มีชีวิตใครดราม่ายิ่งกว่านี้ไหมคะ ????

นี่กระทู้แรกของเราเลยมันคงยาวมาก คือเราอยากได้กำลังใจและคำแนะนำนะ  หากใครจะด่าโปรดข้ามนะคะ  ขอบคุณค่ะ

เราอายุมากกว่าคนที่เราชอบประมาณ 9 ปี คือตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะอายุห่างกันขนาดนี้  เขาปิดบังเรื่องอายุเขา แล้วหน้าเขาแก่พอๆกับเราไง .... เขาเป็นเพื่อนคนเดียวของเราที่ใต้เลยก็ว่าได้  เราเป็นคนกรุงเทพย้ายไปทำงานที่ใต้  แต่ด้วยอาชีพของเราน่ะ มันต้องไปหลายๆจังหวัด  วันนี้อยู่จังหวัดนี้  อีกสองสามวันอยู่อีกจังหวัดนึง  เลยไม่เคยมีเวลาสนิทกับใคร  แต่คนนี้คือช่วยเหลือเราเรื่องงานทุกอย่าง  คอยให้คำปรึกษา ตอนเรารถคว่ำก็เป็นคนช่วยเราให้เรามีสติออกมาจากรถ  แล้วก็ขับรถข้ามจังหวัดไปส่งเราที่โรงพยาบาลทั้งๆที่เขากำลังทำงานอยู่

แต่เราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน  ถามว่าเรารักเขาไหมคือ รักนะ  แต่ด้วยความที่อายุห่างกันเยอะไปแล้วเราแก่กว่า  มันก็เลยมีความกลัวหลายอย่างมาก  เราคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก  แล้วเราทั้งคู่ไม่พร้อมที่จะมีแฟน  แต่เราสองคนก็มี Something Wrong นั่นแหละ จนกระทั่งเรามีน้อง......

ช่วงที่เราสองคนรู้ว่ามีน้อง  มันตกใจทั้งคู่  ทำอะไรไม่ถูก  แล้วเขาก็หายไปทิ้งเราจมกับปัญหา  ไม่เคลียร์  ไม่ใส่ใจ  ด่าว่าท้องจับผู้ชาย  ดูถูกเราต่างๆนาๆ  บางทีก็บอกว่าเกลียด  บางทีก็พูดว่าอีก 3-4 เดือนจะแต่งงานแล้ว  บางทีก็ไล่เราให้กลับกรุงเทพ  ให้ไปให้พ้นๆ บางทีก็บอกให้เอาน้องออก .... เราอยู่ในสภาพแย่ๆ  มา
แบบนี้มา 4  เดือน  ร้องไห้ทุกวัน  เช้าก็ร้อง  เย็นก็ร้อง จนกระทั่งวันนึงเราทนไม่ไหว  เราเข้าไปหาครอบครัวเขาแล้วบอกเกี่ยสกับเรื่องพวกนี้  ครอบครัวเขาบอกว่ามันอยู่ที่คน 2  คนตกลงกัน  เรากับเขามีการเคลียร์กัน  สอง-สาม รอบ ดีกันแล้วก็ทะเลาะกันแบบนี้  จนเขายอมที่จะให้เราเก็บน้องไว้  แล้วจะส่งค่าใช้จ่ายมาให้  แต่ไม่ขอเจอเรากับลูก ให้เราบอกลูกเราว่าพ่ออ่ะตายไปแล้ว  เราเองก็งี่เง่าเรื่องแฟนเก่าเขาด้วย (แต่ตัวเขายืนยันว่าไม่ได้คุยเป็นปีแล้ว แต่ผู้หญิงคนนั้นยอมรับว่ากลับไปคุยกัน)  แล้วก็ผู้หญิงคนอื่นๆในเฟสของเขาที่เราระแวงด้วยความที่อายุต่างกันเยอะมาก แล้วเราเองท้องอยู่เราก็อยากได้รับความเอาใจใส่ดูแลบ้าง แล้วเราก็รู้สึกแย่ที่เขาไม่สามารถยอมรับกับใครได้ว่าเราท้องกับเขา  ส่วนเราท้องใหญ่ขึ้นทุกวัน บอกใครไม่ได้ว่าท้องกับใคร  เพราะเขาภาพพจน์ดีมาก  มันจะกลายเป็นว่าเราไปปรักปรำผู้ชาย  แม้ว่าเราจะยอมตรวจ ดีเอ็นเอก็ตาม เราก็เลยต้องรีบกลับกรุงเทพ  ทำงานแบบเดิมไม่ได้  

จนสุดท้าย  เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา  ทางแม่เขายื่นเอกสารทางการแพทย์ให้เรา เขาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ศรีษะ  แต่เขาไม่เอ่ยปากพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เรารู้เลย  เขาเพิ่งรู้ได้ประมาณ  อาทิตย์นึง  จนตอนนี้ทั้งที่บ้านเขา  ที่บ้านเราก็ไม่รู้จะสงสารใครดี เราได้รู้จากเพื่อนเราว่า  เขาเคยพูดก่อนที่จะตรวจเจอมะเร็งว่า  เขาเป็นเนื้องอก  แต่ยังไงเขาก็จะพยายามหาเงินส่งเงินให้ลูกทุกเดือนเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่าย  ต่อให้เขาตายไปหรืออะไรเกิดขึ้นกับเขา  เขาก็จะฝากแม่เขาช่วยส่งเงินให้ลูกทุกเดือน แต่เขาไม่ขอเจอเรากับลูก  ส่วนเราน่ะ  รักเขามาก  เราก็ไม่รู้จะทำยังไง  ห่วงเขาก็ห่วง  แค้นเขาก็แค้น  อยากดูแลเขาก็อยากดูแล เราสับสนกับการกระทำของเขาจริงๆ  แต่ดูเหมือนเขาจะมีความสุขมากกว่าถ้าไม่มีเรากับลูก  ทุกวันนี้เขาก็ยังทำงานหนัก ต่อให้ที่บ้านห้ามเขาก็ไม่หยุด วันจันทร์นี้เขาต้องไปตรวจรอบสองอีก  เราเป็นห่วงเขามาก  แต่เขาไม่รับความเป็นห่วงจากเราสักนิดเดียว

เราควรทำยังไงต่อไป ???
ลึกๆก็รู้ว่าเขาห่วงเรากับลูก แต่ทำไมต้องหมางเมินเฉยชาต่อกัน  ??? อาจจะใช่ที่พออยู่ไกลเรากับเขาทะเลทะกันบ่อยมากจนเขาเหนื่อย  เขารำคาญ  แต่ตอนอยู่ด้วยกัน  เราสองคนไม่เคยทะเลาะกันเลย


มีชีวิตใครดราม่ากว่าเราอีกไหม  เราควรไปทางไหนดี  เราสับสนไปหมดทุกอย่าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่