10 เทรนด์ความท้าทายการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล

กระทู้สนทนา
วันนี้ว่างๆ ก็ลองไปรื้อของเก่าว่า ผ่านไปแล้วเกือบครึ่งปี เราเห็นอะไรบ้างแล้ว จากรัฐบาลดิจิทัลที่เกิดขึ้น
ในรอบปีที่ผ่านมา (มีนาคม 2559 – มีนาคม 2560) ถือเป็นปีที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงของการดำเนินงาน e-Government ในประเทศไทย ในรอบปีที่แล้วการ Transformation หรือการแปลงร่างไปสู่ รัฐบาลดิจิทัลถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้น ทั้งการปรับโครงสร้างพื้นฐานให้ทั้งภาครัฐและประชาชนมั่นใจ ด้วยการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของภาครัฐด้วยกันเอง การเข้ามาวางโครงสร้างการยกระดับบุคลากรภาครัฐ เริ่มต้นเป็นโครงการนำร่องโดยอาศัยความสมัครใจ ขณะที่หน่วยงานที่มีความพร้อมทางด้านดิจิทัลอยู่แล้วก็ยังคงเดินหน้าต่อ ในขณะที่บางหน่วยงานเพิ่งเริ่มต้นก็ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะโครงสร้างพื้นฐานก็เพิ่งเริ่มดำเนินการ

ในปีนี้จึงเป็นปีที่การ Transformation ได้เริ่มเกิดดอกออกผลให้เก็บเกี่ยว ไม่ต้องมาบอกกล่าวว่า EGA
มีบริการพื้นฐานอย่าง G-Cloud, GIN, GovChannel และอื่น ๆ กันอีกแล้ว หน่วยงานรัฐไม่มาตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย การดูแล และอื่น ๆ ต่างหันมามุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการใหม่ ๆ ของตนเองให้มากขึ้น จึงถือว่ารอบปีที่ผ่านมา EGA ได้ก้าวผ่านความท้าทายขึ้นไปอีกระดับของการ Transformation บริการภาครัฐเต็มรูปแบบ และนี่คือ 10 เทรนด์ ความท้าทายที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านการเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่สำคัญในรอบปี 2559

1. Citizen eID is playing an important role in assessing government service online
หนุนใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว รับบริการสมาร์ตเซอร์วิสภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
เป็นปีที่ต้องเดินหน้าเชิงรุกด้านดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้สะดวกสบายขึ้นในการเข้ารับบริการจากภาครัฐ ด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียวสามารถยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการที่ทำธุรกรรมต่าง ๆ กับภาครัฐได้โดยไม่ต้องขอสำเนา ซึ่งจะมีการปรับบริการต่าง ๆ ของภาครัฐให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น พร้อมกับออกแบบมาตรการความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลตั้งแต่การวางระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลต่าง ๆ เป็นระบบปิด การเข้าใช้ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นและต้องเสียบบัตรประชาชนของตนเองที่เครื่องอ่านบัตรตลอดเวลาการใช้งานเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ รอบปีที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณในการซื้อเครื่องอ่านบัตรประชาชนประมาณ 2 แสนเครื่อง เพื่อติดตั้งในหน่วยงานราชการให้สามารถรองรับการบริการประชาชนได้ทั่วประเทศ เมื่อดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จภายในปีนี้ บัตรประชาชน หรือ บัตรสมาร์ตคาร์ดก็จะสามารถเข้าถึงโครงการสมาร์ตเซอร์วิสต่าง ๆ ที่ EGA มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนสู่ Smart Citizen

2. Big Data Analytics for citizen personal data But with proper privacy protection
การบูรณาการข้อมูลประชาชนเพื่อมุ่งสู่การให้บริการเชิงรุก
การจัดการข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาล ด้วยระบบเชื่อมโยงข้อมูลกลางเพื่อบูรณาการข้อมูลรวม (Citizen Data Integration) ทั้งมีมาตรการในการควบคุมความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดย EGA เริ่มนำร่องโครงการความร่วมมือไปแล้วประมาณ 2-3 โครงการ โดยจะเริ่มที่การจัดทำระบบฐานข้อมูลสุขภาพประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานด้านสาธารณสุขมีความรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขึ้น

