แก้ไข
รู้สึกทัอแท้กับชีวิตมากค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง เหมือนหันไปพึ่งใครไม่ได้ซักคน จะเล่าให้พ่อแม่ฟังก็รู้สึกว่าเขาไม่เข้าใจเราค่ะ เพื่อนก็เหมือนจะไม่มีเลยซักคน ชีวิตตอนนี้รู้สึกเคว้งคว้างมาก...
คือต้องขอเล่าหน่อยนะคะ ตามจริงแล้วตอนนี้เราต้องขึ้นปี2ค่ะแต่ตัดสินใจซิ่วก็เลยรอแอดอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าเรารู้สึกเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ด้วยสถาพสังคมก็คือเหมือนเลือกเพื่อนผิดกลุ่มตั้งแต่แรกด้วยแหละค่ะ พออยู่ไปเรื่อยๆนิสัยเริ่มเผยกันเรารู้สึกว่าไม่มีอะไรเข้ากับเพื่อกลุ่มนี้ได้ซักนิดเลย คุยไรกันเราก็ไม่อินด้วย ทางสภาพแวดล้อมก็คือเราต้องไปอยู่หอ ฝึกใช้ชีวิตด้วยตัวเองครั้งแรก ซึ่งปกติแล้วพ่อแม่เราจะไม่ค่อยปล่อยเราไปไหนอ่ะค่ะ เลยเหมือนเด็กติดบ้านติดพ่อแม่มากๆ เลยค่อนข้างจะปรับตัวยากนิดนึงแต่ก็ผ่านไปได้ ปัญหาส่วนนี้น่าจะอยู่ตรงที่สภาพแวดล้อมรอบมอมากกว่า คือมีที่เที่ยวเยอะ จะออกประตูไหนของมอก็มีที่ให้ไปหมด ตรงนี้แหละค่ะที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่ คือด้วยความโลกส่วนตัวสูงและติดบ้านของเรา เลิกเรียนเราก็อยากกลับหอ วันไม่มีเรียนก็จะกลับบ้านตลอดเลย(บ้านกับจ.ที่ไปเรียนอยู่ไม่ไกลกันมากค่ะ) แต่กลุ่มเพื่อนเราเขาจะไม่ค่อยกลับกันแล้วก็ชอบชวนกันไปนู่นนี่ตลอด พอเราไม่ไปด้วยหรือวันที่กลับบ้านงี้ก็คือเหมือนยิ่งทำให้ห่างกันปรับเข้าหากันยากเข้าไปใหญ่เลยตีดสินใจออกจากกลุ่มนี้ พอลองย้ายกลุ่มก็เหมือนเขาลงตัวกันหมดแล้วดูไม่มีกลุ่มไหนอยากต้อนรับเรา จนเรารู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในที่ตรงนั้น สภาพจิตแย่ การเรียนก็แย่ตามไปด้วย เราไม่อยากไปเรียน หาเรื่องป่วยการเมืองบ่อยๆ พอไม่ไปเรียนก็ไม่มีเพื่อนมาบอกการบ้านเราอีก มันกดดันมากจนเรารับไม่ไหวเลยตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าขอซิ่ว เขาก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะแต่ก็ห่วงกลัวเราจะฆ่าตัวตายมั้ง5555555555 เลยยอมให้เราซิ่ว เราก็ลาออกแล้วกลับบ้านเลยเพราะคิดว่ายังไงก็ไม่อยากกลับมาเรียนที่นี่แล้ว เราว่ามหาลัยนี้ไม่เหมาะกับเราเลย
