คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
http://www.matichon.co.th/news/471261
‘วัฒนา’ซัด’บิ๊กตู่’ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจสั่งปิดล้อม-ห้ามคนเข้าออกธรรมกาย .... มคิชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
โพสต์ข้อความวิจารณ์ คสช.กรณีใช้ ม.44 สั่งปิดล้อมตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ลงในเฟซบุ๊ก Watana Muangsook
โดยระบุว่า
“คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 5/2560 ที่กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในส่วนของ
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขัดต่อมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่อนุญาตให้ออกคำสั่งเพื่อ
“ป้องกัน ระงับ หรือปราบปราม การกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์
เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน” นอกจากนี้คดีที่อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินและรับของโจร
เกิดตั้งแต่ปี 2552-2554 จึงไม่เหลือเหตุที่จะต้องออกคำสั่งเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามสิ่งใดต่อไปอีกแล้ว
วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย พุทธศาสนิกชนจึงมีสิทธิที่จะเข้าวัดเพื่อปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตน
โดยหัวหน้า คสช. ไม่มีอำนาจออกคำสั่งควบคุมพื้นที่ห้ามประชาชนหรือสงฆ์เข้าออกวัดความผิดฐานฟอกเงิน
หรือรับของโจรเป็นคดีอาญาทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐอีกทั้งยังเป็นการกล่าวหาต่อตัวบุคคล
ซึ่งไม่เกี่ยวกับวัดที่เป็นองค์กรทางศาสนาและการกระทำที่อ้างเป็นความผิดยุติลงเนิ่นนานแล้วเหลือเพียงการนำตัวอดีตเจ้าอาวาส
เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเหมือนคดีอาญาอื่นอีกนับหมื่นคดีที่ยังติดตามตัว
ผู้ต้องหามาดำเนินคดีไม่ได้ ซึ่งก็ไม่เคยมีการออกคำสั่งที่เลือกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน
การยกกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันคนในชุดพร้อมรบไปปิดล้อมวัดเพื่อจับกุมพระที่มีอายุกว่า 70 ปี ห้ามคนเข้าออก ทำลายทรัพย์สิน
ของวัด ทำร้ายประชาชนและพระสงฆ์ รวมทั้งออกคำสั่งให้พระกว่า 10 รูป มารายตัวหากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกคือการใช้อำนาจตาม
อำเภอใจ ที่อ้างว่าต้องการดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งรับฟังไม่ได้เพราะรัฐต่างหากที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนที่ว่าต้องการปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์จากสถานการณ์ความรุนแรงก็เป็นรัฐเองที่เป็นต้นเหตุ หากรู้จักเคารพสิทธิ
ของผู้อื่นและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายก็จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ฝ่ายที่ต้องถูกประณามคือรัฐที่เลือกปฏิบัติ ใช้อำนาจเกิน
เลยขอบเขต ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นแนวทางของทรราชเพราะนอกจากจะเป็นการทำร้าย
พระและประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วยังเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ขยายตัวมากขึ้นอีกด้วย
http://www.matichon.co.th/news/471225
คคห.ของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แน่นอน รัฐบาลทำอะไร ก็ผิดไปหมด
ถ้า ไม่ใช่รัฐบาลทหาร ธรรมกาย ก็จะยิ่งใหญ่ต่อไป เหมือนที่เป็นมาแล้ว หลายสิบปี
เหมือนอาณาจักร ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ผิด/ถูก อย่างไร ก็น่าจะมาสนทนากันสักครั้ง
เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย และน่าจะเป็นวัดพุทธ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พี่สาวดู Voice TV วิเคราะห์ เรื่องวัดธรรมกายครั้งไร ก็บอกเหมือน คุณวัฒนา นั่นแหละ
แต่ก็ไม่ได้ พูดเรื่อง นานเท่าใดแล้ว ที่ พระธัมมชโย ไม่มามอบตัว เพื่อต่อสู้ คดีความ
และถ้าท่าน ไม่มอบตัว รัฐบาลควรทำอย่างไรต่อไป
‘วัฒนา’ซัด’บิ๊กตู่’ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจสั่งปิดล้อม-ห้ามคนเข้าออกธรรมกาย .... มคิชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
โพสต์ข้อความวิจารณ์ คสช.กรณีใช้ ม.44 สั่งปิดล้อมตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ลงในเฟซบุ๊ก Watana Muangsook
โดยระบุว่า
“คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 5/2560 ที่กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในส่วนของ
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขัดต่อมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่อนุญาตให้ออกคำสั่งเพื่อ
“ป้องกัน ระงับ หรือปราบปราม การกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์
เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน” นอกจากนี้คดีที่อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินและรับของโจร
เกิดตั้งแต่ปี 2552-2554 จึงไม่เหลือเหตุที่จะต้องออกคำสั่งเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามสิ่งใดต่อไปอีกแล้ว
วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย พุทธศาสนิกชนจึงมีสิทธิที่จะเข้าวัดเพื่อปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตน
