ตอนขึ้นปี 1 เราคบกับผู้ชายคนนึง เขาตัวเล็กกว่านิดหน่อย เราเรียนสายครู เขาสายอาชีพ ฐานะทางบ้านเขาแค่พอมีพอกิน บ้านเราก็ค่อนข้างดีหน่อย เขาเป็นคนเฮฮาเข้ากับคนได้ง่าย แรกๆที่รู้จักกันก็ในฐานะเพื่อนจนพัฒนามาเป็นแฟน จนเราทั้งสองคนมาอยู่หอแต่อยู่ห่างกันมากเพราะเรียนคนละที่เพียงแต่อยู่ในตัวเมืองเท่านั้น แรกๆเค้าก็มาหาเราที่หอนะ แต่พอซักพักไปก็มาค้างด้วยจนเริ่มเก็บเสื้อผ้ามาอยู่ด้วย(มาอยู่กับเรา) แต่ค่าใช้จ่ายอะไรเค้าก็ไม่ได้ช่วยออก ส่วนใหญ่เวลาไปกินข้าวก็เป็นเราจ่ายก่อนเค้าคืนทีหลัง แต่เพราะเห็นว่าเป็นแฟนกันเลยไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเงิน เขาได้เงินจากครอบครัวอาทิตย์ละ 700 เราได้จากครอบครัวเดือนละ 8,000-10,000(รวมค่าหอ 3,500+น้ำ,ไฟ) คบกันได้เดือนกว่าก็พาเขาไปบ้าน เขาก็เข้าไปทักทายพ่อแม่เราเป็นปกติและถามนั่นนี่บ้าง(เราไม่ได้ฟังว่าคุยไรกัน) เรื่องที่มาอยู่ด้วยกันนั้นทางพ่อแม่เรายังไม่รู้ คบไปคบมาเราเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สำหรับเราเลย เราเริ่มไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของเค้า เช่น ชอบชมตัวเองว่าวาดรูปได้สวยมีคนมาขอให้วาดให้บ่อยมากซึ่งเราดูรูปวาดของเค้าแล้วก็ถือว่าธรรมดาๆ(เขาไม่รู้ว่าเราวาดรูปได้สวยเหมือนกัน) ชอบเอาของๆเราไปใช้ทั้งผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า น้ำหอม ครีมทาหน้าทาผิว รองเท้ากีฬาของเรา ซึ่งของเหล่านี้เราใช้ตังค์ซื้อเองอีกอย่างเราถือเรื่องพวกของส่วนตัวมาก จนเราเริ่มไม่ไหวกับความงี่เง่าคือมีวันนึงทะเลาะกันแล้วเราเก็บเสื้อผ้าของเค้าออกจากตู้และไล่เขากลับห้องเขาเอง เขาก็ร้องไห้กอดขาเรา ร้องไห้มากจนถึงขั้นชักตัวเกร็งลงบนพื้น เรายืนมองแบบไม่สนใจเพราะคิดว่าเฟคแน่ๆ เขาพูดกับเราว่าเขาจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ร้องไห้หนักๆ(พูดในขณะที่ชักเกร็ง) เราสงสารจึงพยุงและบีบนวดตัวนวดขาเท้าให้จนหาย แต่พอทะเลาะกันและเขาโดนไล่ทีไรเขาก็จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งจนเราเริ่มรำคาญ ไปๆมาๆเขาก็ไม่เช่าห้องของเขาต่อและย้ายมาอยู่หอเดียวกับเราและอยู่ห้องข้างๆแต่ก้อยังมานอนที่ห้องเราตามเดิม จนเราขอคุยเรื่องค่าห้องกับเขา เขาก็บอกจะออกค่าน้ำ,ไฟช่วยทั้งหมดแต่ค่าห้องเราจ่ายเองตามเดิม(น้ำ+ไฟ ประมาณ 800-1,000)ของทุกอย่างในห้องเป็นของเราหมดยกเว้นแค่เสื้อผ้ารองเท้าของเขา วันนึงเขาอยากได้โทรศัพท์ใหม่จึงไปขอแม่ๆให้ตังค์มา 