สวัสดีค่าเพื่อนๆทุกคน ช่วงนี้ใกล้วันหยุดย๊าวววยาววช่วงสงกราต์แล้ว เพื่อนๆหลายคนคงจะมีแพลนท่องเที่ยวเดินทางกันอยู่ในใจ หรือบางคนถ้าไม่ได้ไปเที่ยวไหน ก็คงจะอยากเดินเล่นชอปปิ้งซื้อของขวัญให้ตัวเองหรือคนที่รักสักชิ้น เนื่องในวันครอบครัว (14 เม.ย.) ใช่ไหมคะ วันนี้เราเลยอยากจะมารีวิวทริปสนุกๆสุดแสนประทับใจของเราที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส พร้อมด้วยการซื้อของแบบคุ้มสุดคุ้มที่ King Power ค่า....
ทริปนี้เริ่มต้นด้วยการแพลนว่าจะไปเที่ยวยุโรปโดยเน้นเจาะลึกทั่วสวิสประเทศในฝันของเรา (และคงอีกหลายๆคนด้วยมั้ง อิอิ) แล้วโฉบผ่านเข้าไปที่ฝรั่งเศส แถวแคว้น Alsace (เมือง Colmar และ Riquewihr) และแคว้น Rhone-Alpes (เมือง Annecy) หลังจากจองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ Swiss-pass และโรงแรมที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เล็งไปเล็งมา อุ๊ยย่ะ ใกล้วันเกิดเราแล้วอ่ะ แถมมีทริปใหญ่ทั้งที ได้หาข้ออ้างในการซื้อกล้องตัวใหม่ที่เล็งมานานซะที แล้วโอกาสไปใช้สิทธิ Birthday Celebration ที่ King Power รางน้ำครั้งแรกของเราก็มาถึง

ทีนี้เราเลยเริ่มศึกษาข้อมูลการใช้สิทธิวันเกิด ก็แหมมม ยังไม่เคยนี่นา ต้องหาข้อมูลซักหน่อยเดี๋ยวไปใช้แล้วหน้าแตกอายเค้าแย่ (ตอนนี้รู้แล้วว่าเราพลาดไปมากกกแค่ไหน ทีนี้ล่ะนะ หึหึ...) เลยได้ข้อมูลมาว่า
สมาชิกสามารถใช้สิทธิภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเกิดของผู้ถือบัตร (เช่นเกิดเดือน ม.ค. ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เดือน มค – มีค) เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป 1 ชิ้น โดย
ต่อที่ 1 : รับ Cash Back 30% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อใน King Power สาขาตัวเมืองทั้ง 4 สาขา คือ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา หรือภูเก็ต
ต่อที่ 2 : รับ Cash Back 25% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อใน King Power สาขาท่าอากาศ 3 สาขา คือ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, หรือภูเก็ต
ก่อนไป King Power เราก็เช็คราคากล้อง Fuji XA3 ที่เล็งไว้ไปก่อนแล้วว่าข้างนอกขายอยู่ที่ 23,990 บ. จะได้เอาไว้เทียบราคาที่รางน้ำ ปรากฏว่าราคาเท่ากันเลย ก็เลยสอยมาแบบไม่ลังเลเพราะเมื่อซื้อแล้วเราจะได้เงินคืนกลับเข้าบัตรตั้ง 7,197 บ. มาฟรีๆเลยทีเดียว แถมกล้องตัวนี้ติด