โดย EGA จะเข้ามาผลักดันการดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Big Data ภาครัฐเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการริเริ่มโครงการบูรณาการสวัสดิการสังคมและการจ่ายเงินภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ (Integrated Social Benefits) โครงการระบบชำระเงินแบบ Any ID โครงการขยายการใช้บัตร (Universal Benefits Card) และอื่น ๆ ที่เมื่อดำเนินการต้องเริ่มต้นจากการใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีการบูรณาการข้ามหน่วยงานมากขึ้น ดังนั้น EGA ต้องเตรียมทั้งเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย รวมถึงบุคลากรรองรับให้ได้ทั้งหมดอย่างเร่งด่วนต่อไป

3. ePayments for Government go mainstream
ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐต่อยอดสู่สังคมไร้เงินสด
การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการผลักดันให้ประชาชนลดการใช้เงินสด และมีความสะดวกรวดเร็วในการใช้จ่ายเงินมากยิ่งขึ้น ดังเช่นระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ถือเป็นการผลักดันตามยุทธศาสตร์ของภาครัฐซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของประเทศไทยในการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

ดังนั้นการเดินหน้านโยบายการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เช่นนี้ จะทำให้ในรอบปีนี้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย สำหรับ EGA ก็ได้เร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัยสูงเพื่อให้สามารถรองรับการขยายตัวในอนาคตแบบไม่มีขีดจำกัด และเพื่อรองรับการต่อยอดมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น

4. Blockchain for Healthcare Data Management
ดูแลระบบสุขภาพคนไทยด้วยบล็อกเชน
บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง ซึ่งได้รับการกล่าวถึงอยู่ทั่วโลกขณะนี้ ทางภาครัฐเองโดยเฉพาะ EGA ให้ความสนใจเทคโนโลยีนี้เป็นพิเศษเพราะสามารถตอบโจทย์ด้านการบริหารจัดการข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ๆ ได้ และมีความปลอดภัยด้วย  ซึ่งจากการศึกษาแล้วพบว่าโอกาสที่จะนำมาใช้มากที่สุดคือ การใช้บล็อกเชนกับการบริหารจัดการข้อมูลด้านสาธารณสุข เนื่องจากข้อมูลนี้มีความเสี่ยงในแง่ของ Privacy และ Security สูงมาก อย่างไรก็ตาม บล็อกเชนยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ จึงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์และดำเนินการอีกมาก คาดว่าจะต้องใช้เวลาเหมือนเช่นเทคโนโลยีตัวอื่น ๆ ก่อนหน้านั้น เช่น Big Data, Cloud Computing แต่เพื่อไม่ให้ภาครัฐไทยล่าช้า ทันทีที่เห็นถึงความเป็นไปได้ EGA ก็จะนำร่องเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทยทันที

5. Government Data Center need modernization and preferably go Cloud
ปีแห่งจุดเริ่มต้น Data Center ภาครัฐ
หลังจากทำการศึกษาความจำเป็นในการรวมศูนย์ทำ Data Center ภาครัฐมาระยะหนึ่ง ทาง EGA เล็งเห็นถึงความจำเป็น และพยายามผลักดันในระดับนโยบายมาโดยตลอด ในรอบปีที่ผ่านมาอยู่ในขั้นตอนการเห็นชอบและอนุมัติ แต่หลังจากเดือนเมษายนปีนี้โครงการ Data Center ภาครัฐก็น่าจะผ่านขั้นตอนด้านเอกสาร เข้าสู่กระบวนการ Implement ได้อย่างจริงจัง

การดำเนินการจัดสร้างครั้งนี้ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการจริงได้ภายใน
ปีหน้า หลังจากนั้นคงมีหน่วยงานราชการจำนวนหนึ่งเข้ามาทดลองใช้ และค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบริการหลักต่อไป

สักพักจะมาลงต่อนะครับ ตอนนี้ง่วงแล้ว
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่