นั่นคือในส่วนของเรื่องเรียนค่ะ ต่อมาคือปัญหาครอบครัว..คือเราสงสัยว่าแม่เราต้องมีกิ๊กแน่ๆค่ะ สังเกตจากเบอร์โทรเข้าออกในโทรศัพท์คือจะมีเบอร์นึงที่ติดต่อกันบ่อยมากแล้วแม่เมมชื่อย่อไว้แค่ว่า ก แล้วแม่ก็รักสวยรักงามมากผิดปกติ ชอบออกไปไหนคนเดียวบ่อยๆบางทีก็ไม่บอกเรา กลับบ้านดึกกว่าเดิมโดยอ้างว่ารถติดตลอดทั้งที่ก็ทำงานที่เดิม ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะติดทุกวันขนาดนี้ ช่วงนี้โรงเรียนก็ปิดเทอมกันด้วยคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่จะติดทุกวัน แถมยังติดโทรศัพท์มากผิดปกติดด้วย ไม่เคยปล่อยให้ห่างตัวพอเราขอเล่นก็ชอบบ่ายเบี่ยงเหมือนกลัวจะไปเห็นอะไร ขี้หงุดหงิดคนในบ้านโดยเฉพาะพ่อ แม่ชอบบ่นะอให้เราฟังค่ะเหมือนไม่พอใจอะไรพ่อเลยซักอย่าง ส่วนพ่อเราก็ติดโทรศัพท์เหมือนกันแต่คงไม่มีแบบแม่ คือครอบครัวเราเคยอบอึ่นกว่านี้มากค่ะ ตั้งแต่เราไปเรียนมหาลัยนั้น(ที่ตอนนี้ลาออกแล้ว)เราก็รู้สึกว่าในส่วนนี่มันหายไปเยอะเลย เราเคยมีความสุขมากกว่านี้ตอนอยู่บ้านแต่ตอนนี้มันเหมือนอยู่ไปวันๆไม่ได้มีความสุขเท่าแต่ก่อนเลย
ปัญหาสุดท้ายคือเรื่องแอดค่ะ ด้วยความที่เราตัดสินใจซิ่วตอนช่วงต้นมี.ค.ซึ่งก็เลยกำหนดสมัครสอบGAT-PATรอบ2มาแล้ว ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมั่นใจว่าจะซิ่วน่ะค่ะเลยไม่ได้สอบรอบแรกด้วย แต่โชคดีที่ยังใช้คะแนนเก่าได้ แต่ปัญหามันอยู่ที่คะแนนปีนี้เฟ้อสิคะ แล้วคะแนนเก่าเรามันไม่ได้ดีมาก ถ้าเทียบกับของปีนี้อาจจะอยู่ขั้นเกือบแน่เลยด้วยซ้ำ เราเลยกลัวว่าจะได้ที่ไม่ดี ไม่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบเท่าไหร่ ตัดสินใจซิ่วทั้งทีใครๆก็คงอยากได้อะไรที่ดีกว่าเดิมถูกไหมล่ะคะ? แล้วเราก็กลัวจะทำให้พ่อแม่ยิ่งผิดหวังด้วย มันกดดันไแหมดเลยค่ะ
สรุปแล้วสภาพจิตใจเราตอนนี้คือแย่มาก เราบอกได้ไม่ชัดเจนว่าจริงๆแล้วปัญหาใหญ่ในจิตใจเราคืออะไรรู้แต่ว่ามันเครียด ซึมเศร้า บางครั้งก็อยากตายๆไปซะ แล้วความเครียดนี้มันก็ส่งผลแย่ทางด้านอารมณ์เราด้วย เราหงุดหงิดง่ายมากอารมณ์แปรปรวนสุดๆ จนบางทีก็เผลอพาลเหวี่ยงใส่คนอื่นอยู่บ่อยๆ เราอยากมีความสุขให้ได้มากกว่านี้ค่ะแต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไง เพื่อนเก่าเราก็ยังมีนะคะติดต่อกันอยู่แต่ปกติเราไม่ใช่คนที่ชอบเล่าปัญหาให้ใครฟังง่ายๆอยู่แล้วเลยไม่กล้าจะปรึกษาเพื่อน เราค่อนข้างจะเป็นคนเงียบๆในกลุ่มด้วยแหละค่ะ ปรึกษาำปก็อาจจะไม่ตรงจุดเพราะเอาจริงๆตอนนี้เรายังสับสนในปัญหาของตัวเองเลย ช่วยเราด้วยนะคะเม่าฝนตกเม่าฝนตก
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา เลยอาจพิมพ์ยาวและงงไปหน่อย เราเรียบเรียงเรื่องไม่ถูกน่ะค่ะ
เราควรทำยังไงกับชีวิตต่อไปดีคะ
รู้สึกทัอแท้กับชีวิตมากค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง เหมือนหันไปพึ่งใครไม่ได้ซักคน จะเล่าให้พ่อแม่ฟังก็รู้สึกว่าเขาไม่เข้าใจเราค่ะ เพื่อนก็เหมือนจะไม่มีเลยซักคน ชีวิตตอนนี้รู้สึกเคว้งคว้างมาก...
