ขอแชร์เป็นอุทาหรณ์น่ะครับ
เกี่ยวกับสัญญาการเช่าบ้านพัก หรือหอพัก
เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้เช่าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านพรไพลิน จ.พิษณุโลก ขออนุญาติเอ่ยนามแล้วกัน ผมทำสัญญากับเจ้าของบ้านเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2558 มีระยะสัญญา 6 เดือน
ในวันที่ทำสัญญา ผมได้จ่ายค่ามัดจำ 4,500 บาท และค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน คือเดือนพฤษภาคม อีก 4,500 บาท รวมเป็น 9,000 บาท ในสัญญาระบุไว้ว่า “ค่าเช่าเดือนละ 4,500 บาท โดยกำหนดจ่ายภายในวันที่ 28 ของทุกเดือน เริ่มจ่ายงวดแรกโดยโอนเข้าบัญชี ในเดือน พฤษภาคม 58 เพื่ออยู่ในเดือนถัดไป และทำเช่นนั้นทุกเดือน” ซึ่งพอถึงเวลาผมก็โอนเข้าบัญชี ซึ่งนั่นคือที่มาของปัญหาตอนที่ผมจะย้ายออก
สิ้นเดือนมกราคม 2560 ผมจะต้องย้ายออก ปัญหาแรกคือเจ้าของบ้านเช่าอ้างว่า ผมไม่ได้วางมัดจำ งงเลยครับ พูดงี้ได้ไง เถียงกันสักพักเจ้าของบ้านเลยบอกให้ผมหาหลักฐานมา มันอาจเป็นเรื่องโชคดีของผม ที่ผมเก็บสัญญาฉบับนั้นไว้ จึงเอามาให้ดู สรุปคือในสัญญาบอกชัดว่า ต้อวางค่ามัดจำล่วงหน้า 4,500 บาท แต่มันยังไม่จบ
ปัญหาที่ 2 ตามมาคือ เจ้าของบ้านอ้างว่า “ผมเข้าอยู่ก่อนจ่ายเงินค่าเช่า” ถามหน่อยสิว่า มีที่ไหนบ้าง ที่คนไม่สนิทกันมาก่อน แล้วให้อยู่ก่อนจ่ายค่าเช่า ไม่มี(เสียงสูงนิดนึง 555) เขามีแต่จ่ายก่อนเข้าอยู่ทั้งนั้น ซึ่งเมื่อกลับไปอ่านข้างบนจะพบว่า “มันเป็นการจ่ายก่อนอยู่อยู่แล้ว” ซึ่งตอนนี้เจ้าของบ้านคนนี้ก็อ้างว่าไม่มีหลักฐาน เพราะแกอ้างว่า ทุกครั้งที่ได้รับเงินมาจะเอาเข้าบัญชี ซึ่งเมื่อดูสมุดบัญชีย้อนหลังแล้ว ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวในช่วงดังกล่าวเลย นั่นหมายความว่า ผมเข้าอยู่ก่อนจ่าย แล้วบอกให้ผมไปหาหลักฐานมา ซึ่งบอกเลยว่าผมไม่มีหรอก เพราะเป็นการจ่ายเงินสด และคนที่ไปค้ำประกันด้วยกันก็ยืนยันว่า “จ่ายก่อนอยู่แน่นอน” เพราะเอ็งน่ะยืมตังค์พี่จ่าย 555
สรุปคือ ผมต้องยอมรับว่า ผมอยู่ก่อนจ่าย และเงินที่ค้ำประกัน ผมจะต้องจ่ายเป็นค่าเช่าเดือนมกราคม 60 ยิ่งไปกว่านั้น ผมจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมบ้านอีก ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลย ทั้งหมดคือร่องรอยจากคนเช่าก่อนหน้านี้ และที่บอกให้เราติดแอร์เพิ่มได้ แต่ต้องติดให้ดีๆ สมบูรณ์แบบไปเลย เผื่อตอนออกจะได้ไม่ต้องรื้อ ขายต่อเลย พอเอาเข้าจริงให้รื้อ เซ็งยิ่งกว่าเซ็งซ่ะอีก
คำถามคือ ผมจะบอกก่อนออกล่วงหน้าเพื่ออะไร เพราะสุดท้ายก็ไม่ได้มัดจำคืนอยู่ดี เราทำตามกติกาแต่เขาไม่มีจริยธรรมคุณธรรม
ฉะนั้น ผมจึงขอฝากให้เป็นอุทาหรณ์ให้ระวังกันหน่อย เรามันแค่คนทำงานหาเช้ากินค่ำ แต่เขาเป็นถึงหัวหน้านายธนาคาร จึงไม่อาจงัดเขาได้ สรุปคือต้องทำใจ ต้องยอมจ่ายไปตามระเบียบ
อยากฝากว่า เวลาทำสัญญา ให้ระบุไปในสัญญาเลยว่า “เป็นการจ่ายก่อนอยู่” หรือระบุว่า “ชำระมัดจำกี่บาท และชำระค่าเช่าล่วงหน้าของเดือนไหน กี่บาท รับเงินค่ามัดจำและชำระล่วงหน้าวันที่เท่าไหร่” และที่สำคัญอย่าทำสัญญาเช่าบ้านหายน่ะครับ อันนี้พูดกันยาว
หวังว่าค่าโง่ที่เสียไปในครั้งนี้ จะทำให้ทุกคนระวังตัวให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้มีคนตกเป็นเหยื่อไอ้พวกที่ปากบอกว่าหวังดี แต่จิตใจประสงค์ร้าย ตอนเข้าอยู่ง่ายๆสบาย แต่ตอนออก ยากฉิบ