ป้ายราคาสีฟ้า ทำให้เราสามารถหิ้วกลับออกมาจากรางน้ำได้เลย จะได้ทดลองเล่นก่อนเอาไปใช้จริงได้ด้วย (อ้อ! เราได้ความรู้เพิ่มเติมมาด้วยว่า การใช้สิทธิวันเกิดนี้ สามารถใช้ซื้อสินค้าได้เพียง 1 ชิ้นนะ คือเรา อยากซื้อหลายชิ้นแล้วรวมบิลแต่ไม่ได้นาจา
“ให้สิทธิเพียง 1 ชิ้น ไม่ใช่ 1 บิล จ้ะ” เพราะงั้นก็เลือกชิ้นที่แพงที่สุดมาใช้สิทธิกันนะ จะได้คุ้มจ้ะ)
ในที่สุดวันที่เรารอคอยก็มาถึง ได้เวลาออกเดินทางไปเปิดโลกแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆแร้ววววว (อันนั้นคือคำพูดสวยหรู จริงๆ คือไปเดินเที่ยวเล่นถ่ายรูปชิวๆสวยๆ กินอาหารอร่อยๆแปลกๆ โย่ววววว ได้ไปเที่ยวซะทีหลังจากรอคอยมาหลายเดือน)
มาถึงสุวรรณภูมิก็ต้องขอเดินเล่นดูเครื่องสำอางซะหน่อย เล็งไว้ว่าจะซื้อลิปสติก MAC สีโปรด Chatterbox กะ Please me ด้วย (จริงๆแอบมาตามหาสีรุ่น Limited “Betty Bright” เพราะเพื่อนสอยมาได้จากที่ king power เนี่ยแหละ แต่มันหมดไปแล้ว เสียใจหนักมากกก)

แล้วก็ว่าจะไปฉีดน้ำหอมฟรีด้วย แหะๆ ก็นั่งเครื่องบินตั้งหลายชั่วโมงนี่นา แถมที่นี่มีข้อดีคืออยากฉีดเท่าไหร่ กี่กลิ่นกี่ยี่ห้อ ถ้าไม่กลัวมึนก็ตามสบายเลยจ้า ไม่มีพนักงานมาคอยถามให้รำคาญใจ แต่...... อยู่ๆคุณแฟนก็ร้องขึ้นมาว่า "เฮ้ย! ลืมเอาแว่นกันแดดมา" แล้วแว่นเนี่ยถือเป็นของจำเป็นสำหรับการเที่ยวสวิสเลย เพราะประเทศนี้มีหิมะเยอะและเราตั้งใจจะขึ้นเขา Matterhorn, Harder Kulm และเดินเล่นที่ Lauterbrunen- Murren – Grimmelwald ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นยอดเขา Schillthorn ด้วย ถ้าไม่มีแว่นกันแดด แสงแดดที่สะท้อนจากหิมะมาเข้าตาจะสว่างจ้ามาก จนทำให้ตาลายได้ง่ายๆ เพราะงั้นจากที่เรากำลังจะไปเพลิดเพลินในโซนเครื่องสำอางก็ต้องเบนทิศมาดูแว่นกันแดดให้คุณผู้ชายแทน
และแล้วก็
ได้ใช้สิทธิวันเกิดต่อที่ 2 ที่สนามบิน ไปกับแว่นกันแดด RayBan อันใหม่
ได้เงินคืนกลับเข้าบัตรอีก 25% ของราคาแว่นแน่ะ คุ้มจริงๆ หลังจากมัวแต่ดีใจกับความคุ้มเลยลืมไปดูเครื่องสำอางซะงั้น แป่วววว....
อุปกรณ์พร้อมลุย!!
ด้วยความหิวเราก็มุ่งหน้าไปเข้า VIP Lounge เพราะคุณแฟนถือบัตร
Priority Pass ที่สามารถเข้าเลาจน์ ได้มากถึง 700 แห่งใน 120 ประเทศ (จุดนี้เราเลยแอบนอกใจ King Power Lounge อ๊ะๆ แต่
ผู้ถือบัตร King Power ประเภท Crown ก็จะได้รับบัตร Priority Pass ตัวนี้เหมือนกันนะ อาหารจะน่าทานแค่ไหนมาดูกันค่ะ

อาหารน่ากินแต่หน้าโทรมมาก เตรียมนอนบนเครื่องค่า
หลังจากนี้จะเป็นภาพสวยๆจากทริป Grand Swiss ของเราโดยกล้อง Fuji XA3 สุดคุ้มมมมมม....
