เพราะชีวิตของคนเรา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ... อยากขอคำแนะนำค่ะ

สวัสดีค่ะ
กระทู้นี้เรามีเรื่องราวอยากจะแบ่งปันค่ะ
          เราเคยอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ครอบครัวฐานะปานกลาง อยู่กันอย่างอบอุ่นดี พ่อเราเป็นวิศวกร แม่เราค้าขาย ตอนเด็กเราเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ดูแลอย่างดี ไม่เคยตามใจ แต่เราก็มีงอแงบ้างบางครั้ง ตอนเราอายุ 10 ปี พ่อเราเกิดอุบัติเหตุตกบันไดจากชั้นสามตอนคุมงาน ไหล่หลุด ศรีษะกระแทก มีอาการชัก ทำให้คุมงานไม่ได้ ออกจากงานกลับมาอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด พ่อทำงานหนักมากไม่ได้รับเขียนแบบเล็กๆน้อยๆ แม่ก็ขายของอยู่แถวบ้าน แต่ก็รายได้ไม่ดีเท่าไร ตอนนั้นฐานะเริ่มแย่ลง พอเราอายุได้ 11-12 ปี แม่ก็มีน้องอีกคน เป็น ผู้ชาย น่ารักมาก เรารักน้องมาก เราช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้อง แล้วเราก็กำลังจะเข้าม.1 เราสอบเข้าได้โรงเรียนประจำอำเภอ พ่อแม่ก็ดีใจ เราก็ดีใจ แต่เราเริ่มคิดเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว เพราะต้องนั่งรถไปเรียนในตัวอำเภอ เราก็เลยขายขนมตอนเช้าก่อนไปเรียนทุกวัน ขนมที่เราขาย คือ ขนมครก เพราะมันทำง่าย ขายเช้าขายได้ง่าย เงินที่ขายได้ก็ไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าได้ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ผ่านไปขึ้นม.3 เราไม่รู้เลยว่าแม่เราชอบเล่นหวย กู้เงินนอกระบบ มีรถมอไซต์ก็เอาไปจำนำไปเข้าไฟแนนซ์ พอพ่อรู้ก็มีทะเลาะกัน แล้วก็มีเรื่องแบบนี้เข้ามาเรื่อยๆ จนเราจบม.3 จะขึ้นม.4 ตอนแรกเราคิดที่จะไม่เรียนต่อ อยากจะออกไปทำงานเลย แต่พอเราเหนครอบครัวเราเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องสู้เข้าไปอีก พ่อกับแม่เราก็ทะเลาะกันทุกวัน บางวันเรากลับมาเราก็เข้าห้องทำการบ้านไม่สนใจใครเลย กลายเป็นเด็กเก็บกด ไม่คุยกับใคร ไม่เข้าหาใคร ชอบอยู่คนเดียว พอม.4ตอนปลาย แม่เราก็มีน้อง ผู้หญิง อีกคน ตอนนี้ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ เพราะแม่ก็สร้างหนี้ไว้เยอะ พ่อก็ทำงานใช้หนี้ก็แทบจะไม่ไหว อาการชักพ่อก็กลับมากำเริบอีก ต้องไปหาหมอทุกเดือน เสียค่ายาเดือนนึงก็หลายพัน ค่าใช้จ่ายต่างๆในครอบครัวอีก เราก็พยายามหาขายของ ปิดเทอมไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ เสาร์-อาทิตย์ รับจ้างไปถูบ้าน รับจ้างซักผ้ารีดผ้า ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น หนี้ไม่ลด กลับเพิ่มขึ้นๆ เพราะแม่เรายังไม่เลิกเล่นหวย กู้เงิน ทั้งๆที่เรา พ่อ ญาติก็คอยห้าม คอยเตือน แต่ก็ไม่ได้ผล จน แม่คลอดน้อง ญาติของเราเลยขอเป็นลูกบุญธรรม ตอนแรกไม่มีใครยอมยกให้ แต่เพราะค่าใช้จ่ายในครอบครัวเยอะจนไม่ไหว ต้องยกให้ไป แต่ก็ให้น้องรับรู้ว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ เหมือนเป็นลูกบุญธรรมแค่ในนาม ปละคอยส่งค่าเลี้ยงดู พอใกล้จบม.6 เราอยากเรียนวิศวะ เพราะตอนเด็เราชอบออกไปดูงานกับพ่อ เราก็ไปสอบวิศวะ มหาลัยต่างๆ เราสอบติด วิศวะ 2 ที่ ที่นึงเรียนกรุงเทพฯ อีกที่เรียนใกล้บ้าน เราเลือกที่จะเรียนใกล้บ้าน เพราะสะดวกสบาย