
เมื่อสองวันก่อนไกด์บอลได้มีโอกาสนำคณะนักท่องเที่ยวไปอำเภอสังขละบุรีข้ามน้ำฝ่าเขาขึ้นไปชมความงามสามประสบจุดบรรจบของสายน้ำสามสายที่เขื่อนวชิราลงกรณ์และชมเมืองบาดาลวัดเก่าที่จมอยู่ใต้เขื่อน
ใครมาที่นี่ก็ต้องคิดถึงวิถีชีวิตชาวมอญที่โดดเด่นเห็นจะเป็นกิจกรรมใส่บาตรที่พวกเราหมายมั่นนักหนาว่าจะได้เห็นวิถีชีวิตอันบริสุทธิ์อย่างที่บรรพบุรุษชาวมอญพึงจะเป็น
ในฐานะไกด์บรรยายไปอย่างดีตามที่เคยเห็นจากสายตาในทุกครั้งที่ไปว่าชาวมอญแต่งกายงดงามด้วยผ้าแพรพรรณนุ่งซิ่นและเสื้อแบบมอญผู้ชายนุ่งโสร่งและเสื้อพื้นเมือง
พวกเราลงทุนพานักท่องเที่ยวเลือกซื้อเครื่องแต่งกายให่เข้ากับบรรยยากาศเพื่อให้เข้าถึงวัฒนะธรรม
แล้วเล่าว่าผู้เฒ่าผู้แก่และชาวมอญมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากทุกเช้าพวกเขาจะเตรียมอาหารอย่างประณีตเพื่อรอใส่บาตรโดยนั่งพับเพียบกับพื้นถนนที่เก็บกวาดอย่างดีรอคอยการมาโปรดของพระภิกษุสามเณรผ่านหน้าบ้านไปให้เกิดมงคล เขาไม่ปูเสื่อเป็นความเชื่อเดียวกับการถอดรองเท้าด้วยความเคารพในทานทั้งผู้ให้ผู้รับอยู่บนพื้นเดียวกันจึงไม่ปูเสื่อด้วยเพราะจะแลดูสูงกว่าพระผู้มาโปรดที่ท่านเดินมาด้วยเท้าเปล่า
เมื่อชาวมอญยุคก่อนเห็นพระพวกเขาจะสวดมนต์ก่อนจะยกถาดของถวายขึ้นจบเหนือศีรษะและก้มลงกราบที่พื้นอย่างนอบน้อมที่สุดจนสัมผัสได้ภาพเหล่านี้ตราตรึงและถูกนำมาถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวฟังก่อนจะเดินข้ามสะพานไม้ที่ทอดตัวไปถึงหมู่บ้านทุกคนอยากเห็นภาพเหล่านี้แต่....
เวลานี้ไม่มีภาพเหล่านั้นให้เห็นเสียแล้วเมื่อชาวเมืองเข้าไปถึงถิ่นเขากลับเอาความหยาบกระด้างเข้าไปเปื้อนวัฒนธรรม สะเทือนใจกับภาพที่เห็นทุกคนนั่งบนเก้าอี้หลากสีสันต์อันเป็นบริการที่เจ้าบ้านเตรียมไว้ให้เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้ซื้อเครื่องใส่บาตรจากร้านและใช้พื้นที่อย่างสะดวกสบาย
โถ....แม่คุณพ่อคุณช่างหวังดีประสงค์ร้ายเหลือเกิน!!!!
การทำเช่นนี้จะบั่นทอนอัตลักษณ์ความแตกต่างที่มีเพียงที่นี่เท่านั้นถ้านั่งใส่บาตรแบบนี้ใส่อยู่ที่ กทม. หรือจังหวัดไหนๆก็ได้ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามเขามาใส่ถึงสังขละบุรี
ได้แต่ยืนดูการผุสลายทางวัฒนะธรรมและได้แต่ทอดถอนใจว่าอีกไม่นานสังขละบุรีที่มีเสน่ห์จะเลือนหายไปกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวธรรมดาๆไร้จิตวิญญาณดังที่เคยเป็นในอดีตกาล
ไกด์บอลตะลอนทัวร์ผู้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของยุค
ขอบคุณภาพเก่าๆจากกูเกิ้ลและมุมมองดีๆจากช่างภาพที่เก็บความงดงามแบบนี้ไว้ในขณะที่ความเป็นจริงอาจไม่มีอีกแล้ว
วิถีถูกบิด....ผิดธรรมเนียม!!! วัฒนะธรรมเสียหายความล่มสลายแห่งประเพณีอันดีงาม....
