ผจญภัยที่เกาะพงัน เมาเรือ ของหาย ตีกะฝรั่ง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า จขกท... เป็นคนที่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวบ่อยนัก ซึ่งทริปนี้ ก็เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน เพราะความอยากไปของ จขกท... จริงๆ ว้อนทะเลมาก ยาวหน่อยน้า ขอบคุณที่ทนอ่านกันค่ะ

เกาะพงันเป็นเกาะที่เดินทางไกลพอสมควร ถ้ามาจาก กทม จะต้องนั่งเครื่องบิน นั่งรถจากสนามบิน และนั่งเรือ และนั่งรถบนเกาะอีกนิดหน่อย แต่เรารู้สึกหลงรักเกาะนี้นะ คงไม่ต้องพูดถึงความสวยงาม และสงบ เพราะมันแน่นอนอยู่แล้ว... แต่นอกจากนั้น เกาะนี้ยังมีแสงสี ทั้ง Party ต่างๆ half moon, full moon แต่ถึงจะไม่ moon ก็ยังมีบาร์ให้นั่งชิวอีกหลายร้าน และค่าครองชีพก็ไม่แพงนะ สำหรับเราคิดว่ามันกลางๆ

เราอยากไปมาก เลยเริ่มจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมวันอังคาร เพื่อเดินทางวันเสาร์เช้า พร้อมกับเพื่อนทั้งสองคน

เอาเป็นว่าชื่อ เอ และบี ซึ่งเรากับเอ นั่งเครื่องไปจาก กทม.ด้วยกัน และไปเจอกับ บี ซึ่งอยู่ที่สุราษณ์อยู่แล้ว นางไปได้ดิบได้ดีเปิดกิจการ logistic อยู่ที่นั่น

เราออกจากดอนเมือง เวลาประมาณ 9.30 ไปถึงสุราษ เวลาประมาณ 10.30 ซึ่งตลอดระยะทางการบิน เราตื่นหูตื่นตามาก เพราะเรานั่งเครื่องบินผ่านทะเลด้วย มองจากหน้าต่าง สวยมากเลย






พอเครื่อง landing เสร็จ เราและเอ ก็ไปรอโหลดกระเป๋า และก็นั่งรถบัสของ Phanthip มุ่งหน้าไปสู่ท่าเรือดอนสัก ใช้เวลาราวๆ 1.30 ชั่วโมง

เราถึงท่าเรือตอนบ่ายโมง แต่บียังขับรถมาไม่ถึง เรากับเอจึงนั่งรอบี เพื่อจะขึ้นเรือช่วงประมาณ บ่ายสอง

แต่บีเกือบมาไม่ทัน เพราะรถติด แต่สุดท้าย นางก็ไปจอดรถตอนบ่ายสอง และมอไซต์มาที่ท่าเรือ นับถือใจนาง และด้วยเวลาหวุดหวิดมาก  พวกเราสามคนจึงวิ่งขึ้นเรือ บีมาตอนเรือเกือบออกพอดี โชคดีที่ทัน เราสามคนจึงได้นั่งเรือไปต่ออีก 2 ชั่วโมง

ระหว่างทางซึ่งอยู่กลางทะเลเราก็เมาเรือนิดหน่อย เพราะเรือเป็นเรือใหญ่ แต่มีที่นั่งให้นั่งคล้ายกับ lounge อะไรประมาณนั้น ทำให้ไม่ร้อนและลำบากมากนัก เพราะมีแอร์ ทีวี และของกินคอยบริการให้พร้อม

มาถึงที่ท่าเรือบนเกาะพะงัน ทุกคนก็ต่างไปออกันที่ประตูทางออก เราก็เช่นกัน จากนั้นก็เดินโต๋เต๋ ออกไปถามวินมอไซ เพื่อไปที่พัก พี่วินบอกว่า 200 ต่อคน เราเลยเดินไปถามรถตู้แทน รถตู้บอกว่าคนละ 100 เราเลยตกลงไป คิดว่าคงเป็นเพราะทางขึ้นเขาคดเคี้ยว ถ้าไปวินมอไซ ไหนจะกระเป๋าสมบัติอีก อะไรอีก

ระหว่างทางไป C Villas (ที่ๆเราพัก) ก็คดเคี้ยวจริงๆแหละ ต้องข้ามเขาไปมา ไอ้เรานี่แทบเป็นลมอ่ะ นอกจากทางขึ้นเขาลงเขา ซึ่งมีเหวข้างๆ ตลอดทาง แถมทางกั้นก็ไม่มี คนขับยังขับได้ เ-ย มาก ถ้าใครจะไปตามรอยเรา เลือกรถดีๆ ละกันนะคะ