พอเข้ามหาลัย เราก็บอกตัวเองต้องตั้งใจเรียนให้จบ จะได้หหางานดีๆทำ พ่อแม่จะได้ไม่เหนื่อย เราเรียน ทำกิจกรรมทุกอย่างของคณะ ปี1-2 เกรดอยู่ในระดับที่ไม่น่าเกลียด ปานกลางๆ แล้วช่วงนี้ก็มีเรื่องให้เราหนักใจ คิดมาก พ่อกับแม่เราเลิกกัน แล้วจะแยกทางกัน คือ จากครอบครัวที่เคยอบอุ่น จากครอบครัวที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่วันนี้มันจะหายไปแล้ว เราก็เครียด เรียนหนัก ทั้งพ่อทั้งแม่โทรมาหาเรา ให้เราเลือกว่าจะอยู่กับใคร พ่อกับแม่ถามแค่เรา เพราะน้อง 2 คน มีคนดูแลแล้ว เราก็คิดหนัก เลือกไม่ได้ เพราะเราก็รักทั้งสองคน ทำให้เราคิดเข้าร้านเหล้า กินเหล้ากินเบียร์ หลังจากกินเราคิดได้ เราไม่เลือกใคร เราอยู่คนเดียวตั้งใจเรียน ทำงานเก็บเงินเรียน ทำทุกอย่างที่ทำได้ หาเงินเรียน กู้ กยศ. (เรากู้เรียนตั้งแต่ม.ปลาย ลืมบอก) ไม่ได้ขอเงินที่บ้าน เราคิดแค่ว่าเราจะต้อองผ่านมันไปให้ได้ เราพยายามคิดแต่เรื่องเรียน แต่มันไม่เสมอไป พ่อกับแม่ก็จะโทรมาหาเราตลอด พูดบอกเรื่องของอีกฝ่าย ว่าอีกฝ่าย ประมาณว่ามาระบายกับเรา เราก็รับฟัง ก็เก็บมาคิดบ้าง ปล่อยผ่านไปบ้าง เราไม่รู้ความคิดของพวกท่าน เราคิดอย่างเดียวคือเราต้องเรียนให้จบ หางานทำที่ดี แล้วเราก็ทำมันสำเร็จ เราเรียนจบได้งานทำหลังจบไม่กี่เดือน ทำงานได้เราก็ส่งไปให้พ่อ ให้แม่ ให้น้องบ้าง (แบ่งส่งสามส่วน) ทั้งที่เงินเดือนเราแค่ 15000 เราก็อดบ้าง กินบ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งให้ทุกเดือน บางเดือนพ่อบอกไม่ต้องส่งให้เราเก็บไว้ใช้ เพราะพ่อรูว่าเราต้องอด บอกบอกพ่อหางานรับจ้างทำไปวันๆก็ได้เงินมา 100-200 ก็อยู่ได้แล้ว แต่แม่จะชอบโทรมาขอยืมเงินเราบ้างครั้งเราไม่มี แม่ก็มาว่าเรา โกรธเรา เราก็เลยยอมให้ แต่บ้างครั้งก็เยอะเกินไป เราก็ไม่มีให้ แม่ก็จะมาแนวที่เคยส่ง เคยให้ไม่คิดหรอ เราก็ไม่รู้จะทำไง เพราะแม่เราขอยืมทีเกือบ10000 แต่เราสงสารพ่อเรามากกว่า เราโอนเงินให้พ่อต้องให้ผ่านเพื่อนบ้าน เพราะพ่อไม่เปิดบัญชีอะไรเลย โอนไปให้พ่อก็จะโอนกลับมา กลัวเราไม่มีใช้ กลัวเราอด
         ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่แบบนี้ เราก็ตั้งใจทำงาน เก็บเงินส่งให้ทั้งพ่อทั้งแม่ แต่ตอนนี้เราเหมือนไม่มีใคร เราเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีบ้านที่จะกลับไป ไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอีกแล้ว เราเครียด ร้องไห้ทุกวัน ไหนจะเรื่องงาน เรื่องครอบครัว แต่เราก็คิดที่จะสู้กับมันถึงแม้มันจะเหนื่อย ไม่มีใครเข้าใจเรา บ้างครั้งเราเห็นคนอื่นที่อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว คุยกัน ปีใหม่กลับบ้านไหม สงกรานต์ไปไหนกลับบ้านรึเปล่า ในใจเราก็เสียใจ น้อยใจ แต่เราก็ได้แค่รู้สึกไม่สามารถแสดงมันออกมาได้
         ที่เราโพส์ตมาทั้งหมดนี้เราแค่อยากให้ทุกคนที่กำลังมีปัญหาต่างๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม จงก้าวผ่านมันไปให้ได้ ลุกขึ้นสู้กับมัน เอาทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมา มาเป็นแรงผลักดันให้เราเดินต่อไป  

อยากรู้ว่าแต่ละคนมีวิธีที่จะก้าวผ่านเรื่องพวกนี้ได้ยัง ????
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่