คือต้องขอเล่าหน่อยนะคะ ตามจริงแล้วตอนนี้เราต้องขึ้นปี2ค่ะแต่ตัดสินใจซิ่วก็เลยรอแอดอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าเรารู้สึกเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ด้วยสถาพสังคมก็คือเหมือนเลือกเพื่อนผิดกลุ่มตั้งแต่แรกด้วยแหละค่ะ พออยู่ไปเรื่อยๆนิสัยเริ่มเผยกันเรารู้สึกว่าไม่มีอะไรเข้ากับเพื่อกลุ่มนี้ได้ซักนิดเลย คุยไรกันเราก็ไม่อินด้วย ทางสภาพแวดล้อมก็คือเราต้องไปอยู่หอ ฝึกใช้ชีวิตด้วยตัวเองครั้งแรก ซึ่งปกติแล้วพ่อแม่เราจะไม่ค่อยปล่อยเราไปไหนอ่ะค่ะ เลยเหมือนเด็กติดบ้านติดพ่อแม่มากๆ เลยค่อนข้างจะปรับตัวยากนิดนึงแต่ก็ผ่านไปได้ ปัญหาส่วนนี้น่าจะอยู่ตรงที่สภาพแวดล้อมรอบมอมากกว่า คือมีที่เที่ยวเยอะ จะออกประตูไหนของมอก็มีที่ให้ไปหมด ตรงนี้แหละค่ะที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่ คือด้วยความโลกส่วนตัวสูงและติดบ้านของเรา เลิกเรียนเราก็อยากกลับหอ วันไม่มีเรียนก็จะกลับบ้านตลอดเลย(บ้านกับจ.ที่ไปเรียนอยู่ไม่ไกลกันมากค่ะ) แต่กลุ่มเพื่อนเราเขาจะไม่ค่อยกลับกันแล้วก็ชอบชวนกันไปนู่นนี่ตลอด พอเราไม่ไปด้วยหรือวันที่กลับบ้านงี้ก็คือเหมือนยิ่งทำให้ห่างกันปรับเข้าหากันยากเข้าไปใหญ่เลยตีดสินใจออกจากกลุ่มนี้ พอลองย้ายกลุ่มก็เหมือนเขาลงตัวกันหมดแล้วดูไม่มีกลุ่มไหนอยากต้อนรับเรา จนเรารู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในที่ตรงนั้น สภาพจิตแย่ การเรียนก็แย่ตามไปด้วย เราไม่อยากไปเรียน หาเรื่องป่วยการเมืองบ่อยๆ พอไม่ไปเรียนก็ไม่มีเพื่อนมาบอกการบ้านเราอีก มันกดดันมากจนเรารับไม่ไหวเลยตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าขอซิ่ว เขาก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะแต่ก็ห่วงกลัวเราจะฆ่าตัวตายมั้ง5555555555 เลยยอมให้เราซิ่ว เราก็ลาออกแล้วกลับบ้านเลยเพราะคิดว่ายังไงก็ไม่อยากกลับมาเรียนที่นี่แล้ว เราว่ามหาลัยนี้ไม่เหมาะกับเราเลย
นั่นคือในส่วนของเรื่องเรียนค่ะ ต่อมาคือปัญหาครอบครัว..