เส้นทางสายไหม...กระตุ้นเศรษฐกิจ.....หรือล่าอาณานิคม ? cnck

ช่วงวันที่ 14-15 เดือนพฤษภาคม มีการประชุมครั้งสำคัญที่กรุงปักกิ่ง 北京

โดยมีเนื้อหาที่เป็นที่จับตามองของทั่วโลกนั่นคือ

"แนวคิด 1 แถบ 1 เส้นทาง 一带一路 One Belt One Road "

ความหมายของ 1 แถบ คือ เส้นทางเดินทางบกจากจุดเริ่มต้นเมืองซีอันไปทางทิศตะวันตก (ตามแนวเส้นสีส้ม)

และ 1 เส้นทาง หมายถึง เส้นทางเดินทะเล จาก มณฑล ฝูเจี้ยน อ้อมช่องแคบ มะละกา

ไปทางตะวันตกสิ้นสุดที่ อิตาลี


รูป แผนที่ เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21




หรือที่เรียกกันว่า "เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 นั่นเอง"

ภาพ ผู้นำที่ร่วมการประชุม เครดิตรูปในเนต




ความจริงนี่ไม่ใช่ของใหม่ เพราะในประวัติศาสตร์ เมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว

ในสมัยราชวงค์ฮั่น 汉 มีฮ่องเต้องค์ที่ 6 ที่เป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของราชวงค์นี้ ชื่อว่า

ฮั่นหวู่ตี้ 汉武帝 ได้เคยส่งขุนนางชื่อว่า จาง เชียน 张骞 

ออกเดินทางจากเมืองหลวง ฉางอัน 长安 (ปัจจุบันนี้คือเมือง ซีอัน 西安)

มุ่งไปทางทิศตะวันตก ตามเส้นทาง




จุดประสงค์เดิมของพระเจ้า ฮั่นหวู่ตี้ ไม่ใช่ไปค้าขาย แต่ให้ จางเชียน ไปผูกมิตรกับประเทศฝั่งตะวันตก

เพื่อมาช่วยจีน รบกับผู้รุกรานชาว ซงหนู 匈奴 


จางเชียน ออกเดินทางไม่เท่าไหร่ ก็ถูกจับตัวกักไว้ ต่อมาได้หลบหนีออกมาพร้อมสัมภาระที่เตรียมมา

เท่ากับว่า ภาระกิจที่ถูกมอบหมาย ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง


แต่ จางเชียน ได้จดบันทึกเรื่องราวต่างๆในระหว่างที่เดินทาง ทำให้ ฮั่นหวู่ตี้

ทดลองนำเส้นทางนี้ มาใช้ในทางการค้าแทน และ สินค้าที่ชาวตะวันตกชื่นชอบมากที่สุด นั้นคือ

"ผ้าไหม " จึงได้ชื่อว่า "เส้นทางสายไหม" การค้าบนเส้นทางนี้ ก็เจริญรุ่งเรืองนับตั้งแต่นั้นมา


นับตั้งแต่ เติ้ง เสี่ยว ผิง 邓小平 มีนโยบายเปิดประเทศ จนมาถึง สีจิ้นผิง 习近平 ซึ่งเป็นผู้นำรุ่นที่ 5

เศรษฐกิจจีนโตแบบก้าวกระโดด จนบัดนี้ถูกยกย่องว่าเป็น "มหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก"


เมื่อ สีจิ้นผิง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำหมายเลข 1 ของจีน บ่อยครั้งที่แสดงหรือออกนโยบาย

ให้เห็นว่า พยายามผลักดันให้ จีน เป็นที่ยอมรับของทั่วโลกในทุกๆด้าน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สิ่งแวดล้อม การปราบคอร์รับชั่น ฯลฯ


แนวคิด 1 แถบ 1 ระบบ ก็เหมือนกัน ถ้าแนวคิดนี้เป็นจริงเมื่อไหร่ จีน ก็น่าจะเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 อย่างแน่นอน

แต่ความเป็นจริง ถ้าดูจากแผนที่วาดออกมาแล้ว โครงการนี้ถ้าจะสำเร็จได้ต้องใช้เงินมหาศาล

ประมาณการว่า 9 แสนล้าน usd หรือเท่ากับ 14 เท่า ของงบประมาณปี 2560 ของไทย


คำถามคือ จีน มีเงินมากมายในการลงทุนอภิมหาโปรเจคนี้หรือ ?

