ชีวิตนี้คือเกมส์ เกมส์ที่ทุกคนต้องฝ่าฟัน เพื่อดันตัวเองให้อยู่รอด
" การศึกษา " เป็น 1 ในตัวเลือกที่ให้เราผ่านช่วงเวลาหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อมไปผจญโลกภายนอก
" ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากในห้องเรียน โรงเรียน แล้วสามารถใช้ชีวิตปกติได้ไหม? " ทุกคนสามารถทำได้ ทุกคนสามารถเลือกได้ที่จะเรียนหรือไม่เรียนหนังสือ แต่มีข้อแม้ว่า 1.กฏหมายบังคับให้เรียนจบ ม.3 ใช่ หลังจากนั้นก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคน 2.พ่อแม่ของพวกเธอส่งเธอเรียนได้ไหม หรือสนับสนุนเธอเรียนหรือเปล่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีพ่อแม่ไม่ส่งให้ลูกเรียน ฉะนั้นพ่อแม่ทุกคนก็หวังใช้ตัวเลือกที่ชื่อ " การศึกษา " ผลักดันให้ลูกของพวกเค้าก้าวหน้าไประดับนึง 3. เธอเลือกที่จะทำงานเลยก็ได้ เลือกที่จะใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างที่เธอต้องการ เช่น บางคนจบม.3 อยากเป็นนักดนตรี ก็ออกมาทำงานข้างนอก อาจจะร้านอาหารบ้าง ตามงานต่างๆบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้คนๆนั้นอยู่รอดในเกมนี้ได้คือ " เงิน " ถ้าเด็กคนนี้มีฝีมือ มีโอกาศในการแสดงศักยภาพ และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เชื่อว่าต้องมีคนหมายตา ที่จะนำไปพัฒนาต่อเป็นศิลปินที่มีอนาคตได้อย่างแน่นอน แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ เงินๆๆๆๆๆ โถมเข้ามา อาจจะไม่ได้มาก แต่ก็พอกับระดับที่เราหามาได้ แต่ที่กล่าวมาข้างต้น น้อยคนเหลือเกินที่จะทำได้ เพราะว่าการหาสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ตัวเองรัก และเราสามารถทำได้ดีมากกว่าคนอื่นเป็นไปได้ยากนัก เพราะทุกวันนี้รอบตัวมีแต่การแข่งขัน ฉะนั้น ถ้าอยากเก๋าจริง ไม่เรียน หางานทำเลย ทุกคนมีสิทธิ์ แต่คุณสามารถการันตีได้ไหมว่าคุณจะผ่านตรงนี้ไปได้หรือเปล่า
มาพูดเรื่องการศึกษา
ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า เบื้องบนคงคิดแผนที่คิดว่าจะเหมาะสมลงมาให้พวกเราได้ศึกษา ฝ่าฟัน สุ้กับมันไป คือรายวิชาต่างๆ ก็เหมือนเราเป็นนักรบ เค้าจะส่งปีศาจ แต่ละวิชามาสุ้กับเรา คนที่จะชนะคือคนที่อ่านเกมออก รู้จุดอ่อนของศัตรู รู้ว่าเล่นไม้ไหนเราก็สามารถรับมือได้ ยิ่งวิชายากๆ ก็คือปีศาจที่มีพลังแกร่งกล้า หากเรายอมแพ้ เราก็ตาย ตายในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชีวิตหายไป แต่หมายถึงวิชานั้นเราไม่ได้อะไรเลย นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเกรดนะ แต่บางคนรู้วิธีที่จะเอาชนะปีศาจพวกนี้ิโดยการ ยืมพลังผู้อื่น สังเกต ปรับปรุง แทนที่ ทำอย่างไงก็ได้ให้ปีศาจพวกนี้ตายไป จึงไม่แปลกหรอกที่ทุกวันนี้ บางคนเก่งโดยสัญชาติญาณ บางคนเก่งเปลือก บางคนคมในฝัก แต่ในฝักอาจจะเป็นสนิม สุดท้าย เมื่อผู้คนผ่านปีศาจทั้งหลายแหล่ บางคนได้ประสบการณ์มาว่าต้องจัดการกับมันอย่างไร นี่คือความรู้ส่วน คะแนนที่ได้จากการฆ่าปีศาจได้เท่าไหร่นี่คือ "เกรด"
" เกรด " คืออะไร
ผลลัพธ์ที่เราได้จากการฝ่าฟันเจ้าพวกวิชาต่างๆทั้งหลายแหละ ออกมาเป็นตัวเลข เป็นค่าเฉลี่ย แล้วแต่ต่างๆนานา ตัวเลขพวกนี้สามารถพลิกแพลงชะตาเราได้ ( ที่ไม่ใช้คำว่าชีวิต เพราะยังมีทางอื่นอีกเยอะแยะ ) เกรดออกมาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องจริง ไม่มีใครหรอกที่จะปฏิเสธ เอา4 ไหม? เอา 4 ปะ?เอาไปเถอะ. มีใครคนไหนปฏิเสธไหม ไม่มี นี่แหละคือสิ่งที่จะบอกว่าคนเราสนใจมูลค่าของเกรดมากกว่า มูลค่าของประสบการณ์ความรู้ที่เก็บเกี่ยว
ผู้เขียนยอมรับว่าบางวิชาเรียนไปให้ผ่านๆ แต่บางวิชาผู้เขียนเองก็เต็มที่กับมัน ศึกษาจริงจัง เพราะผู้เขียนเองมีจุดยืนของตัวเอง แล้วทุกคนละ มีจุดยืนของตัวเองหรือยัง
ดังนั้นหาตัวเองให้เจอ เล่นกับเกมต้องอ่านทริครู้วิธีถึงจะเล่นให้สนุก
ปฏิเสธไม่ได้ว่าห้ามโกงบ้าง มันก็ต้องมีบ้าง แล้วแต่จิตใต้สำนึกของแต่ละ บางคนไม่ต้องโกงอะไรยังประสบความสำเร็จในชีวิต บางคนอาจจะโกงแล้วรวย บางคนทำดีแทบตายสุดท้ายคืออะไร?
ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นโล่ป้องกันเราจากสิ่งรอบตัวต่างๆคือ การศึกษาเรื่องให้ละเอียด ชัดเจน แจ่มแมว เราสามารถเอาสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว เราทำมันดีที่สุดแล้ว ไปใช้ในการประกอบอาชีพ ไปใช้ในการดำรงชีวิต ชีวิตเป็นของเรา ใครจะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมนะมนุษย์ยังมีรักโลภโกรธหลงอยู่ คนที่จะออกจากเมส์นี้ได้คือคนที่ละทุกอย่างได้แล้ว คุณทำได้หรือเปล่า จบ.
การศึกษาในทัศนคติของผม
" การศึกษา " เป็น 1 ในตัวเลือกที่ให้เราผ่านช่วงเวลาหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อมไปผจญโลกภายนอก
" ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากในห้องเรียน โรงเรียน แล้วสามารถใช้ชีวิตปกติได้ไหม? " ทุกคนสามารถทำได้ ทุกคนสามารถเลือกได้ที่จะเรียนหรือไม่เรียนหนังสือ แต่มีข้อแม้ว่า 1.กฏหมายบังคับให้เรียนจบ ม.3 ใช่ หลังจากนั้นก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคน 2.พ่อแม่ของพวกเธอส่งเธอเรียนได้ไหม หรือสนับสนุนเธอเรียนหรือเปล่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีพ่อแม่ไม่ส่งให้ลูกเรียน ฉะนั้นพ่อแม่ทุกคนก็หวังใช้ตัวเลือกที่ชื่อ " การศึกษา " ผลักดันให้ลูกของพวกเค้าก้าวหน้าไประดับนึง 3. เธอเลือกที่จะทำงานเลยก็ได้ เลือกที่จะใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างที่เธอต้องการ เช่น บางคนจบม.3 อยากเป็นนักดนตรี ก็ออกมาทำงานข้างนอก อาจจะร้านอาหารบ้าง ตามงานต่างๆบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้คนๆนั้นอยู่รอดในเกมนี้ได้คือ " เงิน " ถ้าเด็กคนนี้มีฝีมือ มีโอกาศในการแสดงศักยภาพ และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เชื่อว่าต้องมีคนหมายตา ที่จะนำไปพัฒนาต่อเป็นศิลปินที่มีอนาคตได้อย่างแน่นอน แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ เงินๆๆๆๆๆ โถมเข้ามา อาจจะไม่ได้มาก แต่ก็พอกับระดับที่เราหามาได้ แต่ที่กล่าวมาข้างต้น น้อยคนเหลือเกินที่จะทำได้ เพราะว่าการหาสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ตัวเองรัก และเราสามารถทำได้ดีมากกว่าคนอื่นเป็นไปได้ยากนัก เพราะทุกวันนี้รอบตัวมีแต่การแข่งขัน ฉะนั้น ถ้าอยากเก๋าจริง ไม่เรียน หางานทำเลย ทุกคนมีสิทธิ์ แต่คุณสามารถการันตีได้ไหมว่าคุณจะผ่านตรงนี้ไปได้หรือเปล่า