คือเราสงสัยว่าแม่เราต้องมีกิ๊กแน่ๆค่ะ สังเกตจากเบอร์โทรเข้าออกในโทรศัพท์คือจะมีเบอร์นึงที่ติดต่อกันบ่อยมากแล้วแม่เมมชื่อย่อไว้แค่ว่า ก แล้วแม่ก็รักสวยรักงามมากผิดปกติ ชอบออกไปไหนคนเดียวบ่อยๆบางทีก็ไม่บอกเรา กลับบ้านดึกกว่าเดิมโดยอ้างว่ารถติดตลอดทั้งที่ก็ทำงานที่เดิม ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะติดทุกวันขนาดนี้ ช่วงนี้โรงเรียนก็ปิดเทอมกันด้วยคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่จะติดทุกวัน แถมยังติดโทรศัพท์มากผิดปกติดด้วย ไม่เคยปล่อยให้ห่างตัวพอเราขอเล่นก็ชอบบ่ายเบี่ยงเหมือนกลัวจะไปเห็นอะไร ขี้หงุดหงิดคนในบ้านโดยเฉพาะพ่อ แม่ชอบบ่นะอให้เราฟังค่ะเหมือนไม่พอใจอะไรพ่อเลยซักอย่าง ส่วนพ่อเราก็ติดโทรศัพท์เหมือนกันแต่คงไม่มีแบบแม่ คือครอบครัวเราเคยอบอึ่นกว่านี้มากค่ะ ตั้งแต่เราไปเรียนมหาลัยนั้น(ที่ตอนนี้ลาออกแล้ว)เราก็รู้สึกว่าในส่วนนี่มันหายไปเยอะเลย เราเคยมีความสุขมากกว่านี้ตอนอยู่บ้านแต่ตอนนี้มันเหมือนอยู่ไปวันๆไม่ได้มีความสุขเท่าแต่ก่อนเลย
ปัญหาสุดท้ายคือเรื่องแอดค่ะ ด้วยความที่เราตัดสินใจซิ่วตอนช่วงต้นมี.ค.ซึ่งก็เลยกำหนดสมัครสอบGAT-PATรอบ2มาแล้ว ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมั่นใจว่าจะซิ่วน่ะค่ะเลยไม่ได้สอบรอบแรกด้วย แต่โชคดีที่ยังใช้คะแนนเก่าได้ แต่ปัญหามันอยู่ที่คะแนนปีนี้เฟ้อสิคะ แล้วคะแนนเก่าเรามันไม่ได้ดีมาก ถ้าเทียบกับของปีนี้อาจจะอยู่ขั้นเกือบแน่เลยด้วยซ้ำ เราเลยกลัวว่าจะได้ที่ไม่ดี ไม่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบเท่าไหร่ ตัดสินใจซิ่วทั้งทีใครๆก็คงอยากได้อะไรที่ดีกว่าเดิมถูกไหมล่ะคะ? แล้วเราก็กลัวจะทำให้พ่อแม่ยิ่งผิดหวังด้วย มันกดดันไแหมดเลยค่ะ
สรุปแล้วสภาพจิตใจเราตอนนี้คือแย่มาก เราบอกได้ไม่ชัดเจนว่าจริงๆแล้วปัญหาใหญ่ในจิตใจเราคืออะไรรู้แต่ว่ามันเครียด ซึมเศร้า บางครั้งก็อยากตายๆไปซะ แล้วความเครียดนี้มันก็ส่งผลแย่ทางด้านอารมณ์เราด้วย เราหงุดหงิดง่ายมากอารมณ์แปรปรวนสุดๆ จนบางทีก็เผลอพาลเหวี่ยงใส่คนอื่นอยู่บ่อยๆ เราอยากมีความสุขให้ได้มากกว่านี้ค่ะแต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไง เพื่อนเก่าเราก็ยังมีนะคะติดต่อกันอยู่แต่ปกติเราไม่ใช่คนที่ชอบเล่าปัญหาให้ใครฟังง่ายๆอยู่แล้วเลยไม่กล้าจะปรึกษาเพื่อน เราค่อนข้างจะเป็นคนเงียบๆในกลุ่มด้วยแหละค่ะ ปรึกษาำปก็อาจจะไม่ตรงจุดเพราะเอาจริงๆตอนนี้เรายังสับสนในปัญหาของตัวเองเลย ช่วยเราด้วยนะคะเม่าฝนตกเม่าฝนตก
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา เลยอาจพิมพ์ยาวและงงไปหน่อย เราเรียบเรียงเรื่องไม่ถูกน่ะค่ะ