2,500 เขาจึงจะเอาเครื่องเก่าไปเทิร์นด้วย พอไปเลือกโทรศัพท์ใหม่และเทิร์นรวมโทรศัพท์เก่าแล้วแต่เงินยังขาดอีก 500 เขาจึงขอยืมเรา เราก็ให้แต่ย้ำว่ายืมนะ เห็นว่ายืมได้เลยยืมอีก 100 ค่าเคส พอวันต่อๆมาไปเดินเล่นซื้อของกันเขาอยากได้กางเกงขาสั้นและขอเรา เราจึงซื้อให้เป็นเงิน 400 ไปกินข้าวห้างมันต้องแลกบัตรก็เป็นเงินเราที่แลกไปก่อนและเขาบอกอีกตามเคยว่าจะคืนทีหลัง มีวันนึงที่เราอยากได้กระเป๋าเราจึงขอให้เค้าซื้อให้เพราะคิดว่าคนเป็นแฟนกันต้องซื้อของให้กันบ้าง กระเป๋าใบนั้นราคา 250 แต่เขาบอกว่าไม่มีเงินจึงออกให้ 100 เราก็เฟลนิดหน่อยแต่ก็ซื้อเหมือนเดิม วันนึงเรากลับบ้านพ่อแม่จึงเรียกเราไปคุยเรื่องแฟน พ่อบอกว่าพ่อไม่ชอบคนนี้ดูเป็นคนไม่สู้งาน ดีแต่พูด จากที่พ่อได้คุยกับเขาวันแรกที่เจอรู้เลยว่าเขาไม่เหมาะสมกับเรา พ่ออยากให้เราโฟกัสเรื่องเรียน เรื่องแฟนถ้าใครดีหรือเข้าตาพ่อจะบอกเอง เราเลยเปิดใจคุยกับพ่อแม่ว่าเราก็อยากเลิกแต่สลัดเขาไม่ทิ้งซะทีเพราะร้องไห้ทีไรก็ชักและไล่ไม่ไป แต่ถ้าแม่ช่วยพูดกับเขาให้เราก็จะเลิก พอเขามาหาเราที่บ้านแม่ก็เรียกมาคุยเรื่องนี้เลย เขาก็ตกลงต่อหน้าแม่ว่าจะเป็นแค่เพื่อนกับเรา แต่พอกลับมาที่หอเขาก็เกาะแกะเราว่าจะไม่เลิกง่ายๆคบแบบพ่อแม่เราไม่รู้ เราก็โง่เออออตาม จนผ่านไปเดือนนึงหลังจากที่เขาคุยกับพ่อแม่เรา วันนั้นเขากลับไปค้างที่บ้านต่างอำเภอ เราอยู่หอคนเดียวและมีเพื่อนผู้ชายมาแชทคุยกับเราประมาณว่าชวนเราออกไปเล่นด้วยกัน เราก็ตอบไปขำๆว่าออกมารับสิแต่ไม่ได้ไป เราแค่แหย่เล่นกันเพราะเขาเป็นหัวหน้าห้องส่วนเรารองหัวหน้าจึงสนิทพอที่จะคุยกันขำๆ เมื่อแฟนกลับมาถึงหอก็ปกติทุกอย่าง เราเข้าไปเล่นที่ห้องเขา เขาเอาโทรศัพท์เราไปเล่นและเช็คข้อความก็เห็นที่เราคุยกับเพื่อน จึงคิดว่าเราไปจริง เราจึงแกล้งถามเขาไปว่าถ้าเมื่อคืนนี้ที่เขาไม่อยู่แล้วเราไม่ได้นอนห้องตัวเองเขาจะคิดยังไง ในนาทีนั้นไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิด เขาคิดว่าเราไปนอนกับผู้ชายอื่นเขาจึงไม่คืนโทรศัพท์เราและจะโทรไปถามเพื่อนเรา เราจึงแย่งโทรศัพท์กัน เขาจึงตบเราและผลักเราลงบนเตียงในตอนนั้นหัวเรากระแทกตียงจนมึน มันเจ็บจนเราร้องไห้ แต่เราก็ยังลุกขึ้นแย่งโทรศัพท์กลับมาเขาจึงฟาดเราที่หลังและทุบ แต่เราแย่งคืนมาได้และรีบวิ่งหนีเข้าห้องเราล็อคห้องอย่างเร็ว เขาตามไม่ทันจึงล็อคกุญแจเราจากด้านนอก(ประตูห้องมีที่ล็อคด้านนอก) เขาขังเราไว้อย่างนั้นนานพอสมควร