(ภาพจากฝรั่งเศสขอลงในอีกรีวิวนะคะ เดี๋ยวรูปจะล้นเกินไปค่ะ แหะๆ)
[CR] ออกนอกทั้งที ชอป King Powerไงให้คุ้ม ใช้สิทธิพิเศษงัยให้ครบ : จุดประกายความคุ้มกับทริป สวิส-ฝรั่งเศส
ทริปนี้เริ่มต้นด้วยการแพลนว่าจะไปเที่ยวยุโรปโดยเน้นเจาะลึกทั่วสวิสประเทศในฝันของเรา (และคงอีกหลายๆคนด้วยมั้ง อิอิ) แล้วโฉบผ่านเข้าไปที่ฝรั่งเศส แถวแคว้น Alsace (เมือง Colmar และ Riquewihr) และแคว้น Rhone-Alpes (เมือง Annecy) หลังจากจองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ Swiss-pass และโรงแรมที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เล็งไปเล็งมา อุ๊ยย่ะ ใกล้วันเกิดเราแล้วอ่ะ แถมมีทริปใหญ่ทั้งที ได้หาข้ออ้างในการซื้อกล้องตัวใหม่ที่เล็งมานานซะที แล้วโอกาสไปใช้สิทธิ Birthday Celebration ที่ King Power รางน้ำครั้งแรกของเราก็มาถึง
ทีนี้เราเลยเริ่มศึกษาข้อมูลการใช้สิทธิวันเกิด ก็แหมมม ยังไม่เคยนี่นา ต้องหาข้อมูลซักหน่อยเดี๋ยวไปใช้แล้วหน้าแตกอายเค้าแย่ (ตอนนี้รู้แล้วว่าเราพลาดไปมากกกแค่ไหน ทีนี้ล่ะนะ หึหึ...) เลยได้ข้อมูลมาว่า สมาชิกสามารถใช้สิทธิภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเกิดของผู้ถือบัตร (เช่นเกิดเดือน ม.ค. ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เดือน มค – มีค) เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป 1 ชิ้น โดย
ต่อที่ 1 : รับ Cash Back 30% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อใน King Power สาขาตัวเมืองทั้ง 4 สาขา คือ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา หรือภูเก็ต
ต่อที่ 2 : รับ Cash Back 25% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อใน King Power สาขาท่าอากาศ 3 สาขา คือ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, หรือภูเก็ต
ก่อนไป King Power เราก็เช็คราคากล้อง Fuji XA3 ที่เล็งไว้ไปก่อนแล้วว่าข้างนอกขายอยู่ที่ 23,990 บ. จะได้เอาไว้เทียบราคาที่รางน้ำ ปรากฏว่าราคาเท่ากันเลย ก็เลยสอยมาแบบไม่ลังเลเพราะเมื่อซื้อแล้วเราจะได้เงินคืนกลับเข้าบัตรตั้ง 7,197 บ. มาฟรีๆเลยทีเดียว แถมกล้องตัวนี้ติด ป้ายราคาสีฟ้า ทำให้เราสามารถหิ้วกลับออกมาจากรางน้ำได้เลย จะได้ทดลองเล่นก่อนเอาไปใช้จริงได้ด้วย (อ้อ! เราได้ความรู้เพิ่มเติมมาด้วยว่า การใช้สิทธิวันเกิดนี้ สามารถใช้ซื้อสินค้าได้เพียง 1 ชิ้นนะ คือเรา อยากซื้อหลายชิ้นแล้วรวมบิลแต่ไม่ได้นาจา “ให้สิทธิเพียง 1 ชิ้น ไม่ใช่ 1 บิล จ้ะ” เพราะงั้นก็เลือกชิ้นที่แพงที่สุดมาใช้สิทธิกันนะ จะได้คุ้มจ้ะ)
