ผมเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่ได้เรียนรู้การทำงานจากบริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานในเมืองไทย ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่ๆ ระบบ วิธีคิด ขั้นตอนการทำงานของบริษัทแบบนี้จะฝึกเราให้ทำงานอยู่ในกรอบวิธีที่เหมาะสม พยายามหาทางออกให้กับปัญหาที่มีเข้ามา โดยยึดระเบียบวิธีปฏิบัติเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน วัฒนธรรมองค์กรและวิธีทำงานแบบมืออาชีพซึ่งเปิดโอกาสให้แสดงความคิดความเห็นและถกเถียงกันได้ด้วยเหตุผลก็ทำให้เราได้ใช้ความรู้ ความสามารถของเราได้อย่างเต็มที่
ผมเองก็เปลี่ยนงานมาหลายบริษัท ซึ่งช่วงหลังๆ ได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทเล็กๆ บริษัทไทยๆ อยู่หลายที่ และด้วยตำแหน่งและความรับผิดชอบผมเองก็มีโอกาสรับรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ซึ่งในอดีตผมก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของบ้านเราที่ต้องมีการเลี้ยงดูปูเสื่อหรือให้การสนับสนุนผู้มีอุปการะคุณกันบ้าง แต่โดยส่วนตัวผมเองไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้เพราะด้วยความที่ผมว่าถ้าผมทำแบบนั้นผมเองก็จะรู้สึกแย่และไม่นับถือตัวเอง
ยิ่งเจอ ยิ่งรู้อะไรมากเข้าผมยิ่งรู้สึกแย่กับสิ่งที่มันเป็นไปในสังคมของบ้านเรา เรื่องพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดากันไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนไหนก็ตาม หลายครั้งก็แอบรู้สึกว่าเราเองที่ไม่ทำเรื่องแบบนี้ เป็นเหมือนคนไร้เดียงสาหรืออ่อนต่อโลกเพราะใครๆ ก็ทำกัน
บางทีผมก็แอบรู้สึกว่าตัวเองโลกสวยเกินไปหรือเปล่า แต่ชีวิตการทำงานที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีผมก็ไม่เคยรับเงินใครนอกเหนือจากเงินเดือนปกติสักบาท ผมถือว่าผมทำงานให้ใคร ผมก็ไม่ควรไปหาผลประโยชน์เพิ่มเติมและเบียดบังสิ่งที่ผมไม่ควรจะได้ ผมก็เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวมาได้จนทุกวันนี้
แต่บางทีผมก็รู้สึกกระอักกระอ่วนกับสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น เพราะดูเหมือนว่าเรื่องเหล่านี้กลายเป็นสิ่งสามัญไปเสียแล้ว ...
มันอึดอัดนะครับที่บางทีเราก็พูดดออกไปตรงๆ กับใครไม่ได้ เพราะสังคมมันเป็นแบบนี้ วิถีของสังคมมันเป็นแบบนี้
......
ศรัทธาของคนทำงานและวัฒนธรรมของการแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่
ผมเองก็เปลี่ยนงานมาหลายบริษัท ซึ่งช่วงหลังๆ ได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทเล็กๆ บริษัทไทยๆ อยู่หลายที่ และด้วยตำแหน่งและความรับผิดชอบผมเองก็มีโอกาสรับรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ซึ่งในอดีตผมก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของบ้านเราที่ต้องมีการเลี้ยงดูปูเสื่อหรือให้การสนับสนุนผู้มีอุปการะคุณกันบ้าง แต่โดยส่วนตัวผมเองไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้เพราะด้วยความที่ผมว่าถ้าผมทำแบบนั้นผมเองก็จะรู้สึกแย่และไม่นับถือตัวเอง
ยิ่งเจอ ยิ่งรู้อะไรมากเข้าผมยิ่งรู้สึกแย่กับสิ่งที่มันเป็นไปในสังคมของบ้านเรา เรื่องพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดากันไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนไหนก็ตาม หลายครั้งก็แอบรู้สึกว่าเราเองที่ไม่ทำเรื่องแบบนี้ เป็นเหมือนคนไร้เดียงสาหรืออ่อนต่อโลกเพราะใครๆ ก็ทำกัน
บางทีผมก็แอบรู้สึกว่าตัวเองโลกสวยเกินไปหรือเปล่า แต่ชีวิตการทำงานที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีผมก็ไม่เคยรับเงินใครนอกเหนือจากเงินเดือนปกติสักบาท ผมถือว่าผมทำงานให้ใคร ผมก็ไม่ควรไปหาผลประโยชน์เพิ่มเติมและเบียดบังสิ่งที่ผมไม่ควรจะได้ ผมก็เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวมาได้จนทุกวันนี้
แต่บางทีผมก็รู้สึกกระอักกระอ่วนกับสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น เพราะดูเหมือนว่าเรื่องเหล่านี้กลายเป็นสิ่งสามัญไปเสียแล้ว ...
มันอึดอัดนะครับที่บางทีเราก็พูดดออกไปตรงๆ กับใครไม่ได้ เพราะสังคมมันเป็นแบบนี้ วิถีของสังคมมันเป็นแบบนี้
......