ร่วมถกแตกประเด็นกท.36272101 อยากทราบว่าตอนนี้กฏหมายประเทศไทย สามารถแกะบุหรี่แบ่งขาย หรือแบ่งสุราเป็นกั๊กได้ไหมคะ

จากกระทู้ https://pantip.com/topic/36272101

ตามกระทู้ดังกล่าวผมจะขอแยกเป็นหัวข้อที่ต้องการร่วมถกเป็น 4 ประเด็นคือ

1. ตอนนี้กฏหมายของประเทศไทยสามารถแกะบุหรี่แบ่งขายเป็นมวนได้ไหมคะ
2. และสุราพวกเหล้าขาวเหล้าดำสามารถแบ่งขายเป็นกั๊กแบบขวดกระทิงแดงได้หรือเปล่า
3. แต่ถ้าขายแบ่งแบบนี้ผิดกฏหมายถ้ามีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจับจะต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่คะ
4. แล้วจะมีวิธีการตรวจสอบยังไงบ้างคะ ที่จะรู้ว่าไม่ใช่มิจฉาชีพปลอมตัวมารีดไถประชาชน

โดยในที่นี้ผมขออ้างกฎหมายที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ([Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้) คือ

1. พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2660 [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
2. พระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. 2509 [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
3. พระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493 [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ประเด็นที่ 1
1. ตอนนี้กฏหมายของประเทศไทยสามารถแกะบุหรี่แบ่งขายเป็นมวนได้ไหมคะ

ถ้ายังไม่นับเอาพรบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศลงราชกิจจา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตามมาตรา 2 เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งวันที่ประกาศไว้คือวันที่ 20 มีนาคม 2560 วันที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ก็คือ 16 ก.ย. 2560 ตามข่าวที่ออกมา
ก็ต้องมาย้อนดูกฎหมายฉบับเก่าที่เคยประกาศใช้มาว่ามีบทบัญญัติเคยกำหนดเอาไว้อย่างไร ซึ่งในที่นี้ผมขอยกเอาพระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. 2509 มาเทียบเคียงนั่นก็คือ มาตรา 22 การขายยาเส้นต้องขายทั้งซอง ห้ามแบ่งขาย เป็นคำตอบ

พรบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

พรบ.ยาสูบ พ.ศ. 2509




2. และสุราพวกเหล้าขาวเหล้าดำสามารถแบ่งขายเป็นกั๊กแบบขวดกระทิงแดงได้หรือเปล่า

ในที่นี้ผมขอยกเอาพระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493 มาเทียบเคียงนั่นก็คือ มาตรา 23 ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 ถึงประเภทที่ 7 ทำการเปลี่ยนแปลงสุราโดยเอาสุราอื่นใด หรือน้ำ หรือของเหลว หรือวัตถุอื่นใดเจือปนลง หรือเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุสุรา เว้นแต่ผู้ซื้อได้ร้องขอให้เปลี่ยนแปลงสุราเพื่อดื่มในขณะนั้น เป็นคำตอบ  คือ ห้ามแบ่งขายเป็นกั๊กหรือขวดกระทิงแดง





3. แต่ถ้าขายแบ่งแบบนี้ผิดกฏหมายถ้ามีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจับจะต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่คะ

ในที่นี้ผมขอยกเอาบทกำหนดโทษของพระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. 2509 และพระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493 มาเทียบเคียงนั่นก็คือ

พระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. 2509

พระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493

ดังนั้นถ้าใครถูกจับและปรับก็ให้เจ้าหน้าที่พนักงานลองยกกฎหมายที่จะปรับว่าเป็นกฎหมายฉบับใดเพื่อมาดูบทกำหนดปรับ ที่โดนกันหลายหมื่น คงอาจโดนข้อหาอื่นด้วย อาทิ ไม่มีใบอนุญาต หรือขายให้ผู้มีอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด

สำหรับ พรบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ประมาณวันที่ 16 กันยายน 2560 นั้นจะมีบทบัญญัติและกำหนดโทษดังนี้



บทกำหนดโทษ




4. แล้วจะมีวิธีการตรวจสอบยังไงบ้างคะ ที่จะรู้ว่าไม่ใช่มิจฉาชีพปลอมตัวมารีดไถประชาชน

ตรงนี้ผมขอยกเอาพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาให้ดูกันเลย เพราะของกฎหมายเก่าๆ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกันไม่แตกต่างกันมากนัก การตรวจสอบก็คือขอดูบัตรเจ้าพนักงานเพื่อแสดงตัวตนหรือจะขอโทรเช็คกับทางต้นสังกัดเพื่อตรวจสอบก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง







สุดท้าย สำหรับใครที่มีความคิดเห็นเพิ่มเติม เสนอแนะ หรือแก้ไขข้อมูลด้านบน ผมก็ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนผู้ค้าที่ควรจะได้รับทราบเพื่อนำไปใช้เพื่อปฏิบัติหรือป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง

สำหรับประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางอีกประเด็นก็คือ ราคาใบอนุญาตให้ขายปลีกยาสูบ สุรา และไพ่ ซึ่งมีราคาต่อใบค่อนข้างสูงและมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อร้านค้าขายปลีกและร้านอาหารทั่วไป ก็ต้องรอดูวันที่ใช้ประกาศจริงว่า มีการเสียค่าต่ออายุในราคาเท่าใดกันแน่ให้เป็นที่แน่ชัดเสียก่อน เพราะเท่าที่ผมติดตามอ่านกระทู้มีบางท่านแสดงความคิดเห็นไว้ว่า อัตราดังกล่าวเป็นอัตราเพดานสูงสุด 20 ปี ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเป็นอัตราจริงหรืออัตราเพดานสูงสุด เพราะพรบ.ดังกล่าวยังต้องมีกฎหมายรองออกมารองรับอีก แต่ถ้าเป็นตามพรบ.เลย ผมคิดว่าร้านค้าและร้านอาหารทั่วประเทศที่มีมากมายนับไม่ถ้วนคงต้องเลิกขายเหล้าเบียร์บุหรี่และไพ่กันเป็นแถว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่