โดยหัวหน้า คสช. ไม่มีอำนาจออกคำสั่งควบคุมพื้นที่ห้ามประชาชนหรือสงฆ์เข้าออกวัดความผิดฐานฟอกเงิน
หรือรับของโจรเป็นคดีอาญาทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐอีกทั้งยังเป็นการกล่าวหาต่อตัวบุคคล
ซึ่งไม่เกี่ยวกับวัดที่เป็นองค์กรทางศาสนาและการกระทำที่อ้างเป็นความผิดยุติลงเนิ่นนานแล้วเหลือเพียงการนำตัวอดีตเจ้าอาวาส
เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเหมือนคดีอาญาอื่นอีกนับหมื่นคดีที่ยังติดตามตัว
ผู้ต้องหามาดำเนินคดีไม่ได้ ซึ่งก็ไม่เคยมีการออกคำสั่งที่เลือกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน
การยกกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันคนในชุดพร้อมรบไปปิดล้อมวัดเพื่อจับกุมพระที่มีอายุกว่า 70 ปี ห้ามคนเข้าออก ทำลายทรัพย์สิน
ของวัด ทำร้ายประชาชนและพระสงฆ์ รวมทั้งออกคำสั่งให้พระกว่า 10 รูป มารายตัวหากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกคือการใช้อำนาจตาม
อำเภอใจ ที่อ้างว่าต้องการดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งรับฟังไม่ได้เพราะรัฐต่างหากที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนที่ว่าต้องการปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์จากสถานการณ์ความรุนแรงก็เป็นรัฐเองที่เป็นต้นเหตุ หากรู้จักเคารพสิทธิ
ของผู้อื่นและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายก็จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ฝ่ายที่ต้องถูกประณามคือรัฐที่เลือกปฏิบัติ ใช้อำนาจเกิน
เลยขอบเขต ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นแนวทางของทรราชเพราะนอกจากจะเป็นการทำร้าย
พระและประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วยังเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ขยายตัวมากขึ้นอีกด้วย
http://www.matichon.co.th/news/471225
คคห.ของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แน่นอน รัฐบาลทำอะไร ก็ผิดไปหมด
ถ้า ไม่ใช่รัฐบาลทหาร ธรรมกาย ก็จะยิ่งใหญ่ต่อไป เหมือนที่เป็นมาแล้ว หลายสิบปี
เหมือนอาณาจักร ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ผิด/ถูก อย่างไร ก็น่าจะมาสนทนากันสักครั้ง
เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย และน่าจะเป็นวัดพุทธ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พี่สาวดู Voice TV วิเคราะห์ เรื่องวัดธรรมกายครั้งไร ก็บอกเหมือน คุณวัฒนา นั่นแหละ
แต่ก็ไม่ได้ พูดเรื่อง นานเท่าใดแล้ว ที่ พระธัมมชโย ไม่มามอบตัว เพื่อต่อสู้ คดีความ
และถ้าท่าน ไม่มอบตัว รัฐบาลควรทำอย่างไรต่อไป
แสดงความคิดเห็น
บิ๊กตู่ ลั่น ไม่เลิก ม.44 คุมวัดพระธรรมกาย จนกว่า “ธัมมชโย” จะมอบตัว.... มติชนออนไลน์ ../sao..เหลือ..noi
และหัวน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงปัญหาการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า
วันนี้โทรทัศน์บางช่อง พิธีกรบางคน ระบุว่าใช้มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกายแล้วก็ไม่มีความหมาย
กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยา ซึ่งเรื่องนี้หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปัญหาก็จะเกิด กลายเป็นเชียร์มวย
ดูกันว่าใครจะชนะระหว่างพระกับเจ้าหน้าที่ ถามว่าเกิดประโยชน์อะไรกับบ้านเมืองบ้าง เรื่องนี้เป็นคดี
ความ ถ้าสู้กันตามกระบวนการ ทุกอย่างก็จบ
“เมื่อตำรวจบอกว่า 7 วัน คือหมายความว่าต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป วันนี้มีการทำงานร่วมกันทั้ง
สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) มหาเถรสมาคม(มส.) ก็ลงมาหารือร่วมกันเพื่อทำให้วัดพระธรรมกายเ
ป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าไป ไม่แปลกประหลาดหรือแตกต่างจากที่อื่น ส่วนคดีความเป็นเรื่องของ
บุคคล ใครทำผิดก็ว่ากันไป ขอร้องอย่าพูดเหมือนเดิมพันใครจะชนะ เพราะบ้านเมืองจะแพ้ตลอด”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายมีการต่อเติมอาคารและใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิด
กฎหมายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนทำผิดกฎหมายยังไม่มาขึ้นศาลตามกระบวนการ จึงอย่าเพิ่งถามว่า
ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดหรือไม่ ดังนั้นสื่อมวลชนจึงควรบอกผู้ที่กระทำความผิดให้มา
มอบตัว เพราะเป็นหน้าที่ของสื่อ ที่จะต้องไปบอกว่า ขอให้พระสงฆ์เอาผ้าปิดจมูกออก
“ได้ที่ไหน เป็นพระปิดหน้าปิดตา เหมาะสมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วนที่ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 ยืนยันว่าผมไม่ยกเลิก
เพราะยังไม่จบเรื่องแล้วจะยกเลิกได้อย่างไร กฎหมายเลิกได้ที่ไหน ในเมื่อยังนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
ไม่ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมไปตลอดจนกว่าพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสจะมอบตัวหรือดำเนินคดีได้ พร้อมบริหารจัดการใหม่และอย่ามาบอกว่าผมจะไปยึดพระทองคำ เพราะไม่รู้อะไรอยู่ไหน มีหรือเปล่าก็ไม่รู้ และแน่ใจ
อย่างไรว่าเป็นพระแท้ เป็นไปได้หรือที่นำทองคำไปหล่อพระขนาดนั้น เพราะขนาดสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่
นยังรั่วเลย คิดแบบนี้ก็จะรู้คำตอบเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว