม
ยืนเหนือระดับ 1570 จุด แต่ก็ไม่สำเร็จ และก็ได้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Doji Evening Star" สองแท่งติดต่อกัน ซึ่งทำให้ภาพ
สัญญาณดูไม่ดีนัก มีแนวโน้มที่จะย่อตัวลงมาทดสอบ บริเวณ 1560 จุด EMA25,75 วัน มาดูกันว่าจะสามารถรับอยู่ไหม
ถ้ารับอยู่ ก็มีโอกาสฟื้นตัวในวันถัดๆไป // แต่ถ้าหาก 1560 จุด รับไม่อยู่ ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมา ก็เป็นได้
S50M17 TF Day : ตลอดทั้งวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (990 - 993 จุด) แม้จะมีความพยายาม
ขึ้นไปทำ High ใหม่ แต่ก็ไม่สำเร็จ และได้ปิดแท่งเทียนไปแบบ "Two Crows" ซึ่งทำให้ภาพสัญญาณดูไม่ดีนัก มีแนวโน้มที่จะย่อตัว
หลุดเส้น EMA25 วัน ลงมาทดสอบ 983 EMA75 วัน หรือ 980 Low เดิมที่เคยทำไว้ มาดูกันว่าจะสามารถรับอยู่ไหม
ถ้ารับอยู่ ก็มีโอกาสฟื้นตัวในวันถัดๆไป // แต่ถ้าหาก 983-980 จุด รับไม่อยู่ ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมา ก็เป็นได้
TF60 : เมื่อวานศุกรที่ที่ผ่านมา ดัชนัยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัว Sideway ในกรอบแคบๆ (990 -993 จุด ) แม้จะพยายามขึ้นไป
ทดสอบ High แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวนั้น ยังคงอยู่ในแนว "Sideway up Channel"
อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณ "Bearish Divergence" เกิดขึ้นบ้างแล้ว ดังนั้นแนวโน้มวันนี้คาดว่า หากดัชนีหลุด 989 จุด
ลงมาให้ระวังแรงเทขายตามออกมา // แต่ถ้าหากไม่หลุด 989 จุด แนวโน้มก็คงจะ Sideway ต่อไป
Resistance 996 1000 1005 / 1575 1580 1588
Support 989 985 980 / 1565 1560 1555
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