ทุกครั้งที่มีปัญหาชีวิต ทุกคนจัดการกับตัวเองอย่างไรบ้างคะ ?

*ตั้งกระทู้ครั้งแรก พึ่งสมัครเมื่อกี้ ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยค่ะ*

เรามีปัญหาชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงดีค่ะ เป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนหรือจะทำอย่างไรกับชีวิตดีแล้วค่ะ
ทุกอย่างมันเริ่มช่วงที่เราเข้ามหาลัย เนื่องจากส่วนตัวนั้น ไม่มีความฝันหรือสิ่งที่อยากทำเป็นพิเศษ
พอจะเข้ามหาลัยก็ไม่รู้จะไปต่อทางไหน จึงเลือกมหาบัย คณะที่คิดว่าต่อยอดในอนาคตได้
สุดท้ายก็ไปไม่รอด จนต้องซฺิ่ว
เหตุผลที่ต้องซิ่วนอกจากเรียนไม่รู้เรื่อง คือสุขภาพจิตเราค่ะ
ช่วงนั้นเราเป็นโรคซึมเศร้า จากปัญหาทางบ้าน ที่รู้สึกว่าโดนผู้ปกครองเมินหรือไม่ใส่ใจอยู๋บ่อยๆ
แล้วมักจะโดนเปรียบเทียบกับน้องชายที่เรียนเก่งกว่า จนทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดี
ทุกครั้งที่จะเริ่มทำอะไร ก็จะโดนบอกว่า ทำไม่ได้ ไม่มีทาง ตลอด
จนเหมือนคำสาปติดตัวค่ะ ทุกครั้งที่จะทำ กลายเป็นทำไม่ได้ ไม่กล้า หวาดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่
แน่นอนถึงจุดที่เราทนไม่ไหว เราไปหาหมอจิตแพทย์ค่ะ ต้องใช้ความกล้ามากๆ ที่จะบอกตัวเองว่าจิตเราไม่ปกติเหมือนคนอื่นนะ
ตอนแรกเหมือนจะดีค่ะ หมอเข้ามาคุย เรียกแม่มาคุย ปรับความเข้าใจ
แต่เหมือนกับหมอด่วนสรุปเราทุกอย่างเลยค่ะ
พื้นฐานครอบครัวเราฐานะปานกลาง แม่กับพ่อทะเลาะกันตั้งแต่จำความได้ จนหย่ากันเพราะพ่อมีชู้แล้วแม่จับได้
พอหย่ากันเราก็มาอยู่กับแม่ ซึ่งแม่เราก็ทำงานเก่งอยู่แล้วเรื่องรายได้ครอบครัวจึงไม่เป็นปัญหา
หมอตีความว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า เพราะปัญหาครอบครัว มีปมในใจที่พ่อแม่หย่าร้าง พ่อไปมีชู้
คือถึงเราจะมีปมตรงที่แม่ไม่เคยสนใจ หรือแม่ไม่เคยเข้าใจ แต่เราไม่รู้สึกอะไรที่พ่อเรามีชู้จนหย่าร้าง
คือพ่อเราก็ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่หรอก มักจะเบียดเบียนแม่ตลอด เราก็รู้ ไม่เคยควักกระเป๋าตังค์ซื้ออะไรให้ลูกซักอย่าง
ซึ่งการที่คนนั้นออกจากชีวิตเราก็ยินดีมากค่ะ ชีวิตสงบสุขขึ้น(หลังจากพ่อหย่ากับแม่ พ่อก็มีเมียไปทั่ว ใครท้องพ่อก็ทิ้งทันที)
ทุกครั้งที่ไปหาหมอ หมอย้ำตรงนี้ตลอด เราก็บอกว่าเราไม่ได้คิดอะไรหรือสนอะไรพ่อทั้งนั้น จนเราเบื่อแล้วรู้สึกรักษาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ
แต่ถ้าถาม ช่วงเวลากินยา เราบอกได้ว่าเป็นช่วงที่สุขภาพจิตเราดีขึ้นจริงๆค่ะ ดูมีความสุข โลกสดใสขึ้น
พอเลิกไปหาหมอ เลิกกินยาทุกอย่างก็เหมือนพังครืนค่ะ (ก่อนจะเลิกจริงๆเราเคยเปลี่ยนหมอ แต่ก็ไม่โอเคเหมือนเดิมค่ะ)
หลังจากซิ่วมาเรียนอีกที่ ก็เหมือนไปไม่รอดไม่ใช่วิชาการเรียน แต่สุขภาพจิตใจเราที่ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
รู้สึกเหนื่อยมากที่ต้องลุกขึ้นมาใช้ชีวิตในแต่ละวัน พยายามที่จะกีดข้อมือตัวเองแต่ไม่สำเร็จเเพราะกลัวเลือดค่ะ
หลายๆครั้งที่นั้งร้องไห้คนเดียว ทั้งๆที่ไม่ได้มีใครว่าร้ายอะไร รู้สึกสับสนจนมืดแปดด้าน
ส่วนแม่ก็ให้ลุกขึ้นไปทำกิจกรรม ไปเจอผู้คน ซึ่งเราไม่อยากทำเลย มันรุ้สึกอึดอัดอยากจะอ้วก
ต้องเจอคนที่ไม่รู้จัก ผู้คนกับคนแปลกหน้า ต้องนั่งฉีกยิ้มทั้งๆที่ตัวเองไม่ยิ้ม
เราเป็นคนหน้านิ่งค่ะ แม่เห็นก็จะบอกว่า ยิ้มสิ้ ยิ้มสิ ยิ้มสิ จนเราอยากร้องไห้ เรายิ้มไม่ออก เราไม่มีความสุขเรายิ้มไม่ได้
แต่เราก็ร้องไห้ไม่ได้ เพราะถ้าร้องก็จะถูกห้าม
ต้องยิ้มตลอด ต้องบอกว่าไม่เป็นไร มันเหนื่อยจริงๆ ไม่สามารถปรึกษาใครได้ เรามีเพื่อนถึงอย่างนั้นเพื่อนก็ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้
ส่วนแม่ก็บอกว่าทุกอย่างเป็นที่ตัวเรา เพราะเรานอนดึกตื่นสายมันเลยไม่แจ่มใส เพราะเราชอบที่จะไม่ยิ้มชีวิตเลยอมทุกข์
จนเราไม่รู้จะพึ่งใครแล้วค่ะ ตอนนี้ที่เรียนอยู่ก็ไม่รู้จะโดนไทร์รึเปล่า
อย่างกลับไปหาจิตแพทย์ดีๆ แต่ทุกครั้งที่ไปแม่มักบ่นว่าเปลืองเงิน
จนเราไม่กล้าที่จะไปแล้วค่ะ เพราะตอนนี้เรายังไม่มีรายได้ ค่ายาก็ต้องจ่าย
ไม่รู้จะทำอย่างไร จนต้องมานั่งเขียนกระทู้ ทางเลือกสุดท้ายแล้วจริงๆค่ะ
ปกติเราไม่ค่อยอยากให้คนแปลกหน้ามารู้เรื่องราวชีวิตของเราเท่าไหร่ แต่เราไม่สามารถหาทางออกให้ตัวเองแล้วจริงๆ


อาจจะมีเนื้อหาที่สับสนบ้าง เพราะระหว่างพิมเราก็รู้สึกแย่ไปด้วย สามารถถามได้ถ้ามีตรงไหนสงสัยค่ะ
เราจะตอบให้ที่หลัง ได้โปรดช่วยให้คำแนะนำเราด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่