เราจึงโทรหาเพื่อนสนิทที่เป็นเกย์ให้มาช่วยและเล่าเรื่องทั้งหมดให้มันฟัง มันรีบบึ่งรถมาทันที ในระหว่างรอเพื่อนเราก็เก็บเสื้อผ้าชุดนึงใส่เป้เล็กๆเตรียมไปนอนบ้านเพื่อน เมื่อมันมาถึงเราจึงออกห้องได้และขอเลิกกับแฟนทันที เขาจะดึงเรากลับห้องเขาแต่เพื่อนขวางไว้ เรารีบมากจนไม่ล็อคห้องเราเอง แล้วไปอยู่บ้านเพื่อนเพราะไม่อยากเจอหน้าเขายิ่งอยู่ข้างห้องด้วยแล้วเรายิ่งเกลียด เย็นวันนั้นเราก็อยู่บ้านเพื่อนมีเงินติดตัวพันนึงมันเป็นวนศุกร์จึงไม่กวนเวลาเรียน เพื่อนของเขาที่เคยขายครีมให้เรา(ผู้ชาย)พอรู้ว่าเรากับเขาเลิกกันเห็นว่าเครียดจึงชวนออกไปเล่นเราก็ตกลง ตอนไปเดินเล่นกันไม่คิดว่าไอ้นั่นมันจะตามมาและแย่งโทรศัพท์เราไปไม่ทันตั้งตัว แต่เสียใจฉันเปลี่ยนรหัสล็อคหน้าจอใหม่แล้วคร้า เราจะแย่งคืนแต่เขาบอกว่าให้มาคุยกันก่อน ตอนนั้นเพื่อนช่วยอะไรเราไม่ได้เลย เขาบอกถ้าอยากได้โทรศัพท์นก้อให้ขึ้นรถไปกับเขาโดยที่มีเพื่อนเขาคนนึงเป็นคนขับ(คนละคนกับที่ชวนเราออกมาเล่น) เราก็ไปเพราะอยากเคลียร์ให้มันจบจริงๆ แต่พอขี่มาได้ซักพักเราก็เอาโทรศัพท์คืนและวิ่งหนีเลยแล้วโทรตามเพื่อนสนิทมารับกลับบ้านมัน เพื่อนของเราเห็นว่าไอ้นั่นยังไงก็ต้องตามมาอยู่ดีเพราะรู้จักบ้าน และประจวบเหมาะกับที่เพื่อนคนขายครีมชวนให้เราไปอยู่ห้องเขาได้เพราะระหว่างนี้เขาจะไม่อยู่ห้องจนถึงวันจันทร์ เราก้อตกลงไปพร้อมกับที่เขาสารภาพว่าชอบเราตั้งแต่เราไปสั่งครีมกับเขา เราก้ออยู่ห้องเขาไปคนเดียวก่อน จนถึงวันที่เราต้องเรียนและเพื่อนขายครีมกลับมาเขาขออาสาขับรถไปรับส่งเราทุกวัน เราไปที่หอเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเรียนโดยมีเพื่อนขายครีมคอยเฝ้า เมื่อถึงวิทยาลัยเขาก้กลับเราก็เรียนตามปกติจนไม่คิดว่าไอ้แฟนเก่านั่นมันจะตามมาถึงที่เรียน มันมานั่งเฝ้าหน้าห้องและบอกให้ออกมาคุย เราไม่ออกไปจนอาจารย์ถามมันว่ามาหาใคร เราจึงบอกท่านไปว่าไม่ต้องไปสนใจ เพื่อนในห้องถามเรายกใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราจึงเล่าให้ฟังทั้งหมดเพื่อนๆก็เห็นใจและจะช่วย แต่ดันมีอาจารย์อีกคนข้างห้องเรียนเราเปิดคอมไม่ได้จึงขอให้เราไปช่วยเราะรู้จักเราในห้องแค่คนเดียวเราจึงจำใจที่จะต้องออกจากห้องไป มันก็เฝ้าอยู่อย่างนั้นจนเมื่อเลิกคลาสเวลาใกล้เที่ยงเราก็โทรบอกเพื่อนขายครีมให้มารับและบอกว่ามันมาเฝ้าเราอยู่นี่ พอออกจากห้องเรียนเพื่อนขายครีมก็มาพอดี แต่ไอ้นั่นมันต้องการคุยกับเราให้เรากลับห้องไปกับมันและดึงแขนเราจนเป็นรอยถลอกเพราะมันจิกแขนเราด้วย เพื่อนขายครีมก้อมาแยกและพาเราขึ้นรถ ไอ้นั่นมันวิ่งตามมาพร้อมกับตะโกนด่าเราว่าเรา