ปัญหาจากการเช่าบ้านพัก
เกี่ยวกับสัญญาการเช่าบ้านพัก หรือหอพัก
เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้เช่าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านพรไพลิน จ.พิษณุโลก ขออนุญาติเอ่ยนามแล้วกัน ผมทำสัญญากับเจ้าของบ้านเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2558 มีระยะสัญญา 6 เดือน
ในวันที่ทำสัญญา ผมได้จ่ายค่ามัดจำ 4,500 บาท และค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน คือเดือนพฤษภาคม อีก 4,500 บาท รวมเป็น 9,000 บาท ในสัญญาระบุไว้ว่า “ค่าเช่าเดือนละ 4,500 บาท โดยกำหนดจ่ายภายในวันที่ 28 ของทุกเดือน เริ่มจ่ายงวดแรกโดยโอนเข้าบัญชี ในเดือน พฤษภาคม 58 เพื่ออยู่ในเดือนถัดไป และทำเช่นนั้นทุกเดือน” ซึ่งพอถึงเวลาผมก็โอนเข้าบัญชี ซึ่งนั่นคือที่มาของปัญหาตอนที่ผมจะย้ายออก
สิ้นเดือนมกราคม 2560 ผมจะต้องย้ายออก ปัญหาแรกคือเจ้าของบ้านเช่าอ้างว่า ผมไม่ได้วางมัดจำ งงเลยครับ พูดงี้ได้ไง เถียงกันสักพักเจ้าของบ้านเลยบอกให้ผมหาหลักฐานมา มันอาจเป็นเรื่องโชคดีของผม ที่ผมเก็บสัญญาฉบับนั้นไว้ จึงเอามาให้ดู สรุปคือในสัญญาบอกชัดว่า ต้อวางค่ามัดจำล่วงหน้า 4,500 บาท แต่มันยังไม่จบ
ปัญหาที่ 2 ตามมาคือ เจ้าของบ้านอ้างว่า “ผมเข้าอยู่ก่อนจ่ายเงินค่าเช่า” ถามหน่อยสิว่า มีที่ไหนบ้าง ที่คนไม่สนิทกันมาก่อน แล้วให้อยู่ก่อนจ่ายค่าเช่า ไม่มี(เสียงสูงนิดนึง 555) เขามีแต่จ่ายก่อนเข้าอยู่ทั้งนั้น ซึ่งเมื่อกลับไปอ่านข้างบนจะพบว่า “มันเป็นการจ่ายก่อนอยู่อยู่แล้ว” ซึ่งตอนนี้เจ้าของบ้านคนนี้ก็อ้างว่าไม่มีหลักฐาน เพราะแกอ้างว่า ทุกครั้งที่ได้รับเงินมาจะเอาเข้าบัญชี ซึ่งเมื่อดูสมุดบัญชีย้อนหลังแล้ว ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวในช่วงดังกล่าวเลย นั่นหมายความว่า ผมเข้าอยู่ก่อนจ่าย แล้วบอกให้ผมไปหาหลักฐานมา ซึ่งบอกเลยว่าผมไม่มีหรอก เพราะเป็นการจ่ายเงินสด และคนที่ไปค้ำประกันด้วยกันก็ยืนยันว่า “จ่ายก่อนอยู่แน่นอน” เพราะเอ็งน่ะยืมตังค์พี่จ่าย 555
สรุปคือ ผมต้องยอมรับว่า ผมอยู่ก่อนจ่าย และเงินที่ค้ำประกัน ผมจะต้องจ่ายเป็นค่าเช่าเดือนมกราคม 60 ยิ่งไปกว่านั้น ผมจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมบ้านอีก ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลย ทั้งหมดคือร่องรอยจากคนเช่าก่อนหน้านี้ และที่บอกให้เราติดแอร์เพิ่มได้ แต่ต้องติดให้ดีๆ สมบูรณ์แบบไปเลย เผื่อตอนออกจะได้ไม่ต้องรื้อ ขายต่อเลย พอเอาเข้าจริงให้รื้อ เซ็งยิ่งกว่าเซ็งซ่ะอีก
คำถามคือ ผมจะบอกก่อนออกล่วงหน้าเพื่ออะไร เพราะสุดท้ายก็ไม่ได้มัดจำคืนอยู่ดี เราทำตามกติกาแต่เขาไม่มีจริยธรรมคุณธรรม
ฉะนั้น ผมจึงขอฝากให้เป็นอุทาหรณ์ให้ระวังกันหน่อย เรามันแค่คนทำงานหาเช้ากินค่ำ แต่เขาเป็นถึงหัวหน้านายธนาคาร จึงไม่อาจงัดเขาได้ สรุปคือต้องทำใจ ต้องยอมจ่ายไปตามระเบียบ
อยากฝากว่า เวลาทำสัญญา ให้ระบุไปในสัญญาเลยว่า “เป็นการจ่ายก่อนอยู่” หรือระบุว่า “ชำระมัดจำกี่บาท และชำระค่าเช่าล่วงหน้าของเดือนไหน กี่บาท รับเงินค่ามัดจำและชำระล่วงหน้าวันที่เท่าไหร่” และที่สำคัญอย่าทำสัญญาเช่าบ้านหายน่ะครับ อันนี้พูดกันยาว
หวังว่าค่าโง่ที่เสียไปในครั้งนี้ จะทำให้ทุกคนระวังตัวให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้มีคนตกเป็นเหยื่อไอ้พวกที่ปากบอกว่าหวังดี แต่จิตใจประสงค์ร้าย ตอนเข้าอยู่ง่ายๆสบาย แต่ตอนออก ยากฉิบ