ระหว่างทาง เราก็เห็นเอโยนกระเป๋าสะพาย ซึ่งเราฝาก Mac book เอาไว้ เพราะกระเป๋าเราเต็ม ไปทางด้านหลัง ( ปล. เราเป็นคนที่ต้องคิดต่องานตลอดเวลาไม่ว่าวันหยุด หรือลาพักร้อน เราจึงต้องเอาคอมไปด้วย) ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้ถือของอะไรนะ เราก็งง แบบ…. เฮ้ยโยนทำไมวะ….. น้องแมคตรูอยู่ในนั้นนะ... ยิ้ม... ก็เคืองเอนิดๆ ละ

สรุปไม่อะไร ทนนั่งๆ ไป ฟังฝรั่งบนรถคุยกัน และก็คุยกะฝรั่ง ถามว่าจะไปไหน นางบอกว่าจะต้องนั่งเรือต่อไปอีก ในใจเราคิดว่า พยามจังนะ ตรูมาแค่นี้ก้เหนื่อยจะแย่แล้ว -*-
ปล.  ฝรั่งนางเจอเราตั้งแต่สนามบินละไง แถมมาลงเรือมาเกาะเดียวกัน แล้วด้านนน ขึ้นรถตู้คันเดียวกันอีก

ก็ชิวๆ จะหลับละ บี ยังมีอารมดี ชมฝรั่งว่าหล่ออีกนะ ระหว่างทางเราก็เลยแอบฟังฝรั่งคุยกัน ว่าเค้าจะทำอะไร จะไปไหนกัน ฟังไปฟังมา ได้ความว่านางจะไป อีเดน ปาร์ตี้กัน มาจาก แคลลิฟอร์เนีย อะไรประมาณนี้...

แอบกินเผื่อกตลอดทาง... จนรถตู้มาที่ C Villas เราสามคนละ และกล่าวลาฝรั่งที่มาในคันเดียวกัน ในใจมีลางสังหรว่า ต้องได้เจอนางอีก เพราะเจอตั้งแต่บนรถบัสที่มาจากสนามบินแล้ว




C Villa


เอาของลง ของเรามีกระเป๋าสามใบ เชคดูเรียบร้อยแล้วว่าครบ ของบี นางสะพายกับตัวตลอด ส่วน เอ นางก็ยกกระเป๋าลากของนางลง..

พอมาถึงโรงแรมก็มีพนักงานออกมาต้อนรับ เป็นพนง พม่า ถามว่าจองไว้มั้ยเป็นภาษาอังกฤษ นะไฮโซมาก ที่ C Villas สวยมาก เหมือนในรูปเป๊ะ

เป๊ะนะ แบบนี้





จากนั้นเราก็ เช็คอิน ดูห้อง จ่ายค่ามัดจำอะไรเรียบร้อย

แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

กำลังจะเดินเอาของไปเก็บ จากนั้น บี นางก็เพิ่ง realize ได้ว่า ลืมกระเป๋าสะพาย ที่นั่งโยนไว้ข้างหลังไว้บนรถตู้ที่มาส่ง

เอ    “เชี่ย แล้วว”
เรา   “เป็นอะไร”
เอ    “ลืมเอากระเป๋าเป้ลงมาจากบนรถตู้”

ตอนนั้นเรามึนมากเลยตอนแรกทำไรไม่ถูก คุยกับพี่เจ้าของ C Villas เค้าแนะนำให้ไปหาตำรวจ เราก็คิดในใจว่า คงตามไม่ได้คืนแล้วละ เพราะคิดว่าไปแล้วคงจะแค่ลงบันทึกประจำวันเอาไว้

จากนั้นเราก็เข้าไปพักใจในห้องก่อน เพราะเอ และบี อาสาจะออกไปตามกระเป๋า โดยมีเจ้าของโรงแรมขับรถพาไป

ในระหว่างนี้เราก็ไปนอนทำใจในห้อง เศร้ามาก ในนั้นมีคอมเราด้วย Y Y

หลังจากนั้นยี่สิบนาที เอ และ บี กลับมา บอกไปถามคิวรถตู้ เค้าบอกจะตามประสานงานให้ รอเค้าโทรมา… เราแบบ ใจตุ้มๆ ต่อมๆ...

ซักพัก คิวรถตู้โทรมา บอกฝรั่งหยิบไปเรียบร้อย ไม่มีของบนรถ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่