(ข้อสังเกต) การเลือกตั้งทั่วไปที่ทิ้งช่วงยาวนานขนาดนี้เป็นเพราะต้องการให้นักการเมืองทุกฝ่ายสูญพันธ์ใช่หรือไม่

กระทู้คำถาม
โดยปกติข้าราชการการเมืองในสังคมประชาธิปไตยจะมีวงจรคือ ประกาศนโยบาย > ระดมทุน > ลงสมัครเลือกตั้ง > เข้ารับตำแหน่ง > พ้นวาระ > ระดมทุนเลือกตั้งครั้งใหม่

เมื่อนโยบายไม่ได้รับการสนับสนุนการระดมทุนก็จะไม่เกิด และเมื่อได้รับเลือกตั้งต้องทำให้นโยบายนั้นเป็นจริงเพื่อให้การระดมทุนในอนาคตน่าเชื่อถือ
และโดยธรรมชาตินักการเมืองย่อมต้องการเป็นรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบาบของตนจนเกิดการต่อรองทางการเมือง

แต่หากไม่มีการเลือกตั้ง จะเป็นเสมือนการคุมกำเนิดกลายๆ ต่อนักการเมืองใช่หรือไม่

ไหนๆ ก็เป็นการรัฐประหารอยู่แล้ว ทำไม่ไม่ส่งนักการเมืองเข้าไปดูงานในคุกเสียเลยล่ะครับ

แต่ในอีกแง่หนึ่งการเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องใช้ระบบผู้แทนก็ได้

ตั้งสภากองร้อย ผู้ทำหน้าที่ผู้แทนเป็นเสมือนการเข้ารับราชการเกณฑ์ทหาร ไม่ได้เป็นเข้ารับตำแหน่งโดยการสมัครลงแข่งขัน

ตั้งสภาอาชีพ ใช้ระบบม่านอี้ปกครองม่านอี้(ผู้ที่อยู่ในวงการเดียวกันย่อมเข้าใจคนในวงการเดียวกันมากที่สุด)มีการลงมติไว้วางใจตัวสภาอาชีพแต่ละสภาเพื่อเป็นการค้านอำนาจ

ตั้งสภาผู้นำความคิด เปิดพื้นที่ในนักการเมืองอาชีพยังพอมีพื้นที่อยู่บ้าง แต่ต้องไม่เปิดช่องให้เกิดการควบคุมนักการเมืองด้วยกลุ่มทุน หรือการต่อรองทางการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตน

ในเมื่อเกรงกลัวความวุ่นวาย ทำไมถึงปิดกั้นให้ก่อเกิดความวุ่นวายด้วย และตอนนี้ประชาชนเริ่มมีเหตุผลแล้ว(แม้จะชอบตื่นไปตามกระแสสังคมอยู่บ้าง) ทำไมไม่ให้เปิดมีประชาธิปไตยทางตรงเสียที การจัดประชามติด้วยราคาที่ถูกลงก็สามารถทำได้โดยง่ายไม่จำเป็นต้องตั้งคูหากาบัตร เมื่อมีพรบ.คอมค้ำประกันความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ทขนาดนั้น ระบบการจัดการทางการเงินอย่างพร้อมเพย์ก็มีการประกาศใช้แล้ว ยังขาดอยู่เพียงการสื่อสารกับประชาชนท้องถิ่นเท่านั้น

หากต้องการปฏิรูปจริงๆ ทำเพื่อประชาชนจริงๆ ยึดมั่นในหลักเหตุผลจริงๆ ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก็ควรปล่อยให้คนทั่วไปมีทางออกเสียบ้างตั้งสภาในระดับชุมชุนให้เขาได้แสดงความคิดเห็น จะได้ไม่ต้องระบายในที่สาธารณะให้เกิดการหมิ่นประมาทซึ่งกันและกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่