ไปนอนกับผู้ชายบ้าง ว่าเราเลวนู่นนี่นั่นต่อหน้าคนทั้งวิทยาลัย และท้าต่อยเพื่อนขายครีม จนเพื่อนขายครีมทนไม่ไหววิ่งไปฟัดกับมัน แต่เพื่อนๆห้องเราจับแยกได้ เราจึงกลับหอเพื่อนขายครีมพร้อมขนสื้อผ้าที่จำเป็นต้องใช้ไปด้วยและตกลงคบกับเพื่อนขายครีมซะเลย ผ่านไปหลายวันไอ้นั่นก้อยังไม่เลิกราบอกว่าจะเคลียร์ครั้งสุดท้าย ถ้าจะเลิกกันจริงๆยังไงก็ขอให้มาคุยกัน เราจึงไปพร้อมกับแฟนใหม่นั่นคือเพื่อนขายครีม พอถึงหอมันก็เรียกเพื่อนมันมาด้วยคนนึง แต่

ไปเรียกเพื่อนห้องเรามาด้วย 4-5 คนเพราะมันกลัวว่าเพื่อนขายครีมจะเอาปืนมายิงมัน(เพื่อนขายครีมมีปืนนะจ๊ะ)แต่เพื่อนขายครีมมามือเปล่าและให้เราไปคุยกับมันเอาเองเขาจะคอยดูอยู่ห่าง พอพ้นจากมือแฟนใหม่เท่านั้นล่ะมันลากเราเข้าห้องมันเลย มันทั้งลากทั้งดึงโดยที่เราพยายามจะนั่งลงกับพื้นให้ทันลากเราไม่ได้จนเข่าเรา ขาเราทั้งช้ำและถลอกแต่มันก้อลากเราเข้าห้องจนได้ เพราะแฟนใหม่ถูกกันจากเพื่อนมัน มันล็อคห้องพร้อมกับผลักเรา แต่เราดิ้นจะหนีออกจากห้องจนมันตบเข้าที่หูเราและตีที่หลังอีก เพื่อนๆที่อยู่นอกห้องเห็นท่าไม่เลยบอกให้มันเปิดประตู เราร้องไห้หนักมาก พวกเพื่อนๆพาเราออกจากนั้นมานั่งหน้าหอกับแฟนใหม่เรา มันก็ออกมาพร้อมพูดว่าที่ทำไปเพราะไม่อยากให้เราเลิกกับมัน อยากให้กลับมาอยู่ห้องเหมือนเดิม แต่เราพูดเด็ดขาดว่าเลิกคือเลิก และให้เพื่อนๆเราและเพื่อนมันเป็นพยานให้ด้วยว่าขาดกันแล้ว แต่ขอให้คืนเงินที่ยืมเรามาทั้งหมดพร้อมกับเสื้อผ้ารองเท้าที่เอาของเราไปด้วย มันก็บอกจะคืนให้แต่ไม่ใช่ตอนนี้เพราะมันยังไม่มีเงิน จากนั้นเราก้อกลับห้องกับแฟนใหม่ จนหลายเดือนแล้วที่เราไปทวงทั้งทางแชท โทรไปทวงบ้าง จนไปทวงหน้าห้องมันบอกว่าที่ว่าจะคืนน่ะแปลว่าไม่คืน แล้วก้อปิดห้องใส่ เราจึงด่ามันคำนึงว่า "" แล้วเดินกลับขึ้นรถ มันเปิดห้องด่ากลับมาว่าอย่าเก่งแต่ปาก เราของขึ้นจึงวิ่งกลับไปที่ห้องกะว่าจะตีกับมันเลย แต่มันปิดประตูไปแล้ว เราจึงเรียกมันออกมาให้มาเจอกันตัวต่อตัวเลย มันเงียบไม่ออกมาเลย
#อยากรู้ว่าที่เราทำแบบนี้เราผิดมั้ย
เราไม่ดีเองใช่มั้ยในกรณีที่เลิกปุ๊บมีแฟนใหม่ปั๊บ
และไอ้แฟนเก่ามันทำถูกใช่มั้ย
ทำกับผู้ชายแบบนี้เราผิดมั้ย?
#อยากรู้ว่าที่เราทำแบบนี้เราผิดมั้ย
เราไม่ดีเองใช่มั้ยในกรณีที่เลิกปุ๊บมีแฟนใหม่ปั๊บ
และไอ้แฟนเก่ามันทำถูกใช่มั้ย