ใครมาที่นี่ก็ต้องคิดถึงวิถีชีวิตชาวมอญที่โดดเด่นเห็นจะเป็นกิจกรรมใส่บาตรที่พวกเราหมายมั่นนักหนาว่าจะได้เห็นวิถีชีวิตอันบริสุทธิ์อย่างที่บรรพบุรุษชาวมอญพึงจะเป็น
ในฐานะไกด์บรรยายไปอย่างดีตามที่เคยเห็นจากสายตาในทุกครั้งที่ไปว่าชาวมอญแต่งกายงดงามด้วยผ้าแพรพรรณนุ่งซิ่นและเสื้อแบบมอญผู้ชายนุ่งโสร่งและเสื้อพื้นเมือง
พวกเราลงทุนพานักท่องเที่ยวเลือกซื้อเครื่องแต่งกายให่เข้ากับบรรยยากาศเพื่อให้เข้าถึงวัฒนะธรรม
แล้วเล่าว่าผู้เฒ่าผู้แก่และชาวมอญมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากทุกเช้าพวกเขาจะเตรียมอาหารอย่างประณีตเพื่อรอใส่บาตรโดยนั่งพับเพียบกับพื้นถนนที่เก็บกวาดอย่างดีรอคอยการมาโปรดของพระภิกษุสามเณรผ่านหน้าบ้านไปให้เกิดมงคล เขาไม่ปูเสื่อเป็นความเชื่อเดียวกับการถอดรองเท้าด้วยความเคารพในทานทั้งผู้ให้ผู้รับอยู่บนพื้นเดียวกันจึงไม่ปูเสื่อด้วยเพราะจะแลดูสูงกว่าพระผู้มาโปรดที่ท่านเดินมาด้วยเท้าเปล่า
เมื่อชาวมอญยุคก่อนเห็นพระพวกเขาจะสวดมนต์ก่อนจะยกถาดของถวายขึ้นจบเหนือศีรษะและก้มลงกราบที่พื้นอย่างนอบน้อมที่สุดจนสัมผัสได้ภาพเหล่านี้ตราตรึงและถูกนำมาถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวฟังก่อนจะเดินข้ามสะพานไม้ที่ทอดตัวไปถึงหมู่บ้านทุกคนอยากเห็นภาพเหล่านี้แต่....
เวลานี้ไม่มีภาพเหล่านั้นให้เห็นเสียแล้วเมื่อชาวเมืองเข้าไปถึงถิ่นเขากลับเอาความหยาบกระด้างเข้าไปเปื้อนวัฒนธรรม สะเทือนใจกับภาพที่เห็นทุกคนนั่งบนเก้าอี้หลากสีสันต์อันเป็นบริการที่เจ้าบ้านเตรียมไว้ให้เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้ซื้อเครื่องใส่บาตรจากร้านและใช้พื้นที่อย่างสะดวกสบาย
โถ....แม่คุณพ่อคุณช่างหวังดีประสงค์ร้ายเหลือเกิน!!!!
การทำเช่นนี้จะบั่นทอนอัตลักษณ์ความแตกต่างที่มีเพียงที่นี่เท่านั้นถ้านั่งใส่บาตรแบบนี้ใส่อยู่ที่ กทม. หรือจังหวัดไหนๆก็ได้ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามเขามาใส่ถึงสังขละบุรี
ได้แต่ยืนดูการผุสลายทางวัฒนะธรรมและได้แต่ทอดถอนใจว่าอีกไม่นานสังขละบุรีที่มีเสน่ห์จะเลือนหายไปกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวธรรมดาๆไร้จิตวิญญาณดังที่เคยเป็นในอดีตกาล
ไกด์บอลตะลอนทัวร์ผู้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของยุค
ขอบคุณภาพเก่าๆจากกูเกิ้ลและมุมมองดีๆจากช่างภาพที่เก็บความงดงามแบบนี้ไว้ในขณะที่ความเป็นจริงอาจไม่มีอีกแล้ว