ทรั้มป์เป็นนักธรกิจแท้ๆ เติบโตจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันกับรายอื่นๆภายใต้กฏหมายเสรีของเมกา
ประสพความสำเร็จชนะคู่ต่อสู้ด้วยvisionด้วยความเฉียบแหลม
แต่ทักษิณเป็นนักธุรกิจที่แข่งขันด้วยการเอาเปรียบ
ร่ำรวยขึ้นมาได้ด้วยการได้สัมปทานโทรคมนาคมจากเส้นสายที่บิ๊คจ้อดยกให้เขาเพียงผู้เดียว
(โดยบิ้คจ๊อดเมื่อเสียชีวิตก็ทิ้งมรดกเป็นหลายพันล้านให้ภรรยาหลวงภรรยาน้อยฟ้องร้องแย่งทรัพย์สินกั้น!)
เป็นmonopoly ที่ขายมือถือราคาเป็นแสนๆ จนเมื่อหมดสัมปทาน
ปชช.ไทยจึงค่อยได้ใช้มือถือที่ "ซิม" แทบจะไล่แจกฟรีให้กันเลย!
นักธุรกิจแท้ๆอย่างทรั้มป์ เขาไม่ได้ประสพความสำเร็จด้วยโครงการใดโครงการหนึ่ง
แต่ผลุดโครงการใหม่ๆต่อมาก็ประสพความสำเร็จ(มีที่ไม่สำเร็จบ้างแต่เป็นส่วนน้อย)
นักธุรกิจอย่างทรั้มป์ ทำธุรกิจต่อๆไปได้เรื่อยๆเพราะเขาใช้ความสามารถในการได้มา
แต่นักธุรกิจอย่างทักษิณ พอไม่ได้สัมปทาน
เขาก็ไปไม่เป็นแล้ว
อยู่เมืองนอกมาสิบกว่าปี ทำธุรกิจใด ก็ไม่สำเร็จสักอย่าง
ต้องลดตัวเองลงมาเป็นคนขึ้โม้ว่าทำเหมืองทองเหมืองเพ็ชร ที่ไม่มีใครเคยรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
(เดาๆว่าน่าจะเป็นที่ดาวอังคาร!!!!!!!!!!)
ความต่างของทรั้มป์ กับ ทักษิณ เลอคูฯ
ประสพความสำเร็จชนะคู่ต่อสู้ด้วยvisionด้วยความเฉียบแหลม
แต่ทักษิณเป็นนักธุรกิจที่แข่งขันด้วยการเอาเปรียบ
ร่ำรวยขึ้นมาได้ด้วยการได้สัมปทานโทรคมนาคมจากเส้นสายที่บิ๊คจ้อดยกให้เขาเพียงผู้เดียว
(โดยบิ้คจ๊อดเมื่อเสียชีวิตก็ทิ้งมรดกเป็นหลายพันล้านให้ภรรยาหลวงภรรยาน้อยฟ้องร้องแย่งทรัพย์สินกั้น!)
เป็นmonopoly ที่ขายมือถือราคาเป็นแสนๆ จนเมื่อหมดสัมปทาน
ปชช.ไทยจึงค่อยได้ใช้มือถือที่ "ซิม" แทบจะไล่แจกฟรีให้กันเลย!
นักธุรกิจแท้ๆอย่างทรั้มป์ เขาไม่ได้ประสพความสำเร็จด้วยโครงการใดโครงการหนึ่ง
แต่ผลุดโครงการใหม่ๆต่อมาก็ประสพความสำเร็จ(มีที่ไม่สำเร็จบ้างแต่เป็นส่วนน้อย)
นักธุรกิจอย่างทรั้มป์ ทำธุรกิจต่อๆไปได้เรื่อยๆเพราะเขาใช้ความสามารถในการได้มา
แต่นักธุรกิจอย่างทักษิณ พอไม่ได้สัมปทาน
เขาก็ไปไม่เป็นแล้ว
อยู่เมืองนอกมาสิบกว่าปี ทำธุรกิจใด ก็ไม่สำเร็จสักอย่าง
ต้องลดตัวเองลงมาเป็นคนขึ้โม้ว่าทำเหมืองทองเหมืองเพ็ชร ที่ไม่มีใครเคยรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
(เดาๆว่าน่าจะเป็นที่ดาวอังคาร!!!!!!!!!!)