ในที่สุดวันที่เรารอคอยก็มาถึง ได้เวลาออกเดินทางไปเปิดโลกแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆแร้ววววว (อันนั้นคือคำพูดสวยหรู จริงๆ คือไปเดินเที่ยวเล่นถ่ายรูปชิวๆสวยๆ กินอาหารอร่อยๆแปลกๆ โย่ววววว ได้ไปเที่ยวซะทีหลังจากรอคอยมาหลายเดือน)
มาถึงสุวรรณภูมิก็ต้องขอเดินเล่นดูเครื่องสำอางซะหน่อย เล็งไว้ว่าจะซื้อลิปสติก MAC สีโปรด Chatterbox กะ Please me ด้วย (จริงๆแอบมาตามหาสีรุ่น Limited “Betty Bright” เพราะเพื่อนสอยมาได้จากที่ king power เนี่ยแหละ แต่มันหมดไปแล้ว เสียใจหนักมากกก)
แล้วก็ว่าจะไปฉีดน้ำหอมฟรีด้วย แหะๆ ก็นั่งเครื่องบินตั้งหลายชั่วโมงนี่นา แถมที่นี่มีข้อดีคืออยากฉีดเท่าไหร่ กี่กลิ่นกี่ยี่ห้อ ถ้าไม่กลัวมึนก็ตามสบายเลยจ้า ไม่มีพนักงานมาคอยถามให้รำคาญใจ แต่...... อยู่ๆคุณแฟนก็ร้องขึ้นมาว่า "เฮ้ย! ลืมเอาแว่นกันแดดมา" แล้วแว่นเนี่ยถือเป็นของจำเป็นสำหรับการเที่ยวสวิสเลย เพราะประเทศนี้มีหิมะเยอะและเราตั้งใจจะขึ้นเขา Matterhorn, Harder Kulm และเดินเล่นที่ Lauterbrunen- Murren – Grimmelwald ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นยอดเขา Schillthorn ด้วย ถ้าไม่มีแว่นกันแดด แสงแดดที่สะท้อนจากหิมะมาเข้าตาจะสว่างจ้ามาก จนทำให้ตาลายได้ง่ายๆ เพราะงั้นจากที่เรากำลังจะไปเพลิดเพลินในโซนเครื่องสำอางก็ต้องเบนทิศมาดูแว่นกันแดดให้คุณผู้ชายแทน
และแล้วก็ได้ใช้สิทธิวันเกิดต่อที่ 2 ที่สนามบิน ไปกับแว่นกันแดด RayBan อันใหม่ ได้เงินคืนกลับเข้าบัตรอีก 25% ของราคาแว่นแน่ะ คุ้มจริงๆ หลังจากมัวแต่ดีใจกับความคุ้มเลยลืมไปดูเครื่องสำอางซะงั้น แป่วววว....
อุปกรณ์พร้อมลุย!!
ด้วยความหิวเราก็มุ่งหน้าไปเข้า VIP Lounge เพราะคุณแฟนถือบัตร Priority Pass ที่สามารถเข้าเลาจน์ ได้มากถึง 700 แห่งใน 120 ประเทศ (จุดนี้เราเลยแอบนอกใจ King Power Lounge อ๊ะๆ แต่ ผู้ถือบัตร King Power ประเภท Crown ก็จะได้รับบัตร Priority Pass ตัวนี้เหมือนกันนะ อาหารจะน่าทานแค่ไหนมาดูกันค่ะ
อาหารน่ากินแต่หน้าโทรมมาก เตรียมนอนบนเครื่องค่า
หลังจากนี้จะเป็นภาพสวยๆจากทริป Grand Swiss ของเราโดยกล้อง Fuji XA3 สุดคุ้มมมมมม....
(ภาพจากฝรั่งเศสขอลงในอีกรีวิวนะคะ เดี๋ยวรูปจะล้นเกินไปค่ะ แหะๆ)