มาพูดเรื่องการศึกษา
ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า เบื้องบนคงคิดแผนที่คิดว่าจะเหมาะสมลงมาให้พวกเราได้ศึกษา ฝ่าฟัน สุ้กับมันไป คือรายวิชาต่างๆ ก็เหมือนเราเป็นนักรบ เค้าจะส่งปีศาจ แต่ละวิชามาสุ้กับเรา คนที่จะชนะคือคนที่อ่านเกมออก รู้จุดอ่อนของศัตรู รู้ว่าเล่นไม้ไหนเราก็สามารถรับมือได้ ยิ่งวิชายากๆ ก็คือปีศาจที่มีพลังแกร่งกล้า หากเรายอมแพ้ เราก็ตาย ตายในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชีวิตหายไป แต่หมายถึงวิชานั้นเราไม่ได้อะไรเลย นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเกรดนะ แต่บางคนรู้วิธีที่จะเอาชนะปีศาจพวกนี้ิโดยการ ยืมพลังผู้อื่น สังเกต ปรับปรุง แทนที่ ทำอย่างไงก็ได้ให้ปีศาจพวกนี้ตายไป จึงไม่แปลกหรอกที่ทุกวันนี้ บางคนเก่งโดยสัญชาติญาณ บางคนเก่งเปลือก บางคนคมในฝัก แต่ในฝักอาจจะเป็นสนิม สุดท้าย เมื่อผู้คนผ่านปีศาจทั้งหลายแหล่ บางคนได้ประสบการณ์มาว่าต้องจัดการกับมันอย่างไร นี่คือความรู้ส่วน คะแนนที่ได้จากการฆ่าปีศาจได้เท่าไหร่นี่คือ "เกรด"
" เกรด " คืออะไร
ผลลัพธ์ที่เราได้จากการฝ่าฟันเจ้าพวกวิชาต่างๆทั้งหลายแหละ ออกมาเป็นตัวเลข เป็นค่าเฉลี่ย แล้วแต่ต่างๆนานา ตัวเลขพวกนี้สามารถพลิกแพลงชะตาเราได้ ( ที่ไม่ใช้คำว่าชีวิต เพราะยังมีทางอื่นอีกเยอะแยะ ) เกรดออกมาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องจริง ไม่มีใครหรอกที่จะปฏิเสธ เอา4 ไหม? เอา 4 ปะ?เอาไปเถอะ. มีใครคนไหนปฏิเสธไหม ไม่มี นี่แหละคือสิ่งที่จะบอกว่าคนเราสนใจมูลค่าของเกรดมากกว่า มูลค่าของประสบการณ์ความรู้ที่เก็บเกี่ยว
ผู้เขียนยอมรับว่าบางวิชาเรียนไปให้ผ่านๆ แต่บางวิชาผู้เขียนเองก็เต็มที่กับมัน ศึกษาจริงจัง เพราะผู้เขียนเองมีจุดยืนของตัวเอง แล้วทุกคนละ มีจุดยืนของตัวเองหรือยัง
ดังนั้นหาตัวเองให้เจอ เล่นกับเกมต้องอ่านทริครู้วิธีถึงจะเล่นให้สนุก
ปฏิเสธไม่ได้ว่าห้ามโกงบ้าง มันก็ต้องมีบ้าง แล้วแต่จิตใต้สำนึกของแต่ละ บางคนไม่ต้องโกงอะไรยังประสบความสำเร็จในชีวิต บางคนอาจจะโกงแล้วรวย บางคนทำดีแทบตายสุดท้ายคืออะไร?
ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นโล่ป้องกันเราจากสิ่งรอบตัวต่างๆคือ การศึกษาเรื่องให้ละเอียด ชัดเจน แจ่มแมว เราสามารถเอาสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว เราทำมันดีที่สุดแล้ว ไปใช้ในการประกอบอาชีพ ไปใช้ในการดำรงชีวิต ชีวิตเป็นของเรา ใครจะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมนะมนุษย์ยังมีรักโลภโกรธหลงอยู่ คนที่จะออกจากเมส์นี้ได้คือคนที่ละทุกอย่างได้แล้ว คุณทำได้หรือเปล่า จบ.