ก่อนหน้าวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ตัวผมเองเป็นคนที่ไม่ติด social network ในเฟสก็มีแต่เพื่อนในชีวิตจริง (คนที่เจอกันในชีวิตจริง หรือต่อให้บางคนที่ไม่เคยเจอกัน ก็รู้ว่าเค้าคือใครและเป็นเพื่อนในเฟสเราเพราะอะไร) ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ทำงาน เรียนต่อ ออกกำลังกาย ดูหนังฟังเพลง ทำบุญปฏิบัติธรรมอะไรไปตามเรื่อง
จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา (โดยเฉพาะเรื่องความรัก) ทำให้ผมต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ที่จริงมันก็ไม่เชิงพิสูจน์อะไรหรอก ผมเพียงอยากหาคำตอบอะไรบางอย่างให้กับชีวิต และตอนนี้ผมเชื่อว่าผมพบแล้ว
ทุกคนในเฟสของผม บางคนเป็นรุ่นพี่ บางคนเป็นเพื่อน แต่แน่นอนว่าเราไม่มีทางเป็นอะไรที่มากกว่าคำว่าเพื่อน (อันนี้ผมแน่ใจแล้ว) แล้วในที่สุดผมก็คิดอยากจะเริ่มต้นทำความรู้จักคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน คนที่ไม่เคยมีความเชื่อมโยงใด ๆ ต่อกัน ในที่สุดจึงเป็นที่มาของกระทู้แรกที่ผมตั้งในพันทิปเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา
แน่นอนว่าผมพยายามบอกตัวตนของผมไปพร้อม ๆ กับบอกสิ่งที่ผมชอบ ตอนนั้นผมคิดว่าคงมีคนอยากคุยกับผมบ้างล่ะ แต่ผมไม่กล้าหวังอะไรมากนัก เพราะมันมีความจริงอะไรบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าสิ่งที่อยู่ในกระทู้ของผมมากนัก ชนิดที่ถ้าผมบอกไปตั้งแต่ตอนแรก คงมีแต่คนอ่านแล้วปล่อยผ่านไป ไม่ได้คิดว่าจะอยากคุยอะไรกับผมหรอก (อันนี้ผมสัมผัสจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากการสอบถามจากเพื่อนในชีวิตจริงบางคนที่เค้ากล้าพูดกับผมตรง ๆ ) หลายท่านคงคิดว่าผมผิดที่ไม่บอกอะไรไปตั้งแต่ตอนแรก เอาล่ะ ผมก็ว่าผมผิด แต่ที่ผมเลือกที่จะไม่บอก ก็เพราะผมอยากมีช่วงเวลาที่เค้าจะทำความรู้จักผมโดยไม่มีความจริงเรื่องนั้น ผมเลือกที่จะไม่บอกเพราะยังไม่แน่ใจผลที่ตามมา แต่ผมไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานหรอก ในที่สุดผมก็จะบอก บอกเพื่อให้เค้ามีโอกาสตัดสินใจว่าจะคุยกับผมต่อไปหรือไม่
สองเดือนผ่านไป ผมได้รับรู้แล้วว่าตัวผมคงจัดอยู่ในประเภทคนที่ไม่น่าจะมีสิทธิ์พบรักแท้ หรือหากจะพบ ก็คงยากเต็มทีจนผมเลือกที่จะเลิกตามหามันไปเอง ... สิ่งที่เพื่อนผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่สังคมออนไลน์เป็นความจริง (อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ผมก็ยังพบว่ามันคือความจริง) ใครก็ตามที่ไม่เคยรู้จักผมมาก่อน หากได้รู้ความจริงที่ผมไม่ได้บอกไปตั้งแต่ตอนแรก ก็จะมีทั้งคนที่หายไป หรือไม่งั้นก็บอกว่าสำหรับเราคงเป็นได้แค่เพื่อน
ถ้าเริ่มต้นทำความรู้จักใครอีกนับจากนี้ ผมคงได้เพื่อนเพิ่มอีกมากมาย แต่มันก็จะมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะพบรักแท้ และความรู้สึกที่ว่าผมไม่มีสิทธิ์เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของใครเลย (ผมเข้าใจว่าทุกคนต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง) ... สองเดือนที่ผ่านมา ผมได้รู้แล้วว่าความรักหากยิ่งตามหา บางทีก็จะไม่เจอ และสำหรับคนอย่างผม ยิ่งตามหาก็คงไม่เจอ และหากไม่ตามหา ก็คงไม่มีโอกาสได้เจออีกเช่นกัน
ชีวิตของผมเคยมีความหวัง มีความฝันในทุกเรื่อง บางอย่างสำเร็จได้แล้ว บางอย่างรอวันสำเร็จแบบมองเห็นเส้นทางให้เดินไปสู่ความสำเร็จ ... นับจากนี้สำหรับเรื่องความรัก ผมคงเลิกหวังเลิกฝันอะไรแล้ว ไม่ปิดกั้นทุกอย่าง แต่จะไม่หวัง ไม่ฝัน ... ตอนนี้ผมรู้ตัวเองแล้วว่ามีคุณสมบัติซึ่งเชื่อว่าผู้หญิงเกือบทุกคนวางไว้ในข่ายที่จะไม่เลือกมาเป็นคนรัก ... ก็คงต้องยอมรับความจริงกันไป และมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ให้ได้เหมือนก่อนที่จะตระหนักรู้ความจริงข้อนี้ ... ที่จริงก็เหมือนกับว่าผมรู้อยู่แล้ว เพียงแต่บางช่วงผมอยู่กับความหวังและความฝันมากเกินไปจนละเลยความเป็นจริงของโลกเท่านั้นเอง
