คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
เราเคยอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้ค่ะ
คนแรกคือพี่ชายเราเมื่อ 10 ปีก่อน ประสบอุบัติเหตุ อยู่ ICU รอลุ้นอาการ ชม.ต่อ ชม.
คนต่อมาคือพ่อของเรา ที่ช่วง 2-3 ปีหลังเข้าออก รพ. ตลอดเวลา
ช่วงเดือนสุดท้าย เราเห็นสุขภาพพ่อค่อยๆเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ
พี่ชายอีกคนพึ่งเสียไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คนนี้ปุปปัปไปแบบกระทันหัน
พี่สะไภ้และหลานเราคว้าง พวกเราก็จัดงานให้อย่างครบถ้วน ตอนหลานแต่งงานเราก็ทำเต็มที่จัดเต็มให้หลาน
และเมื่อเดือนที่แล้วพี่ชายอีกคนที่ป่วยติดเตียงมา 9 ปี ก็สุขภาพค่อยๆเสื่อมลงในชั่วระยะเวลา 2-3 เดือน
คงเพราะเราดูแลพ่อเรามาหลายปี เราเลยยอมรับในการเกิด แก่ เจ็บตายนี้ได้อย่างมีสติ
เราไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราทำดีที่สุด เราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
ลูกๆเตรียมตัวพร้อมที่จะจัดงานศพให้พ่อตามที่สั่งเสีย และที่สำคัญคือดูแลแม่ค่ะ
ตอนพ่อเราเสียเราก็กอดพ่อ จูบเท้าพ่อเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ T-T
พี่ชายเราที่พึ่งเสียไป พี่น้องปรึกษากันว่าเราจะไม่ยื้อ เพราะร่างกายเค้าเสื่อมถอยไปมากแล้ว
เราไม่โอเคที่จะให้เค้ามีสายระโยงระยางเต็มไปหมดแค่ให้ทางการแพทย์ระบุเค้าว่ายังมีชีวิตอยู่
เลยตัดสินใจว่าจะให้หมอประคับประครองตามอาการ จะไม่ใส่เครื่องมืออะไรเพื่อยื้อเค้าไว้
เราบอกพี่เราตั้งแต่ตอนที่ป่วยว่าอะไรที่ทำกับเราไว้ เราอโหสิกรรมให้
สำหรับหลาน(พี่เรามีลูกคนเดียวและหย่ากับพี่สะไภ้แล้ว)ก็ไม่ต้องเป็นห่วง
เรารับปากไว้ก่อนที่เค้าจะประสบอุบัติเหตุว่าเราจะดูแลหลาน เราก็จะดูแลให้ค่ะ
ทุกวันนี้เรายังคิดถึงพ่อ คิดถึงพี่ชายเราเสมอค่ะ พูดถึงทีไรก็น้ำตาซึมได้ทุกที
ตอนนี้คือเราดูแลแม่ค่ะ แม่เราอายุ 93 แล้ว ยังดื้อ เปรี้ยว เฮี้ยว ซน
แม่นอนกับเราค่ะ ต้องรบกับแม่ทุกคืน ... ฮ่าฮ่า
คนแรกคือพี่ชายเราเมื่อ 10 ปีก่อน ประสบอุบัติเหตุ อยู่ ICU รอลุ้นอาการ ชม.ต่อ ชม.
คนต่อมาคือพ่อของเรา ที่ช่วง 2-3 ปีหลังเข้าออก รพ. ตลอดเวลา
ช่วงเดือนสุดท้าย เราเห็นสุขภาพพ่อค่อยๆเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ
พี่ชายอีกคนพึ่งเสียไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คนนี้ปุปปัปไปแบบกระทันหัน
พี่สะไภ้และหลานเราคว้าง พวกเราก็จัดงานให้อย่างครบถ้วน ตอนหลานแต่งงานเราก็ทำเต็มที่จัดเต็มให้หลาน
และเมื่อเดือนที่แล้วพี่ชายอีกคนที่ป่วยติดเตียงมา 9 ปี ก็สุขภาพค่อยๆเสื่อมลงในชั่วระยะเวลา 2-3 เดือน
คงเพราะเราดูแลพ่อเรามาหลายปี เราเลยยอมรับในการเกิด แก่ เจ็บตายนี้ได้อย่างมีสติ
เราไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราทำดีที่สุด เราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
ลูกๆเตรียมตัวพร้อมที่จะจัดงานศพให้พ่อตามที่สั่งเสีย และที่สำคัญคือดูแลแม่ค่ะ
ตอนพ่อเราเสียเราก็กอดพ่อ จูบเท้าพ่อเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ T-T
พี่ชายเราที่พึ่งเสียไป พี่น้องปรึกษากันว่าเราจะไม่ยื้อ เพราะร่างกายเค้าเสื่อมถอยไปมากแล้ว
เราไม่โอเคที่จะให้เค้ามีสายระโยงระยางเต็มไปหมดแค่ให้ทางการแพทย์ระบุเค้าว่ายังมีชีวิตอยู่
เลยตัดสินใจว่าจะให้หมอประคับประครองตามอาการ จะไม่ใส่เครื่องมืออะไรเพื่อยื้อเค้าไว้
เราบอกพี่เราตั้งแต่ตอนที่ป่วยว่าอะไรที่ทำกับเราไว้ เราอโหสิกรรมให้
สำหรับหลาน(พี่เรามีลูกคนเดียวและหย่ากับพี่สะไภ้แล้ว)ก็ไม่ต้องเป็นห่วง
เรารับปากไว้ก่อนที่เค้าจะประสบอุบัติเหตุว่าเราจะดูแลหลาน เราก็จะดูแลให้ค่ะ
ทุกวันนี้เรายังคิดถึงพ่อ คิดถึงพี่ชายเราเสมอค่ะ พูดถึงทีไรก็น้ำตาซึมได้ทุกที
ตอนนี้คือเราดูแลแม่ค่ะ แม่เราอายุ 93 แล้ว ยังดื้อ เปรี้ยว เฮี้ยว ซน
แม่นอนกับเราค่ะ ต้องรบกับแม่ทุกคืน ... ฮ่าฮ่า
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ครอบครัว
คุณจะทำอย่างไร ถ้าคุณรู้ว่าพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงคุณมา....กำลังจะตายในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า
แค่อยากรู้ว่า ถ้าสมมติ คนที่คุณรักเช่น พ่อ แม่ คนที่เลี้ยงคุณมา เหลือเวลาให้ลืมตาดูโลกอีกแค่ 24 ชั่วโมง แต่ยังพอไปไหนมาไหนได้
คุณจะทำอะไร อยากขอโทษอะไร ขอบคุณอะไร
จะเตรียมการอะไรบ้าง ถามอะไรท่านบ้าง
ขอบคุณสำหรับคนที่มาตอบนะคะ มันมีประโยชน์ต่อ จขกท. มากค่ะ
ปล.นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ของ จขกท. แต่อย่างใด