คำตอบคือ จีนมีเหลือเฟือกับแนวคิดนี้


แต่ถ้าถามว่าจีนบริสุทธิ์ใจจริงในการขยายเศรษฐกิจให้กับชาวโลกจริงหรือ ?

คำตอบที่ได้ อาจจะมีหลายคำตอบ แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญเรื่องของจีน มีจำนวนมากสรุปว่า

"นี่เป็นการล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่ คือ ใช้เศรษฐกิจนำหน้า

หรือพูดหยาบๆคือ "ใช้เงินซื้อประเทศนั้นๆ"

ซึ่งไม่ต่างจากยุคก่อนที่ชาติตะวันตกนำอาวุธมาล่าเมืองขึ้นนั่นเอง"



สำหรับ จขกท แล้ว แนวคิด "1แถบ 1 เส้นทาง" ของ สีจิ้นผิง ก็เหมือนกับงานศพของคนรวยยุคก่อน

ที่เจ้าภาพโปรยเงินขึ้นฟ้า แล้วมีคนยากจนมาตามเก็บเงินที่หล่นมา

ทางนึงสำนึกบุญคุณเจ้าภาพที่ให้เงิน แต่หารู้ไม่ว่า เบื้องหน้าก็คือ หลุมศพที่ขุดรอเอาไว้



การที่การประชุมครั้งนี้ จีน ไม่เชิญ ไทย ส่วนตัวคิดว่า "ดีแล้ว"

เพราะการไปครั้งนี้ ไม่มีความหมายอะไร

อย่างดีภรรยาผู้นำที่ไปร่วมประชุม ได้ไปช็อปปิ้งอย่างจุใจกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของจีน แค่นั้นเอง


เหตุผลที่บอกว่า การที่ จีน ไม่เชิญไทย มองภาพรวมแล้วกลับเป็นผลดีกับไทย คือ

ถ้ามองเส้นทางสายไหมทางทะเลแล้ว ถ้าเกิดขึ้นจริง จีน ก็จะควบคลุมน่านน้ำสำคัญในโลกเกือบทั้งหมด

ซึ่งไม่มีทางที่ประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐ กลุ่มประเทศ G 7 (ยกเว้น อิตาลี) หรือ แม้แต่ สิงคโปร์ จะเห็นด้วย

เพราะถ้าจีนทำสำเร็จ สมดุลย์หลายๆด้าน ก็จะถูกจีนทำลายไป แนวคิดนี้จึงยากที่จะเป็นจริง


สิ่งที่ จีน แสดงให้เห็นหลายๆด้านที่เกี่ยวกับ ประเทศไทย เช่น โครงการรถไฟที่จะเชื่อมจากจีนผ่านไทย

ไปยังประเทศทางใต้ของอาเซี่ยน หรือ โครงการ ระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง เหล่านี้

ล้วนมีผลต่อความมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทย ควรตระหนัก และ ระวังให้ดี


กล่าวโดยสรุปก็คือ การที่ จีน ไม่เชิญไทย ไปร่วมประชุมครั้งนี้ ไม่มีอะไรที่เสียหน้า

เพราะเหมือนกับว่า ไปฟังเศรษฐี ใช้ลมปากวาดฝันให้ฟัง ไม่มีประโยชน์ใดๆ

สู้ทำตัวให้แตกต่างกับเพื่อนบ้านดีกว่า ถึงเวลานั้น จีน อาจจะให้ผลตอบแทนมากกว่าประเทศอื่นก็เป็นได้


ป.ล เม้นท์ย่อย จะเล่าประวัติ สีจิ้นผิง และบทวิจารณ์ที่ไม่สามารถเผยแพร่ในจีนได้

ป.ล 2 เลือกตั้งสมัยหน้า สีจิ้นผิง ก็ยังได้เป็นผู้นำต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี

ป.ล 3 เรื่อง "ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง" เป็นเรื่องใกล้ตัวประเทศไทย และต้องระวังมากกว่า เรื่องรถไฟ

หรือ แนวคิด(เพ้อฝัน) "1 แถบ 1 เส้นทาง" มากมายนัก


ป.ล 4 ขอบคุณ รูปที่มาจากเว็ปต่างๆ

ป.ล 5 ย้ำอีกครั้งนี่เป็นเพียง "แนวคิด" ยังไม่ใช่โครงการ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่