กระทู้ระบายความในใจ: สองเดือนที่ผมพาตัวเองเข้ามาสู่โลกออนไลน์
จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา (โดยเฉพาะเรื่องความรัก) ทำให้ผมต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ที่จริงมันก็ไม่เชิงพิสูจน์อะไรหรอก ผมเพียงอยากหาคำตอบอะไรบางอย่างให้กับชีวิต และตอนนี้ผมเชื่อว่าผมพบแล้ว
ทุกคนในเฟสของผม บางคนเป็นรุ่นพี่ บางคนเป็นเพื่อน แต่แน่นอนว่าเราไม่มีทางเป็นอะไรที่มากกว่าคำว่าเพื่อน (อันนี้ผมแน่ใจแล้ว) แล้วในที่สุดผมก็คิดอยากจะเริ่มต้นทำความรู้จักคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน คนที่ไม่เคยมีความเชื่อมโยงใด ๆ ต่อกัน ในที่สุดจึงเป็นที่มาของกระทู้แรกที่ผมตั้งในพันทิปเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา
แน่นอนว่าผมพยายามบอกตัวตนของผมไปพร้อม ๆ กับบอกสิ่งที่ผมชอบ ตอนนั้นผมคิดว่าคงมีคนอยากคุยกับผมบ้างล่ะ แต่ผมไม่กล้าหวังอะไรมากนัก เพราะมันมีความจริงอะไรบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าสิ่งที่อยู่ในกระทู้ของผมมากนัก ชนิดที่ถ้าผมบอกไปตั้งแต่ตอนแรก คงมีแต่คนอ่านแล้วปล่อยผ่านไป ไม่ได้คิดว่าจะอยากคุยอะไรกับผมหรอก (อันนี้ผมสัมผัสจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากการสอบถามจากเพื่อนในชีวิตจริงบางคนที่เค้ากล้าพูดกับผมตรง ๆ ) หลายท่านคงคิดว่าผมผิดที่ไม่บอกอะไรไปตั้งแต่ตอนแรก เอาล่ะ ผมก็ว่าผมผิด แต่ที่ผมเลือกที่จะไม่บอก ก็เพราะผมอยากมีช่วงเวลาที่เค้าจะทำความรู้จักผมโดยไม่มีความจริงเรื่องนั้น ผมเลือกที่จะไม่บอกเพราะยังไม่แน่ใจผลที่ตามมา แต่ผมไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานหรอก ในที่สุดผมก็จะบอก บอกเพื่อให้เค้ามีโอกาสตัดสินใจว่าจะคุยกับผมต่อไปหรือไม่
สองเดือนผ่านไป ผมได้รับรู้แล้วว่าตัวผมคงจัดอยู่ในประเภทคนที่ไม่น่าจะมีสิทธิ์พบรักแท้ หรือหากจะพบ ก็คงยากเต็มทีจนผมเลือกที่จะเลิกตามหามันไปเอง ... สิ่งที่เพื่อนผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่สังคมออนไลน์เป็นความจริง (อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ผมก็ยังพบว่ามันคือความจริง) ใครก็ตามที่ไม่เคยรู้จักผมมาก่อน หากได้รู้ความจริงที่ผมไม่ได้บอกไปตั้งแต่ตอนแรก ก็จะมีทั้งคนที่หายไป หรือไม่งั้นก็บอกว่าสำหรับเราคงเป็นได้แค่เพื่อน
ถ้าเริ่มต้นทำความรู้จักใครอีกนับจากนี้ ผมคงได้เพื่อนเพิ่มอีกมากมาย แต่มันก็จะมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะพบรักแท้ และความรู้สึกที่ว่าผมไม่มีสิทธิ์เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของใครเลย (ผมเข้าใจว่าทุกคนต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง) ... สองเดือนที่ผ่านมา ผมได้รู้แล้วว่าความรักหากยิ่งตามหา บางทีก็จะไม่เจอ และสำหรับคนอย่างผม ยิ่งตามหาก็คงไม่เจอ และหากไม่ตามหา ก็คงไม่มีโอกาสได้เจออีกเช่นกัน
ชีวิตของผมเคยมีความหวัง มีความฝันในทุกเรื่อง บางอย่างสำเร็จได้แล้ว บางอย่างรอวันสำเร็จแบบมองเห็นเส้นทางให้เดินไปสู่ความสำเร็จ ... นับจากนี้สำหรับเรื่องความรัก ผมคงเลิกหวังเลิกฝันอะไรแล้ว ไม่ปิดกั้นทุกอย่าง แต่จะไม่หวัง ไม่ฝัน ... ตอนนี้ผมรู้ตัวเองแล้วว่ามีคุณสมบัติซึ่งเชื่อว่าผู้หญิงเกือบทุกคนวางไว้ในข่ายที่จะไม่เลือกมาเป็นคนรัก ... ก็คงต้องยอมรับความจริงกันไป และมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ให้ได้เหมือนก่อนที่จะตระหนักรู้ความจริงข้อนี้ ... ที่จริงก็เหมือนกับว่าผมรู้อยู่แล้ว เพียงแต่บางช่วงผมอยู่กับความหวังและความฝันมากเกินไปจนละเลยความเป็นจริงของโลกเท่านั้นเอง